ได้มีโอกาสพูดคุยกับพี่นุช (คุณนายดอกเตอร์) ในวันก่อนทำให้ได้ปรัชญาชีวิตมาข้อหนึ่งคือ "ทำบ้านให้เป็นวัด" ชีวิตจะสุขสงบไปโดยธรรมชาติเพราะสิ่งแวดล้อมที่อยู่อาศัยเอื้อประโยชน์ให้นั่นเอง
บ้านหลังแรกของครอบครัวเรามีธรรมชาติที่อำนวยให้เกิดการภาวนาจิต เช้า เที่ยง เย็น ก่อนนอน หรือ เมื่อนึกขึ้นได้ อ.ธวัชชัย จะมานั่งภาวนาจิตเป็นประจำเพื่อให้ใจสงบ ส่วนดิฉันจะทำเมื่อโอกาสอำนวย แต่ก็จะพยายามให้มากยิ่งขึ้น
ปล. วันนี้ได้มีโอกาสคุยกับหลวงพี่พิทยา ซึ่งเป็นเพื่อนเก่าสมัยมัธยม หลวงพี่บวชมา 13 ปีแล้วและเป็นลูกศิษย์หลวงปู่ติช (Thich Nhat Hanh) หลวงพี่บอกว่า คนเรามักติดอยู่กับความดีและไม่ดี ขาวและดำ อันที่จริงทุกอย่างมันเป็นธรรมชาติของมันอย่างนั้น มีเหตุให้มันเกิด และมีเหตุให้มันดับไป
สาธุ


ชีวิตกับธรรมชาติเป็นสิ่งที่คู่กันมาอย่างแยกออกจากกันไม่ได้คะ
ธรรมชาติคือเพื่อนอันยิ่งใหญ่ของสรรพสิ่งคะ
ขอบคุณข้อคิดที่เป็นธรรมชาติคะ
ใช่แล้วค่ะ...หากสิ่งแวดล้อมภายในบ้านดี เงียบสงบและอยู่เย็นเป็นสุข
ก็เหมือนกับความรู้สึกเมื่อเราย่างก้าวเข้าไปในวัดนะคะ...
ขอบคุณค่ะ ชื่นชมบันทึกนี้ หากนำวัดเข้าสู่ใจ อยู่ที่ไหนใจย่อมสงบได้เช่นกันนะคะ
ดอกบัวบานหน้าบ้านยามเช้า
เรียนท่านอาจารย์
สวัสดีค่ะอาจารย์
เห็นด้วยเช่นกันค่ะ
ธรรมชาติช่วยให้ใจสงบ สมองโล่งโปร่ง ใจสบายกายหายป่วยค่ะ
ขอบคุณน่ะค่ะ
สวัสดีครับอาจารย์
รุ่นน้องผู้เป็นกัลยาณมิตรเคยเขียนมาให้สติในว่า
ส่งหนังสือของหลวงพ่ออุทัยมาให้อ่านครับ
REACHING THE GOODNESS WITHIN
ธรรมรักษาครับ
สวัสดีครับ อ.จัน
เพิ่งทราบว่าพระอาจารย์พิทยา เป็นเพื่อนอาจารย์ครับ
เชิญชวนอาจารย์ฟังเพลงแห่งสติ..
เพื่อการภาวนาจิตให้สงบเย็น อยู่กับปัจจุบันขณะ
ของพระอาจารย์พิทยา หมู่บ้านพลัม ได้ที่นี่ครับอาจารย์
http://www.pobbuddha.com/dontridhamma/music.php?m_refer=tan2
ธรรมจัดสรร ชวนกันสู่ปัจจุบันขณะ...
ฝากความระลึกถึงและเป็นกำลังใจให้ อ.เหน่ ด้วยนะ
ขอบคุณครับ
ทำบ้านให้เป็นวัด
มีความหมายถึงการทำบุญเสมอ
เป็นสิ่งดีงามและน่าทำมากเลย
สวัสดีค่ะ
บทความน่าสนใจมากเลยค่ะอาจารย์ ชีวิตเริ่มต้นจากธรรมชาติ คนเราหลีกหนีธรรมชาติไม่ได้ ฉะนั้นเราต้องรักษ์ธรรมชาติ เพื่อจะได้ใช้ชีวิตให้มีความสุข ขอบคุณสำหรับบทความดีๆค่ะ