พอลูกน้อยลืมตาดูโลก คนที่เป็นพ่อเป็นแม่ก็ตื่นเต้นและพยายามจะทำทุกอย่างให้ลูกรักแข็งแรงและมีสุขภาพที่ดี สิ่งที่ง่ายและจำเป็นที่สุดคือพาลูกไปรับวัคซีนเพราะจะช่วยป้องกันโรคร้ายต่างๆให้ลูก
พอลูกน้อยลืมตาดูโลก คนที่เป็นพ่อเป็นแม่ก็ตื่นเต้นและพยายามจะทำทุกอย่างให้ลูกรักแข็งแรงและมีสุขภาพที่ดี สิ่งที่ง่ายและจำเป็นที่สุดคือพาลูกไปรับวัคซีนเพราะจะช่วยป้องกันโรคร้ายต่างๆให้ลูก แต่ก็เชื่อว่าผู้อ่านคงเคยได้ยินได้ฟังข่าวมาบ้างที่ว่า นำลูกมารับวัคซีนตามวันเวลาที่นัด แต่ลูกยังป่วยหรือบางคนอาจจะถึงกับพบความพิการ จึงเกิดความกังขากับพ่อแม่หรือผู้ปกครอง...
วัคซีนปลอม ??
หรือว่าวัคซีนหมดอายุ ??
จากเหตุการณ์ข้างต้นนับเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ของครอบครัว ที่ไม่สามารถหาสิ่งใดมาทดแทนได้ ด้วยเหตุนี้ คลินิกสุขภาพเด็กดีจึงได้ตระหนักเป็นอย่างมาก และจะไม่ยอมให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นกับเด็กๆที่มารับบริการวัคซีนที่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 10 เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2554 ที่ผ่านมา พี่นู๋นี จึงนำเอาแนวทางการจัดเก็บวัคซีนของคลินิกสุขภาพเด็กดีมาเล่า เพื่อให้หน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ
พี่นู๋นี ( ปราณี สุทธาชัย)
แล้วทำไมต้องเก็บวัคซีนในที่เย็น ?
พี่นู๋นีบอกว่า เพราะวัคซีนเป็นชีววัตถุที่มีความไวต่อความร้อน และสูญเสียคุณภาพได้ง่าย การเก็บรักษาวัคซีนที่ดีให้เหมาะนั้นจึงต้องเก็บในที่มีอุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส จะช่วยให้คงสภาพและมีคุณภาพอยู่ได้นาน และมีประสิทธิภาพให้ป้องกันโรคได้ดีตามต้องการ โดยทั่วไปผู้ผลิตจะระบุวิธีการเก็บรักษาหรืออุณหภูมิที่ควรเก็บไว้ข้างภาชนะบรรจุมาเสมอ ทั้งนี้เพราะส่วนใหญ่มักจะผลิตมาจากกลุ่มประเทศตะวันตก ซึ่งอุณหภูมิในขบวนการผลิตและจัดเก็บจึงมักจะต่ำกว่าในบ้านเราซึ่งเป็นเมืองร้อนกว่า ดังนั้นวัคซีนและยาหลายตัวผู้ผลิตจะกำหนดมาเลยว่าควรเก็บในสภาวะไหนที่ผ่านการทดลองมาแล้วว่าจะให้ผลการรักษาที่ดีตามต้องการ ทางคลินิกฯจึงได้รวบรวมองค์ความรู้จากที่ต่างๆบวกกับประสบการณ์การทำงานที่ผ่านๆมาของเจ้าหน้าที่เอง จัดทำมาตรฐานในการบริหารและเก็บวัคซีนของคลินิกฯขึ้น
ส่วนหนึ่งของผู้เข้าล้อมวงฟังในวันนั้น
ซึ่งพอจะสรุปได้ดังนี้
