เหน็บหนาวที่ชองโด
เมืองชองโด
เครื่องจากสายการบินไทย เหินขึ้นฟ้าจากไทยเวลา 23.00 น.ถึงสนามบินนานาชาติอินชอนเวลาท้องถิ่น 06.25 น.(เร็วกว่าไทยสองชั่วโมง)
เพียงแค่เดินจากห้องผู้โดยสารผ่านบางช่วงของเส้นทางเดินที่ลมพัดผ่าน ความหนาวเย็นเยือกที่พัดโชยใส่ ทำให้ผมต้องสะท้านไปทั้งตัว ก่อนจะรีบเข้าห้องน้ำจัดแจงสวมชุดลองจอน + เสื้อยืด + เสื้อกั๊ก + เสื้อกันหนาวหนังกลับ + หมวกไหมพรมคลุมถึงใบหู + ถึงมือ เพื่อต้อนรับเพื่อนแห่งควมมเหน็บหนาวในระดับ -3 องศา
ยังเช้าเข้าโรงแรมไม่ได้ ขบวนจึงเคลื่อนไปยังเมืองชองโด เมืองใหม่แห่งแรกของโลกบนพื้นที่ 6 ตารางกิโลเมตร ที่ถูกออกแบบและวางแผนในฐานะเขตธุรกิจระหว่างประเทศ กำลังอยู่ระหว่างก่อสร้าง
ยอมรับว่าตะลึงพรึ่งเพริดกับเมืองใหม่แห่งนี้ที่เต็มไปด้วยตึกสูงระฟ้ามากมาย ทั้งที่เป็นสำนักงาน ที่อยู่อาศัย โรงพยาบาล แหล่งค้าปลีกสินค้า โรงแรม โรงเรียนนานาชาติ พื้นที่สาธารณะ สวนสาธารณะ แหล่งนันทนาการ พิพิธภัณฑ์ศิลปะ สนามกอล์ฟ
ภายใต้หลักการสำคัญคือ เป็นเมืองสีเขียวที่พรั่งพร้อมไปด้วยศิลปะทางสถาปัตยกรรมและเทคโนโลยี่ที่ทันสมัย เป็นเมืองที่รักษาสิ่งแวดล้อม ลดจำนวนของปริมาณคาร์บอนด์ในเมือง ฯลฯ
เขาวางแผนและก่อสร้างมา 10 ปีแล้วเพื่อให้ทันเปิดใช้ต้อนรับเอเชี่ยนเกมส์ในปี 2014 ที่จะมาถึง ภายใต้งบประมาณ 40 พันล้านเหรียญสหรัฐ เป็นโครงการร่วมทุนระหว่างเกาหลีและสหรัฐอเมริกา
แม้อากาศจะเหน็บหนาว ลมจะพัดกรูบาดลึกจนสะท้านเยือก แต่ยังน้อยกว่าความสนใจใคร่รู้ที่พยายามเก็บข้อมูลและบันทึกภาพไว้ในความทรงจำ
คงอีกนาน กว่าเมืองไทยเราจะจริงจังและสร้างเมืองที่สมดุลย์เช่นนี้ขึ้นได้


ขอบคุณครับ สำหรับดอกไม้ดอกแรกจากครูคิม
สวัสดีค่ะ
เห็นภาพและบรรยากาศเกาหลีก็คิดถึงภาพเก่าๆ ที่เคยเก็บไว้ (ของคุณพ่อ)
ดูการเปลี่ยนแปลงแล้วนำหน้าไทยไปลิบๆ เลยนะคะ
โอ้โฮ อยากไปจริงๆค่ะ
เพิ่งไปเขาหลวง ที่ จ. สุโขทัย มาเหน็บหนาวอยู่เหมือนกัน
ครูนายครับ ในแง่วัตถุและเทคโนโลยี่ น่าจะห่างเราไปมากแล้ว
kop ครับ หนาวจริงๆ ยิ่งตอนมีลมและฝนโปรยๆ ต้องหลบเข้าอาคารทันที สวมหนาแค่ไหนก็ไม่ไหว
