จากความจิ๊กหลิ๊ก จอกหลอก ของทีม ComMedSci ทำให้เนียน มั่ก ๆ ในการทำงาน ทั้ง ๆที่ ไปเผยแพร่ชุดทดสอบตามบันทึก "ครู ก ณ สสจ. มหาสารคาม" ด้วยความที่ชอบงานแผนไทย จึงขอไปเยี่ยมซึ่งพี่เขาก็น่ารักมาก ๆ ลองดูนะคะ
แพทย์แผนไทยโดยสายเลือด
สุทธิรัตน์ บุษดี รพ.มหาสารคาม....ผู้เล่า
ศุภลักษณ์ พริ้งเพราะ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ ๖ (ขอนแก่น)......ผู้เขียน
๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
ไหน ๆ ทีมเราก็ได้มีโอกาสมาจังหวัดมหาสารคามแล้ว แวะไปดูงานที่โรงพยาบาลมหาสารคามหน่อยแล้วกัน เพราะเท่าที่เคยประสานงานมีการผลิตสมุนไพรหลายตัวมาก
“โอเค ไม่มีปัญหา ได้เลย”
นี่คือเสียงตอบจากเพื่อนร่วมทีม “แล้วประสานใครล่ะ”
“จำชื่อคนประสานไม่ได้แล้ว เบอร์ก็ไม่ได้เอามา”
อ้าว ! ทำงัยดีล่ะ งานเข้าซิ (อยากไปแต่ไม่ทราบจะไปยังงัย) ในที่สุดเราก็หาทางออกได้ น้องติ๋ว อาสาประสานให้ สุดท้ายก็ได้รับความอนุเคราะห์จากพี่น้ำตาล (สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม) ได้มาประมาณ ๓ เบอร์ จากนั้นน้องติ๋วก็ประสานงานกับพี่แหม่ม (หมอนวดแพทย์แผนไทย) จนสุดท้ายก็ได้คุยกับพี่ปุ๋ม (คุณสุทธิรัตน์ บุษดี พยาบาลวิชาชีพ) และแล้วเราก็มีช่องทางเข้าไปจนได้ แบบฟลุ๊ค ๆ
พอก้าวขาเดินขึ้นบันได ก็พบกับความสงบเยือกเย็น เป็นบันไดไม้ มีราวจับ ประมาณกลางบันไดจะมีหัวช้างแกะสลักอยู่ ๒ หัว ติดอยู่ข้างฝาซึ่งทำมาจากไม้อยู่ฝั่งซ้ายมือ

ช้าง ณ ราวบันได แถมทีมงานเราด้วย นาน ๆ ได้ถ่ายรูปคู่กะพี่อ้อสักที
แต่พอหันหน้าเงยขึ้นไปก็จะเห็นป้ายทำมาจากไม้เหมือนกัน และตัวหนังสือทำมาจากเชือกที่ทำมาจากด้ายหลาย ๆ เส้นมาติดกาว (ชอบมาก แปลกและน่ารัก)

มีป้ายบอกชัดเจนว่าจะไปทางไหน
(ถ้าการทำงานเรามีป้ายบอกทางชัดขนาดนี้ก็คงดีเหนาะ)
ทำให้เราทราบว่าเราควรจะเดินไปตรงจุดไหน พอเดินขึ้นไปคนไข้ก็เยอะพอสมควร เจ้าหน้าที่กำลังรีบเร่งในการให้บริการ

ก้าวขึ้นบันได คนไข้เยอะมากค่ะขอบอก
เราทั้ง ๓ คน (อ้อ ติ๋ว กุ๊)
ก็เลยเดินสำรวจพื้นที่ เพราะว่าจัดได้น่าสนใจ สบาย ๆ เหมือนบ้านในอดีต (ถ้าเห็นรูปแล้วก็ไม่เชื่อว่าจะเป็นสถานที่ที่อยู่ในโรงพยาบาล)



มีมุมให้ความรู้เยอะแยะมาก จัดเป็นมุมเล็ก ๆ มีผงสมุนไพรที่เขานำมาผลิตและเป็นส่วนผสมของยาซึ่งโรงพยาบาลผลิตใช้และสนับสนุนไปยัง รพ.สต.
จากนั้นคนไข้ก็เริ่มน้อยลงเราจึงเข้าไปหาและนะนำตัวเอง ได้มีโอกาสได้พูดคุยกับพี่ปุ๋ม พี่เขาเป็นคนสวย น่ารัก เวลาพูดเสียงก็น่าฟัง (ก็ชอบผู้หญิงแบบนี้แหล่ะสวยอย่างไทย) จากนั้นพี่ปุ๋มก็เล่าให้ฟังว่ามาทำงานเกี่ยวกับแพทย์แผนไทยได้ ๑๐ กว่าปี

