หนังสือWhy don't students like school? เขียนโดยศาสตราจารย์ Daniel T. Willinghamผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาการเรียนรู้แห่งมหาวิทยาลัย เวอร์จิเนียบททึ่ ๘ เรื่อง How Can I Help Slow Learners?  ถือเป็นตอนที่ดีที่สุดเท่าที่อ่านตั้งแต่บทที่ ๑ มาถึงบทที่ ๘ นี้

         คำตอบแบบฟันธง คือช่วยเอาใจใส่ ให้กำลังใจให้ศิษย์ที่เรียนอ่อนพากเพียรฝึกฝนตนเอง  และครูและวงการศึกษาทั้งมวล (รวมทั้งพ่อแม่)ต้องสร้างกระแสหรือกระบวนทัศน์ใหม่ในสังคม  คือกระบวนทัศน์หรือความเชื่อ ว่าสติปัญญาสร้างได้โดยการฝึกฝนอย่างมานะอดทน   และโดยการมี “โค้ช” ที่ดี และพ่อแม่และครูเพื่อศิษย์คือโค้ชที่ดี

         ความฉลาดเป็นทั้งสิ่งที่ติดตัวมาแต่กำเนิด และสิ่งที่สร้างขึ้นใหม่ใส่ตัวโดยการพากเพียรฝึกฝน  หรืออาจกล่าวว่า “อัจฉริยะสร้างได้”นั่นเอง   แต่สำหรับเด็กบางคน ต้องทำงานหนักฝึกฝนหนักกว่าคนอื่นจึงจะสร้างความอัจฉริยะให้แก่ตนเองได้  ครูเพื่อศิษย์มีหน้าที่ช่วยเป็นโค้ชแก่ศิษย์เรียนช้าเหล่านี้  และโดยการทำหน้าที่นี้ ครูจะได้เรียนรู้ cognitive epsychologyภาคปฏิบัติอย่างไม่รู้จบ

         เด็กจะต้องเชื่อว่า “ความฉลาดอยู่ในมือเรา”  ครูต้องช่วยยืนยัน ยกตัวอย่างเด็กรุ่นก่อนๆที่สมองด้อยกว่า   แต่การเคี่ยวกรำฝึกฝนตนเองช่วยให้เวลานี้เป็นผู้ใหญ่ที่มีชีวิตที่ประสบความสำเร็จสูงยิ่ง

         ครูเพื่อศิษย์ต้องมีไวยากรณ์หรือคำพูดที่ให้กำลังใจ ให้คุณค่าต่อความพากเพียรพยายาม ไม่ท้อถอย แก่ศิษย์ที่หัวช้า

         คนฉลาดคือคนที่เข้าใจความคิดที่ซับซ้อนและสามารถใช้เหตุผลหลากหลายแบบ  มีความสามารถเอาชนะอุปสรรค และสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์

         นิยามความฉลาดข้างบนนั้น เรียกว่า “ความฉลาดทั่วไป” (generalintelligence)  โปรดสังเกตว่า ความฉลาดทั่วไปเป็นคนละเรื่องกับพหุปัญญา (multiple intelligences) ของ Howard Gardner  โปรดอย่าเอามาปนกันจนก่อความสับสน

         จากผลการวิจัยจำนวนมากมาย สรุปได้ว่า ความฉลาดแบ่งออกเป็น ๒ ด้านคือด้านถ้อยคำ (Verbal Intelligence)  กับด้านคณิตศาสตร์(Mathematical Intelligence)   ที่ไม่สัมพันธ์กัน โดยที่ความฉลาดทั่วไป  ความฉลาดด้านถ้อยคำ และความฉลาดด้านคณิตศาสตร์มีความสัมพันธ์กันดังแสดงในแผนผังข้างล่าง

 


