AWD = Alternate Wetting and Drying การจัดการน้ำ เปียกสลับเเห้ง ในเเปลงนา

เคยเขียนและ Post วีดีโอไว้ในบันทึก นี้ครับ

ตอบโจทย์ ทำนายุคน้ำน้อย รับโลกร้อน

Rice is life : โลกต้องปฏิรูประบบเกษตรกรรมรับมือประชากร 9,000 ล้านคน ใน 40 ปี กับเทคนิคการจัดการน้ำในเเปลงนา: AWD ของ IRRI

บันทึกนี้เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น ขอ capture มาดูกันชัดๆ ครับ

ว่า การเเกล้งข้าว ด้วยอุปกรณ์ง่าย ๆ ที่ทำให้ ข้าวเเข็งแรง ประหยัดน้ำ ประหยัดปุ๋ย ทำกันอย่างไร???

ที่ระยะเเห้ง 15 เซน จะเป็น "จุด เฉา" ของข้าว จึงเติมน้ำกลับมาที่ 5 เซนติเมตร 

รากข้าวจะมีการยืดตัว ออกหาอาหาร ตามปริมาณน้ำที่ลดลง

การน้ำท่อ PVC ไปวางในเเปลงนา เพื่อดูระดับน้ำ

อุปกรณ์ที่ทำได้ง่ายๆ ทำได้ที่บ้าน ครับ ท่อ PVC เจาะรู พรุน ที่ระยะความสูง 15 เซน

การปล่อยให้เเปลงนาแห้งช่วงก่อนที่ใบข้าวจะชนกันระหว่างเเถว ก็คือว่าจะมีหญ้าขึ้น

ถ้าเก็บหญ้าด้วยคนไม่ไหวก็ใช้เป็ด ครับ (เคยให้ชมกันแล้ว) หรือไม่ก็ใช้เครื่องมือช่วยครับ เป็นศาสตร์ในการจัดการ หญ้า ที่ไม่ต้องพึ่งพาสารเคมี ->Rotary weeder

ตามสูตร ไม่จน ไม่เจ็บ ไม่เจ๊ง เพราะเข้าใจว่าอะไรคือเหตุ และผล ในการทำ

สูตรจน - เจ็บ- เจ๊ง

1.นาหว่าน(เหตุ) ข้าวกับหญ้างอกพร้อมกัน ต้องฉีดยาคุม ยาฆ่าหญ้า(เหตุ) -> ต้นข้าวเหลือง เฉา (ผลจากนาหว่าน และยาคุมฆ่า  )

2.ต้องใช้ปุ๋ยเคมีช่วย ให้ข้าวกลับมาเขียว (วงจร หลอกตัวเอง)

3.โรคแมลงลง เนื่องจากข้าวไม่เเข็งแรง ...ฉีดยาฆ่าแมลงอีก

4.สุขภาพก็แย่ลง ทั้งคน ทั้งข้าวทั้งสิ่งแวดล้อมครับ ... 

ทำไปทำไม ??? .... 

 


 

เพิ่มเติมประโยชน์เพิ่มเติมที่น่าจะได้จากวิธีการนี้

นอกจากการประหยัดน้ำแล้วก็คือ

1.แก้ปัญหานาหล่ม -> พื้นนาไม่ท่วมขังตลอดเวลา หน้าดินมีเวลา set ตัว

2.ลดก๊าซมีเทน ในนาข้าว ช่วงหน้าดินแตก ออกซิเจนจะลงไปให้ดินได้มากขึ้น

3.ลดการล้มของข้าวและการสูญเสียผลผลิตในการเก็บเกี่ยวได้ ได้เนื่องจากระบบรากข้าว ที่ยืดตัวออกหาอาหาร จะเป็นตัวค้ำยัน

4.ลดการอาศัยของโรคแมลงในเเปลงนาข้าว เนื่องจาก 5/15 ไปรบกวนสภาพที่เหมาะสมของการอยู่อาศัยของเเมลง --> อุณภูมิไม่คงที่ จะมีขึ้นลงตามปริมาณน้ำ

5.ต้นข้าวสุขภาพดี เเข็งแรง หากินเก่ง

6.ชาวนาประหยัดปุ๋ยเคมี ประหยัดเงิน 

7.เป็นวิธีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

8.ชาวนาสุขภาพดี

9. ท่านที่สนใจนำไปทำที่เเปลงนา มาเขียนเพิ่มเติมได้นะครับ

 



 

ดูแล้วต้องทำ ครับ (แปลงนาผมทดลองทำแล้ว)

ถึงจะรู้ว่า วิธีการนี้ดีจริง อย่างที่ว่าข้างบนหรือไม่