Ico48 ขอบคุณพี่นุช ครับ

มองมุมลบ เมื่อ "ข้าว เป็นสินค้าการเมือง" นักการเมืองก็จะใช้เป็นเครื่องมือในการหาเสียงกับกลุ่มเกษตรกร (นักการเมืองส่วนใหญ่ก็เป็นเจ้าของโรงสี พ่อค้าคนกลางในพื้นที่)

และคอยหาเสียง หางบประมาณ หาเศษ หาเลย เอารัดเอาเปรียบชาวนา เป็นวงจรอุบาทว์อยู่ร่ำไป

ผมก็ไม่รู้ว่า แต่ละปี อบต. สส. รัฐมนตรี เค้าไปดูงานอะไรที่ต่างประเทศ ...

เรื่องเกษตรประเทศไทยถึงไม่พัฒนาไปข้างหน้า วนอยูกับปัญหาเดิมๆ 

ข้าวราคาตก (อาจจะมาจากตลาดโลก หรือการบิดเบือนภายในประเทศ) ->ชาวนารวมกลุ่มประท้วง -> นักการเมืองรับปาก โน่น นี่ นั่น   (เงินภาษีเราๆท่านๆทั้งนั้น)->ได้คะเเนนเสียงชาวนา บนต้นทุนภาษีประชาชน  

ข้อแก้ไข

"ราคาข้าว" เป็นกลไกตลาด คนทำนา ไม่ใช่คนกำหนดราคาขาย

(รัฐต้องดูแลให้ความเป็นธรรม)

คนทำนา ต้อง "คุมต้นทุน" ที่ทำด้วยตัวเองได้ ที่เเปลงนา ด้วย "วิธีปักดำ"ใส่ใจดูแลเเปลงนา ลดปุ๋ย ลดยาเคมี (บนไปว่าปุ๋ยเเพง ยาเเพง ราคาก็ไม่ลงครับ) 

ไม่ต้องไปรอความช่วยเหลือ "นักการเมืองไม่จริงใจ"

ช่วยตัวเอง ดีต่อตัวเอง ไม่ต้องไปรอใคร

ช่วยตัวเองไม่ได้ ก็ไม่ต้องไปโทษใคร ... 

ทำคนเดียวไม่ได้ ก็ "รวมกลุ่ม การผลิต ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม" เรื่องที่ต้องลงทุนใช้ปัจจัยการผลิตร่วมกัน ก็ต้องร่วมกันคิด ร่วมกันทำครับ   

เวียดนาม ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต การทำนา แข่งส่งออกข้าวใทยในตลาดโลก ->ด้วย Village combine ลงแขกใช้เครื่องจักรกลการเกษตร ร่วมกันภายในกลุ่ม  

(ไว้ติดตามในบันทึกต่อๆ ไปครับ)  

        ตราบใดที่ "นักการเมือง สอนให้ชาวนา เกษตรกร รอความช่วยเหลือจากรัฐ ก็จะไม่มีการพัฒนา ความก้าวหน้าในอาชีพเกษตร ครับ "  

ขอบคุณครับ