มีเหตุผลที่เหตุผลไม่รู้จัก....วังน้ำเขียว (1)

มีเหตุผลที่เหตุผลไม่รู้จัก....(ป้สกาล) นักปรัชญาชาวฝรั่งเศล

วันจันทร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2554

 

บางครั้งบางคืนที่คนอื่นหลับใหลกับราตรีกาล ผมอดอิจฉาไม่ได้ครับ แต่เพราะผมดิ้นรนและตั้งใจ จึงไม่มีโอกาสเข้าหลับเข้านอนเหมือนกับคนอื่น ๆ

 

งานวิจัย และงานวิชาการ เป็นงานหลักและหน้าที่ของผมโดยตรง เพราะตำแหน่งของผม คือ นักวิชาการสาธารณสุข แต่เชื่อไหมครับ ผมแทบไม่ได้ทำงานเหล่านั้น ในเวลางาน เพราะที่สถานีอนามัยมีงานบริการหลายรูปแบบที่ให้บริการผู้ที่เข้ามาหา  และในหลาย ๆ คืน แต่เดือน ผมต้องหอบเอกสารจากที่ทำงานมาทำต่อที่บ้านในเวลาค่ำคืนกับแสงจันทร์

 

เป็นนิสัยไม่ดีเลยนะครับ สำหรับคนทำงานในการหอบงานกลับมาทำงานที่บ้าน

 

ผมคิดในใจว่า ...มีเหตุผลที่เหตุผลไม่รู้จัก....ในใจของผมเกิดขึ้นแล้ว

 

ถึงแม้จะมีหลักมีเกณฑ์ที่วัดว่า ใครมีผลงานวิจัยที่สถานีอนามัยจะมีผลงานมาก แต่ความจริงก็ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ เพราะความดีเป็นความชอบ ใคร ๆ ที่เป้นข้าราชการคงจะรู้ซึ้งกันดี  แต่ผมคิดว่า ผมได้ทำงานที่ผมรักผมก็มีความสุขน่าจะเพียงพอ เจ้านายจะไม่สนใจก็ดีกว่าเขามาขัดขวางทางเดินของผมใช่ไหมครับ

 

เมื่อทำงานวิจัย ก็ต้องหาเวทีไปนำเสนอผลงานครับ ถึงแม้แต่ก่อนผมจะได้รางวัลมากมาย จนทำให้เราหลงตัวเองในใจว่า เราเก่งกว่าใคร ๆ แม้กระทั่งอาจารย์ผู้วิพากษ์

 

เมื่อมาเข้าใจโลกมากยิ่งขึ้น ผ่านประสบการณ์ ผ่านเวทีโชกโชนเรากลับค้นพบว่า ที่เราเก่งนั้น เรากลับโง่สิ้นดี  แต่ผมก็ยังดิ้นรนไปนำเสนอผลงานต่อไปอย่างไม่ลดละและเข็ดขยาย

 

อาจารย์ผู้วิพากษ์แต่ละท่าน ก็ต่างมุมมอง ต่างที่มา ต่างมหาวิทยาลัย  และทุกครั้งที่ผมขึ้นบนเวที แม้ผ่านหลายเวทีแต่ก็ยังตื่นเต้น หูฮื้อ ตามัว  และแม้เสร็จแล้ว ก็โดนอาจารย์ฟันเละเกือบทุกเวที 

 

ทุกครั้ง...ความรู้สึกตัวตนของผมมีขนาด "จิ๊ด" หนึ่งในจักรวาล ราวกับจะหลุดลอยได้ทุกเมื่อเฉกเช่นฝุ่นละออง  

 

ทุกครั้ง...เสียงในใจของผมแผดดังขึ้นหูเต็มสองรูหู และบอกกับผมว่า "โง่"

 

ถึงอย่างไร...ผมกลับมั่นใจกับเส้นทางที่ผมเลือกเดิน...และคิดว่าจะเดินทางไปข้างหน้าต่อเรื่อย ๆ

 

เมื่อประสบการณ์อยู่บนเวทีมีมากขึ้น ผมก็จะขยับและลดระดับมาอยู่ด้านล่างบ้าง เพื่อนำความ "โง่" ของผม มาแบ่งปันรุ่นน้อง ๆ ต่อไป

 

"ความโง่" มันจะบอกว่า ผมยังมีชีวิตอยู่ เพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ที่จะผ่านเข้ามา

"ความโง่" มันจะบอกว่า ผมยังเป็นคนไม่เก่ง  ถ้าเป็นคนเก่งหรือเป็นคนที่ไม่เรียนรู้ แสดงถึงว่า เราตายแล้ว

"ความโง่" มันจะบอกว่า  สิ่งที่ผมยังเลือกเดิน....

 

....มีเหตุผลที่เหตุผลไม่รู้จัก.....

 

(ที่ผมเลือกจะกอดเก็บ 'ความโง่' ไว้ครับ)

 

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ความสุขของหมออนามัย



ความเห็น (9)

เขียนเมื่อ 
  • การวิจารณ์จากกรรมการทำให้งานเราสมบูรณ์ขึ้นครับ
  • มาให้กำลังใจ
  • สู้ๆๆครับ
เขียนเมื่อ 

ครับอาจารย์ขจิต

ผมเห็นด้วยมากครับ

และมีอาจารย์ท่านหนึ่งที่ผมเคารพและรัก ท่านบอกกับผมว่า...

การ "โดนตี..โดนโขก..โดนสับยับ"

คือ การเรียนรู้ใหม่ของชีวิตของเรา

ต้องขอบคุณเขานะ ... เขาเป็นใคร มานั่งฟังคุณ...แล้วบอกให้แก้ตรงนั้นตรงนี้

ขอบคุณที่เรามีค่าสำหรับให้เขาติดตามอ่านและฟังงานเรา

และที่สำคัญ...

ความแตกต่าง คือ ความเจริญงอกงาม ครับอาจารย์

เขียนเมื่อ 

......หน่ะนะน้องพี่......

การวิพากษ์วิจารณ์บางครั้งก็เป็นกระจกสะท้อนที่ดีนะคะ

มีผู้รู้ท่านหนึ่งให้ข้อคิดกับติ๋วว่า "บางทีเราก็ควรพิจารณาก่อน ว่าเป็นเช่นนั้นหรือไม่"

เพราะกระจกแต่ละบาน คุณภาพแตกต่างกัน

แต่อยากจะบอกพี่ท่านว่า บทความนี้โดนค่ะ

เขียนเมื่อ 

การเปิดใจให้คนอื่นประเมินเราได้ จะทำให้เราไม่เป็นโรค writer block  syndrome

-สวัสดีครับ....

-สบายดีนะครับ..

-แวะมาให้กำลังใจครับ....

-เก็บภาพ...วัดหลวงพ่อโต  มาฝากครับ..

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีค่ะ
  • สุขสันต์วันวาเลนไทน์ค่ะ
  • ขอบคุณค่ะ

                        

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

I hope your Valentine’s Day is great.
I hope it’s quite a treat.
I hope you have a happy day
Filled with things so sweet.