ประชาธิปไตยในพุทธศาสนา
ประชาธิปไตยในพุทธศาสนา
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
KRUDALA · 20 ก.พ. 2554
นาย วัลลภ ตังคณานุรักษ์ (ครูหยุย) · 20 ก.พ. 2554
สาธุ อนุโมทามิ · 20 ก.พ. 2554
นีนาถ · 20 ก.พ. 2554
แก้ว..อุบล จ๋วงพานิช · 20 ก.พ. 2554
ประชาธิปไตยในพุทธศาสนา
ท่านอาจารย์มหาครับ
ผมเป็น "แฟนคลับ" ของอาจารย์มหาฯ มาเนิ่นนานนะครับ อย่างไรก็ดี เมื่อได้อ่านเนื้อหาเกี่ยวกับ "ประชาธิปไตยแนวพุทธ" ที่ท่านอาจารย์มหาเีขียนแล้ว ผมมีข้อสังเกตที่ขอแลกเปลี่ยนครับ
ประเด็นอื่นๆ ผมมองว่า "อาจจะตีความได้" เพื่อให้สอดรับกับสิ่งที่อาจารย์มหาฯ พยายามจะดึงเข้าหาประเด็นที่ต้องการอธิบายเกี่ยวกับประชาธิปไตย อย่างไรก็ดี ประเด็นที่ผม "แรเงาเหลืองๆ" ผมขอแลกเปลี่ยนนะครับ
ประเด็นต่อไปที่ผมขออนุญาติถามต่อนะครับ
ผมเรียนตรงๆ ว่าผมก็ไม่ค่อยชัดในประเด็นนี้เช่นกันครับ เรียนตรงๆ ว่าผมทำวิจัยเรื่อง "รูปแบบการจัดการความขัดแย้งโดยพุทธสันติวิธี" ซึ่งรูปแบบที่ผมกล่าวถึง ผมได้นำเสนอ "หลักการอธิกรณสมถะ" ที่พระพุทธเ้จ้าได้ออกแบบให้เป็นเครื่องมือในการจัดการความขัดแย้ง ถึงกระนั้น หลักการสัมมุขาวินัย (วิธีจัดการความขัดแย้งในที่พร้อมหน้า) ก็ตาม หรือตัสสปาปิยสิกา (วิธีจัดการความขัดแย้งด้วยการลงลงโทษแก่ผู้กระทำผิด) ก็ตาม แนวทางคือการตั้งกรรมการ หรืออนุกรรมการ (อนุกรรมการอาจจะใช้ในหลักอุพพาหิกา) ขั้นมาเพื่อดำเนินการเรียกโจทก์ และจำเลยมาซักถามต่อหน้าธรรม วินัย สงฆ์ หรือบุคคลก็ตาม
ประเด็นคือ "การที่อาจารย์มหาฯ พยายามตีความกลุ่มคนที่เป็นกรรมการ หรืออนุกรรมการ" ว่าเป็น "กรรมาธิการของสภา" อาจารย์ใช้หลักการใดเข้ามาอธิบายเทียบเคียงครับ กราบรบกวนขอความรู้เพิ่มเติมด้วย เพราะสิ่งที่อาจารย์นำเสนอนั้น ยอมรับว่าเป็นความรู้ใหม่สำหรับผม และผมตื่นเต้นที่ได้อ่านงานท่านครับ
ผมจะรอคำตอบจากอาจารย์มหาฯ นะครับ ขอได้โปรดกรุณาผมด้วย
ด้วยสาราณียธรรม
ขอบพระคุณอาจารย์นะครับที่ติดตามผลงานผมเสมอ และขออภัยด้วยครับที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับอาจารย์ช้าไปหน่อย สำหรับ