-
ปลั๊กที่เสียบตู้เย็นจะต้องเป็นปลั๊กที่มีไฟสำรอง เพื่อป้องกันไฟฟ้าตกหรือดับ
-
ไม่เก็บวัคซีนบริเวณฝาตู้เย็น เพราะบริเวณนี้อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงได้ง่าย และที่กล่องแช่ผัก เพราะความเย็นอาจจะกระจายไม่ถึง
-
ในกรณีเป็นตู้เย็นแบบ 1 ประตู ไม่เก็บวัคซีน ดีทีพี, ดีที, ทีที, ตับอักเสบบี, เจอี,เตตานัส แอนตี้ท็อกซินในชั้นที่ใกล้กับช่องแช่แข็ง เพราะจะทำให้เย็นจัดจนทำให้วัคซีนแข็ง เมื่อวัคซีนแข็งแล้วจะเสื่อมคุณภาพไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก สำหรับชั้นบนใกล้ช่องแช่แข็ง ควรเก็บวัคซีน หัด, เอ็ม เอ็ม อาร์ และบีซีจี แต่สำหรับโอพีวีให้เก็บในช่องแช่แข็ง แต่ของคลินิกเป็นแบบ 2 ประตูจึงไม่มีปัญหาเรื่องนี้
-
จัดเรียงวัคซีนและน้ำยาละลายให้เป็นระเบียบ อย่าเรียงให้ชิดกันมาก เพื่อให้อากาศเย็นหมุนเวียนได้อย่างทั่วถึง และต้องใช้หลักหลัก first expired in, first expired out
-
ต้องมีป้ายบ่งชี้ชัดเจน วัคซีนที่มีชื่อพ้องกัน ควรจัดแยกจากกันชัดเจน
-
ในช่องแช่แข็งให้เก็บ ice packs และแช่ขวดใส่น้ำไว้ที่ชั้นล่างของตู้เย็น และฝาตู้เย็นเพราะจะทำให้
อุณหภูมิภายในตู้เย็นคงที่ และเมื่อไฟฟ้าดับจะทำให้สามารถเก็บความเย็นไว้ได้ระยะหนึ่ง
-
ไม่วางตู้เย็นที่มีแสงแดดส่องถึง เพื่อป้องกันอุณหภูมิเปลี่ยน
-
ต้องบันทึกอุณหภูมิตู้เย็นวันละ 2 ครั้ง เวลา 08.00 น และ 16.00 น. เพื่อตรวจสอบอุณหภูมิที่บันทึกว่าอยู่ในระดับอุณหภูมิที่เหมาะสม (2-8 องศาเซลเซียส) หรือไม่ (โดยวางปรอทไว้ในตำแหน่งตรงกลางตู้เย็น) ถ้ามีระดับต่ำกว่าหรือสูงกว่า 2-8 องศาเซลเซียส ควรมีการปรับปุ่ม thermostat ของตู้เย็นให้เหมาะสม หากปรับแล้วอุณหภูมิไม่เปลี่ยนแปลงควรพิจารณาส่งซ่อม โดยเร็วที่สุด
-
และเนื่องจากคลินิกฯมีผู้มารับบริการมากในแต่ละวัน ฉะนั้นในการรักษาอุณหภูมิตู้เย็นจึงนำกระติกบรรจุ Ice pack แบ่งใส่วัคซีนสำหรับฉีดรายวัน
-
น้ำแข็งในช่องแช่แข็งไม่ควรหนาเกิน 3 มม. และจะต้องย้ายวัคซีนไปใส่ตู้เย็นสำรองก่อนที่จะกดปุ่มละลายน้ำแข็งก่อนทุกครั้ง เพราะในช่วงเวลาที่ตู้เย็นละลายน้ำแข็ง อุณหภูมิในตู้เย็นจะร้อนขึ้น วัคซีนจะมีปัญหา
-
ที่สำคัญ คือ วัคซีนจะต้องเก็บรักษาในอุณหภูมิที่ 2-8 ํC ตู้เย็นที่ใช้จึงควรเก็บแต่วัคซีนเท่านั้น ไม่ควรเก็บปนกับอาหารหรือของใช้อื่นๆที่นำมาใส่ไว้จนเต็มตู้เย็น เพราะ...