  
         คือหากความฉลาดทั่วไปมีจำกัด  ความฉลาดอีก ๒ชนิดก็จะจำกัดไปด้วย การฝึกฝนความฉลาดทั่วไปจะช่วยให้สามารถยกระดับความฉลาดด้านถ้อยคำและความฉลาดด้านคณิตศาสตร์ได้สูงขึ้น 

         หลักฐานที่แสดงว่าความฉลาดทั่วไปของมนุษย์เป็นสิ่งที่สร้างได้คือFlynnEffect 

         ปัจจัยสำคัญที่สุดคือความเชื่อ  ครูต้องทำให้ศิษย์ทุกคนไม่ว่าจะเป็นเด็กหัวเร็วหรือหัวช้า เชื่อว่าความฉลาดสร้างได้ด้วยความเพียร  เด็กที่หัวช้าก็เรียนรู้ได้เท่ากับเด็กหัวไวแต่อาจต้องใช้ความเพียรมากกว่า และหากรู้จักใช้ความเพียรสั่งสมความฉลาด ในอนาคตก็จะสามารถเรียนรู้สิ่งที่ยากขึ้นได้พอๆ กับเพื่อนๆที่หัวไว

         เคล็ดลับสำหรับครูเพื่อศิษย์คือการให้คำชม  จงอย่าชมความสามารถให้ชมความมานะพยายาม เพื่อทำให้สิ่งที่มีคุณค่าคือความมานะพยายาม คือความสำเร็จที่ได้มาจากความบากบั่นเอาชนะอุปสรรค จงอย่าชื่นชมความสำเร็จที่ได้มาโดยง่าย

         จงชื่นชมพรแสวงของศิษย์ ให้มากกว่าพรสวรรค์ 

         นี่คือสิ่งประเสริฐสุด ที่ครูจะพึงให้แก่ศิษย์ที่เรียนอ่อน เพราะในที่สุดเขาจะไม่ใช่เด็กที่เรียนอ่อนอีกต่อไป

         ครูต้องสร้างค่านิยมแก่ศิษย์ ว่าความล้มเหลวไม่ว่าในเรื่องใดๆรวมทั้งเรื่องการเรียน เป็นเส้นทางหรือถนนไปสู่การเรียนรู้และความสำเร็จ หากเราไม่ท้อถอยหรือยอมแพ้  

         ความยากลำบาก และความล้มเหลวคือธรรมชาติส่วนหนึ่งของการเรียนรู้  เป็นส่วนที่มีค่ายิ่งของการเรียนรู้

         คุณค่าของครูเพื่อศิษย์คือจะอยู่เคียงข้างและร่วมทุกข์ร่วมสุขกับศิษย์ที่เรียนอ่อนเสมอไม่ทอดทิ้ง  ไม่แสดงความท้อถอยที่จะช่วยโค้ชตามสถานการณ์

         หนังสือเล่มนี้ ลงรายละเอียดมาก ถึงขนาดแนะนำให้ครูจดรายการที่ตนขอให้เด็กแต่ละคนทำแบบฝึกหัดที่บ้าน ซึ่งหมายความว่า แบบฝึกหัดสำหรับศิษย์แต่ละคนจะไม่เหมือนกัน

         สรุปได้ว่าครูช่วยศิษย์ที่เรียนอ่อนได้โดยแสดงความเชื่อในศิษย์ว่าสามารถเรียนรู้ได้ โดยไม่ใช่แค่แสดงออกด้วยคำพูด  แต่แสดงออกด้วยการกระทำแสดงแล้วแสดงอีกจนศิษย์เชื่อแน่ ว่าความเพียรคือหนทางสู่ความสำเร็จในการเรียนรู้  ผลจากการที่ครูช่วยศิษย์เรียนอ่อนตามแนวทางนี้จะเป็นคุณต่อศิษย์ไปตลอดชีวิต ในลักษณะเปลี่ยนชีวิตทีเดียว   

 

วิจารณ์ พานิช
๑๕ ก.พ. ๕๔