การเรียนรู้กับต้นกล้าและทีมงานคนรุ่นหนุ่มรุ่นใหม่ เกี่ยวกับการเพาะต้นกล้า ซึ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก แม้ว่าจะอ่านมาจากบันทึกของต้นกล้าแต่ก็ไม่เข้าใจเพราะดูมาจากภาพ แต่คราวนี้ได้เห็นต่างจากที่เคยเห็นคือโปรยข้างลงไปในนาแบบภูมิปัญญา
การเพาะเมล็ดพันธุ์ลงในถาด ด้วยวัสดุเพาะต้นกล้าได้แก่ถาดเพาะกล้าขนาด ๓๐ X ๖๐ ซม. ดิน หรือแกลบเผา
ขั้นตอนที่ ๑ ใส่วัสดุเพาะได้แก่ดินหรือแกลบเผาลงในถาด หนาประมาณ ๒๐ - ๒๓ ซม. รดน้้ำให้ชุมประมาณ ๑ - ๑.๕ ลิตร
ขั้นตอนที่ ๒ โรยข้าวงอกประมาณถาดละ ๑๘๐ - ๒๒๐ กรัม
ขั้นตอนที่ ๓ โรยดินหรือแกลบปิดหน้าถาด หนาประมาณ ๓ - ๕ ซม. นำถาดขึ้นซ้อกันเพื่อบ่มไว้ ๒ วัน
ขั้นตอนที่ ๔ แผ่ถาดลงในแปลงอนุบาล จนครบ ๑๕ - ๒๕ วัน จึงนำต้นกล้าไปปักดำ
สำหรับนาดำ จะใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวในการเพาะพันธุ์ประมาณ ๘ - ๑๐ กิโลกรัมต่อไร่
"การปักดำ" วิทยากรมีความสามารถสูงในการปล่อยมุขมาเป็นระยะ ๆ คราวนี้มุขกระจายออกมาทั้งห้องประชุมว่า "ดำถี่ได้ฟาง ดำห่างได้ข้าว"
๑. ระยะห่างจากการปักดำ มีระยะห่างแถวละ ๓๐ ซม.
๒. ใส่ปุ๋ยครั้งที่ ๑ หลังปักดำแล้ว ๕- ๗ วัน
๓. รักษาน้ำคลุมหน้าดินหลักปักดำใน ๑๕ วัน
๔. ไม่ควรปลูกข้าวขวางการส่องแสงของดวงอาทิตย์ จะทำให้ต้นข้าวได้รับแสงไม่พอ
"แรงงานเป็ด" เป็นการเสนอแนะให้ชาวนาได้ตระหนักเกี่ยวกับห่วงโซ่อาหาร คือขณะที่เพาะต้นกล้าให้อนุบาลลูกเป็ดไว้รอ ภายหลังเมื่อปักดำเสร็จ และลูกเป็ดมีอายุ ๓ สัปดาห์แล้ว ให้ปล่อยลูกเป็ดลงในนา ประมาณ ๔๐ ตัวต่อ ๑ ไร่
ตอนเช้าไม่ควรให้อาหารเป็ดจนอิ่ม เพื่อให้เป็ดลงไปหากินในนา แหวกว่ายในร่องต้นข้าว ย่ำหญ้า จิก จับ กินแมลง หอย ปู และการย่ำหญ้าย่ำโคลนตมทำให้ลดก๊าซมีเทนในดินได้อีกด้วย ในการนำเทคโนโลยีมาใช้ตั้งแต่การเพาะต้นกล้า การอนุบาลและการปักดำ "เป็นการประหยัดแรงงาน ประหยัดเวลา เป็นผลดีต่อการพัฒนาผลผลิตเพื่อสร้างรายได้และจำหน่าย" และตระหนักในการเก็บเงินทุกบาท ทุกสตางค์ที่หล่นลงไปในดินให้คืนมาเพื่อเป็นต้นทุนในการผลิตต่อไป
รถดำนาแบบเดินตาม ๔ แถว
สามารถทำงานได้ ๖-๘ ไร่ต่อวัน
รถดำนำแบบนั่งขับ ๖ แถว
สามารถทำงานได้ ๑๗-๒๒ ไร่ต่อวัน
บันทึกฉบับนี้ เป็นการเล่าประสบการณ์ที่ได้มีโอกาสไปเรียนรู้เกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการดำนาเพื่อพัฒนาผลผลิต เพราะยังมีชาวนาอีกจำนวนมากที่ประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และได้ผลผลิตต่ำ ไม่คุ้มกับการลงแรงลงทุน และประสบกับปัญหาสารพิษตกค้างในร่างกาย จึงถือโอกาสนำมาเล่า