พระสงฆ์ คือ สมาชิกสภาผู้แทน ก็คงไม่เหมือนชาวบ้านที่เลือกผู้แทนราษฎรษ์เสียเลยทีเดียว เพราะพระสงฆ์ไม่ได้ผ่านการคัดเลือกดั่งเช่นชาวบ้านแน่นอนครับ แต่การที่พระสงฆ์จะเข้าทำสังฆกรรมใดก็จะได้รับการเลือกจากหมู่สงฆ์ให้ทำหน้าที่ในกรรมนั้น ๆ เช่น เป็นพระอุปัชฌาย์ พระกรรมวาจาจารย์ พระอนุสาวนาจารย์ พระอันดับ เป็นต้น นั่นก็คือ การได้รับการคัดเลือกจากพระภิกษุทั้งปวงนั่นเองครับ
ส่วนประเด็นปัญหาเรื่องของคณะกรรมาธิการนั้น ในทางบ้านเมือง คณะกรรมาธิการ Committee หมายเฉพาะถึงคณะกรรมการที่รัฐสภาหรือสภาแต่ละสภาแต่งตั้งขึ้นเพื่อศึกษาสอบสวนกรณีใด ๆที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของรัฐสภา หรือของสภาแล้วแต่กรณี หรือ หมายถึง คณะบุคคลที่สภาตั้งขึ้นเพื่อกระทำกิจการหรือพิจารณาสอบสวน หรือศึกษาเรื่องใด ๆ อันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของสภาแล้วรายงานต่อสภาซึ่งการมอบหมายให้คณะกรรมาธิการกระทำการดังกล่าวเป็นการมอบหมายเฉพาะเรื่อง
ก็เช่นเดียวกันครับในพุทธศาสนาก็ไม่คล้ายกับบ้านเมืองทั้งหมด แต่ก็สามารถเทียบเคียงได้จากการตั้งการกสงฆ์ (การกสงฆ์ (อ่านว่า กา-รก-สงฆ์, การะกะสงฆ์) แปลว่า สงฆ์ผู้ทำกิจ, หมู่ภิกษุผู้ปฏิบัติหน้าที่สำคัญ ใช้เรียกสงฆ์หมู่หนึ่งที่ได้รับมอบหมายให้ทำกิจสำคัญอย่างใดอย่างหนึ่งอันเป็นประโยชน์แก่หมู่คณะหรือแก่พระศาสนา ได้แก่ กิจการที่เป็นไปเพื่อความมั่นคงแห่งพระพุทธศาสนา เพื่อรักษาพระธรรมวินัย เพื่อชำระอธิกรณ์ เป็นต้น) ซึ่งการกสงฆ์ ได้แก่สงฆ์ที่ร่วมกันทำสังคายนาหรือทำสังฆกรรมต่าง ๆ ซึ่งเรียกว่า สังคีติการกสงฆ์ กัมมการกสงฆ์ ตามลำดับ ในการตั้งพระภิกษุเข้าสู่การเป็นการกสงฆ์นั้นก็จะต้องคัดเลือกพระภิกษุผู้มีความรู้ความสามารถเฉพาะด้านในเรื่องนั้น ๆ
ก็คล้ายคณะกรรมาธิการฝ่ายบ้านเมือง (คณะกรรมาธิการเป็นกลไกที่สำคัญของสภา เพราะสภามีหน้าที่กว้างขวางครอบคลุมในกิจกรรมทุกประเภท การปฏิบัติหน้าที่ทั้งในทางนิติบัญญัติและควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินจึงจำเป็นต้องอาศัยคณะกรรมาธิการเป็นหลัก เนื่องจาก
1. สภาประกอบด้วยสมาชิกจำนวนมาก มีระยะเวลาในการประชุมที่จำกัด ทำให้ไม่สามารถตอบสนองปริมาณงานของสภาที่มีจำนวนมากได้
2. สมาชิกสภาแต่ละบุคคลมีความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ และความสนใจในปัญหาที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดความเข้าใจที่แตกต่างกันในปัญหาแต่ละด้าน )