-
ทำให้อุณหภูมิในตู้เย็นจะไม่เย็นพอที่จะเก็บรักษาวัคซีนได้
-
มีการเปิดปิดบ่อยครั้งจนควบคุมอุณหภูมิยาก
-
ภาพจำลองการจัดเรียงวัคซีนในตู้เย็น
ของคลินิกสุขภาพเด็กดี
หน่วยงานไหนที่ต้องบริการให้วัคซีน ลองนำไปทดลองใช้ดูได้นะคะ เพราะพี่นู๋นีบอกว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านมายังไม่เคยประสบปัญหาอย่างตัวอย่างเหตุการณ์ข้างต้นเลย
แล้วกรณีไปดับจะทำอย่างไร ?? ผู้เขียนไปอ่านเจอเห็นว่าน่าสนใจจึงเอามาฝากค่ะ
การปฏิบัติกรณีไฟฟ้าดับ
1 .กรณีไฟดับไม่เกิน 3 ชั่วโมง ให้นำ ice packs หรือขวดน้ำที่แช่แข็งแล้วลงมาวางไว้ที่ชั้นล่างแล้ว ให้ปิดประตูตู้เย็นไว้ตลอดเวลาจนกว่าไฟฟ้าจะมา
2. กรณีไฟดับเกิน 3 ชั่วโมง ให้ย้ายวัคซีนไปเก็บในหีบเย็น หรือกระติกที่มี ice packs หรือน้ำแข็งมากเพียงพอ พร้อมกับเทอร์โมมิเตอร์สำหรับวัดอุณหภูมิ แล้วให้เพิ่มนำแข็งหรือเปลี่ยน ice packs เมื่อตรวจสอบพบว่าอุณหภูมิเริ่มสูงขึ้นมากกว่า 8 องศาเซลเซียส
3. กรณีไฟดับนานหลายวัน ประสานกับสถานบริการอื่นล่วงหน้า เพื่อนำฝากวัคซีนต่อไป
จะเห็นว่า... การเก็บวัคซีนอย่างถูกต้องจะมีผลต่อคุณภาพและประสิทธิภาพของวัคซีนอย่างมาก และส่งผลต่อเนื่องไปถึงประสิทธิภาพของการป้องกันโรคด้วย เป็นเรื่องง่ายๆใกล้ตัวที่สำคัญและไม่ควรละเลยอย่างยิ่ง
แล้วเหตุการณ์ข้างต้นก็จะไม่เกิดขึ้นกับเด็กๆอันที่เป็นที่รักของพ่อแม่
คุณผู้อ่านเห็นด้วยไหมคะ !!!
ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมที่นี่ค่ะ


สวัสดีค่ะพี่เขี้ยว
ทักทายยามฝนพรำ ฝากความระลึกถึงไปยังเวียง ฝนตกทางนี้ ส่งถึงทางโน้น
สบายดีนะคะ หายเงียบไปเหมือนกันเลย วันก่อนไปเจอกิจกรรมไร้พุงแถวที่ทำงานค่ะ
คิดถึงเลยเจ้า :)
ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันค่ะ..อยากให้ประชาสัมพันธ์ข้อมูลนี้อย่างทั่วถึงเพื่อเด็กๆที่รักของพวกเรานะคะ..
ขอบคุณน้องปู
ฝนตกทางโน้น หนาวถึงคนทางนี้ด้วยแฮะ อิอิ
หายไปนานเพราะงานมันรุมจ้า
ขอบคุณนะคะที่มาเยือน
แต่ระวังอย่าเปิดปิดตู้เย็นบ่อยๆ เดี๋ยววัคซีนน้องๆจะเสีย
ขอบคุณพี่ใหญ่
เรื่องดีๆแบบนี้ ต้องเอามาบอกต่อที่นี่ไงคะ