บรรยากาศในการเรียนรู้ เป็นความรู้สึกที่มีความสุข เพราะชาวนามีอารมณ์ดีกันทุกคน แบ่งปันความรู้และประสบการณ์แบบภาษาพื้นบ้านง่าย ๆ ซื่อ ๆ เป็นกันเอง ยิ้มแย้มแจ่มใสที่มองตาแล้วเห็นทะลุถึงก้นบึ้งของหัวใจ อีกส่วนหนึ่งก็เป็นอาจารย์และนักศึกษาเกษตร ที่มีความติดดินเปื้อนโคลนโดยเนื้อแท้ คนแบบบ้านบ้านคิดอะไรก็พูดแบบนั้น ตรงไปตรงมา ไม่หลุดปากไทยคำลาวสองคำให้รกหู สื่อใจถึงใจไม่นุ่มนวล ไม่อ่อนหวาน ไม่หยาบกระด้าง แต่อ่อนโยนในจิตใจ
แม้ว่าฉันจะไม่ค่อยมีความรู้อะไรเลย พวกเขาก็ไม่แสดงรังเกียจ เขาใช้ภาษาเรียบง่าย ในการอธิบายให้ฉันได้เข้าใจ ฉันชอบอยู่สังคมแบบนี้แม้ว่าจะไม่มีระดับเหมือนคนบางกลุ่มแต่มากด้วยคุณค่าทางจิตใจ
เรียนคุณยายคิมครับ
เจ้าตัวนี้เองที่มาแทนเจ้าทุยหน้าทื่อที่เคยอยู่ทุ่ง
เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยพบเท่าไร เรียกว่า 2 ทุย
นำสองทุยมาฝากไว้นึกถึงเพลงเก่าๆ รุ่น 1960
ชอบจัง ฟังแล้วเหงาจังคุณยายคุมครับ "เจ้าทุยอยู่ไหน"....
สวัสดีครับ
มอบดอกไม้ให้กันนั้นสดชื่น
เคยหลับตื่นฟื้นฝันเริ่มวันใหม่
คงมอบให้จากห้วงแห่งดวงใจ
เสริมส่งให้มีพลังที่ตั้งปณิธาน
ครับ ละเลงบนแป้นพิมพ์ นี่ออกมาจากใจ
สวัสดีค่ะ ยามค่ำๆ แบบนี้ วิวัฒนาการ การดำนาเปลี่ยนไปตามกาลเวลา เพราะขาดคนทำนา จึงต้องมีสิ่งทดแทนนะคะ และคงจะถูกกว่าแรงงานแน่นอน นะคะพี่คิม จากรถเกี่ยวข้าวก็มาถึงรถดำนา น่าสนใจมากๆๆๆ
สวัสดีค่ะ...พี่คิม...
ได้ความรู้ทั้งดูอ่านท่านถ่ายทอด ครูคิมยอดถอดให้เห็นเช่นเตือนไว้
ทุกหยาดเหงื่อชาวนาพระคุณไทย เพิ่มผลผลิตคิดใหม่ไทยพัฒนา
แต่เสียดายรัฐบาลท่านโง่เขลา ไม่ค่อยเอาใจใส่ในปัญหา
ข้าวที่ทำนำหนี้ให้ไร้ราคา เป็นแรงงานไร้คุณค่าชาวนนาไทย
ทำนาไปได้แค่ฟางทั้งหนี้เพิ่ม แต่พวกเสริมโรงสีที่รวยได้
ผู้ส่งออกร่ำรวยด้วยอะไร เห็นชาวนาเป็นควายหรือไรกัน
สวัสดีค่ะอาจารย์โสภณ เปียสนิท
สวัสดีค่ะนาย ประทีป ประทีป วัฒนสิทธิ์
สวัสดีค่ะRinda
สวัสดีค่ะบุษยมาศ
สวัสดีค่ะคุณวิโรจน์ พูลสุข
สวัสดีค่ะ
ดูท่าพี่ครูเกษียญ.. แต่ได้เรียนรู้มากขึ้นกว่าเดิมอีกนะครับนี่..
คนมีไฟ...ก็อย่างนี้..นับถือ ๆ
สวัสดีค่ะkrupong
สวัสดีค่ะเกษตร(อยู่)จังหวัด
สวัสดีค่ะชำนาญ เขื่อนแก้ว
พี่คิมครับ จัดไปอีกหนึ่งบันทึก ย้อนหลังเดือนจากงานเดือน มกราคมครับ
http://gotoknow.org/blog/supersup300/428473
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนครับ
เรียน คุณคิม เพื่อสอดคล้องบรรยากาศ ขอนำ "กลอนสอนศิษย์"
2 บท หากอ่านเพิ่มก็เข้าดูที่เว็บของผมเป็นพระคุณยิ่ง (ประมาณ 300 กว่าบท)
คุณเปิบข้าวหอมมะลิซิใจชื่น
รสระรื่นรวยรินกลิ่นสวรรค์
อิ่มเอมเกษมสุขทุกทุกวัน
ผลิตภัณฑ์หยาดเหงื่ออยู่เหนือจาน
กว่ามาเป็นเม็ดข้าวขาวสะอาด
ลองนึกวาดภาพชาวนาน่าสงสาร
กระดูกสันหลังแม้ผุพังยังบริการ
ทรมานทนทำจากจำเป็น
ขอบคุณมากครับ