เมื่อก่อนทำงานคุ้มครองผู้บริโภคและดูแล อสม. เคยได้รับรางวัลระดับประเทศมาแล้ว (โอ้โฮ้ ! ทำได้งัยพี่ เยี่ยมยอดจริง ๆ)

ตึกนี้เป็นตึกเก่าและเป็นตึกแรกของโรงพยา บาลอายุประมาณ ๕๒ ปีแล้ว (ถ้าอ้อฟังไม่ผิด ตึกเก่าขนาดนี้ให้มากลางคืนก็คงไม่มาหรอก) ออกแบบและตกแต่งเอง จัดการทำใหม่ทั้งหมดเพื่อให้ได้พื้นที่ใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด (ตกแต่งและจัดได้สวยมาก ไม่เชื่อก็ลองไปดูนะคะ)
จากนั้นเราก็เลยถามว่าที่นี่ผลิตกี่ตำรับ พี่ปุ๋มบอกว่า ทั้งหมดเลยก็ ๖๖ ตำรับ ทั้งเดี่ยว ทั้งผสม ยาบางตัวก็มีส่วนผสมมากกว่า ๓๐ ชนิด
ผลิตได้เยอะขนาดนี้มีเจ้าหน้าที่กี่คน
“ก็ประมาณ ๓ คน สำ หรับหมอนวด เมื่อว่างจากงานนวดก็ต้องรีบไปผลิตยา แต่ที่นี่ไม่มีเครื่องมือหรอกนะ ต้องเดินทางไปที่ รพ.แกดำ เพราะเครื่องมือที่นั่นจะมีครบ แม้กระทั่งเครื่องบรรจุแคปซูลบางครั้งก็ยืมมาใช้ที่นี่บ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็เดินทางไปที่นั่นเสียมากกว่า"
(ประหลาดใจเป็นที่สุด ทำได้งัยนี่กับจำนวนคนเท่านี้ และไม่มีเครื่อง มือแม้แต่ชิ้นเดียว) พี่ปุ่มเล่าต่อว่ามียาขนานหนึ่งที่เอาสูตรมาจากที่บ้านยกสูตรนี้ให้เป็นสมบัติของโรงพยาบาลนั่นก็คือ “ยาแก้น้ำนมพิการ”
หลังคลอดบุตรแล้วคุณแม่คนใหม่จะไม่ค่อยมีน้ำนม ทางโรงพยาบาลก็จะจ่ายยาตัวนี้ ได้ผลมาก มีคนเอาไปทดสอบแล้ว บอกว่าดี ซึ่งเป็นสูตรที่คุณยายได้มาจากเมืองจีน และคุณยายยังมีสูตรยาของสมัยก่อนอีกเยอะเป็นเล่ม ๆ เลย ทางทีมก็เลยสงสัยว่าที่บ้านพี่ปุ๋มผลิตยาขายหรือเปล่า พี่ปุ๋มบอกว่า "ไม่"
แต่ตอนนี้กำลังจะผลิตยาที่ใช้ทาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก
คุณพ่อของพี่ปุ๋มเคยได้รับบาดเจ็บจากไฟไหม้
คุณปู่ก็เลยทำยาสูตรนี้รักษาให้ ตอนที่คุณปู่ทำพี่ปุ๋มได้เป็นผู้ช่วยด้วย จึงฝังลึกอยู่ในหัว เมื่อแผลหายก็ไม่มีร่องรอยของการได้รับบาดเจ็บหลงเหลืออยู่เลย และเวลาที่ใส่แผล ๆ จะเย็นมาก ไม่ต้องทานแก้ยาแก้ปวด
พี่ปุ๋มเคยอยู่ห้องคนไข้ที่ได้รับบาดเจ็บจากความร้อน ยาที่ใช้ทาแผลไม่เย็นเลย ทาไปแผลก็ยังร้อนอยู่ จึงทำให้คนไข้นอนไม่ได้ ต้องขอยาแก้ปวดถึงจะนอนได้
พอหมดฤทธิ์ยาก็ปวดเหมือนเดิม
นี่คืองานในอนาคตอันใกล้นี้ สุดยอดจริง ๆ สำหรับหญิงเก่งแห่งโรงพยาบาลมหาสารคาม

ทีม ComMrdSci มีของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ เลยขอเก็บภาพซะหน่อยค่ะ
ทางทีมงานขอเป็นกำลัง ใจให้สำหรับคนทำงานและทำเพื่อประชาชน ขอบคุณมากค่ะที่ให้ทางทีมเข้าไปเรียนรู้
แวะมาชื่นชมการทำงานค่ะ