สงครามเกาหลีเริ่ม 25 มิถุนายน ค.ศ.1950 และสิ้นสุดเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ค.ศ. 1953 เกือบ 60 ปีแล้วนะครับครูหยุยที่สงครามสิ้นสุดลง ณ วันนี้ผมมีความรู้สึกว่าเรายิ่งห่างไกลกับเขาไปเรื่อย ๆ แค่เห็นแบรนด์ Samsung
บ่าวนพครับ ประเด็นใหญ่ที่เป็นปมหัวใจสำคัญคือ เขารวมเกาหลีเข้าร่วมกันเป็นประเทศเดียวกันไม่ได้ แต่ไทยเราน่าห่วงคือกำลังแตกแยกกัน หลายเรื่องเลยสะดุด
สวัสดีค่ะ
กลับจากที่หนาวๆมาสู่อากาศบ้านเราแล้วนะคะ
ปีที่แล้ว ที่บ้านไปเกาหลีกัน ไม่ได้ไปกับเค้าด้วย ลูกชายกลับมาบอกว่า ถ้าแม่ไป แม่ต้องตายแน่ๆ
เค้าพูดเหมือนพูดเล่น แต่เค้าหมายความอย่างนั้นจริงๆค่ะ เพราะดิฉันสู้ความหนาวไม่ไหวเลย
คงมีภาพน่าประทับใจมาแบ่งปันกันอีกใช่ไหมคะ
ยินดีด้วยนะคะครูหยุย
ที่กลับมาอย่างสวัสดิภาพและไม่ได้หอบเอาความหนาวตามมาด้วย
เห็นภาพทันทีเมื่อพูดถึงตอนเดินบางช่วงของสนามบินที่เจออากาศเย็นวูบเข้ามา....
สวัสดีค่ะครูหยุยท่านได้เจอสาวอารีดังไหมคะ อิอิ สาวเกาเหลา อิอิ เกาหลัง เกาหลี สวยมากๆ หนาวกายต้องทน เจอหนาวใจยังต้องคิดนะท่าน
ณัฐครับ ผมปกติแล้วกลัวหนาวมาก เพราะเคยหนาวจนแย่ที่สถานีรถไฟในสวิส จำได้ว่านั่งตัวสั่น คุ้มตัวงอลง สองมือกุมแน่นติดอก โชคดีผู้สูงอายุชาวจีนที่ขายเกาลัดเดินเข้ามาหา แกะมือผมออก ใส่ห่อเกาลัดอุ่นร้อนเข้าไปไว้ในมือให้ผมกำไว้ อุ่นขึ้นทันที ยังจำน้ำใจเขาได้ถึงบัดนี้
สวัสดีค่ะคุณครูหยุย
krugui ครับ การไป-กลับมาคราวนี้ดีกว่าทุกครั้งคือ ไม่หอบเอาหวัดกลับมาด้วย คงเพราะเตรียมตัวดีกว่าทุกครั้งและเวลาที่ไม่ห่างจากไทยมากเกินไปครับ
Rinda ครับ สาวๆ นั้นเจอไปทุกหนทุกแห่งนะครับ แต่ไม่เห็นจะสวยเหมือนดาราหรือแดจังกึมเล้ย แต่วัยรุ่นเขาแต่งตัวเก๋ได้ตามยุคสมัยดี
ขอบคุณ บุญ จากคุณยายคร๊าบ
ขอบคุณดอกไม้สี่ดอกจาก คุณยาย-ครูนาย-krugui-Sila Phu มากๆ ครับ
ฮั่นแน ถ่ายใกล้ๆ เหมือนดาราเกาหลีเลยนะครับครู
ความงามของน้ำใจ พบได้ในทุกที่นะคะ
มีรูปใหม่มาเพิ่มรูปหนึ่งแล้ว
อ.โสภณครับ นี่คือฝีมือถ่ายภาพของ ดร.ศิริพงษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เขาฝีมือระดับเทพนะครับ เลยช่วยลดริ้วรอยเหี่ยวย่นออกได้
ณัฐครับ ความงามของน้ำใจ พบได้ในทุกที่ เป็นวลีที่สรุปได้ดีมากๆ ครับ