GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

เส้นทางสู่ความสำเร็จ ข้อที่ 3

Take responsibility for our words and actions. จงรับผิดชอบต่อคำพูดและการกระทำของเรา

         เมื่อเรามี Action เราจำเป็นต้องรับผิดชอบกับ Action ของเรา  Action ที่ว่านี้ หมายถึงทั้งส่วนที่เป็นการกระทำทางกาย (กายกรรม)  และทางวาจา (วจีกรรม) นะครับ...... พูดอะไรออกไป ทำอะไรลงไป ล้วนเป็นไปตาม  "กฎแห่งกรรม" ครับ  เราต้องพร้อมที่จะรับผิดชอบในผล (กรรม) ที่ตามมา  ไม่ว่าสิ่งนั้นจะออกมาดีหรือไม่...... จะเป็นที่พอใจของเราหรือไม่ก็ตาม  เหมือนกับข้อความที่เขียนอยู่บนปกหนังสือ "หลุด : freedom"   ที่พูดถึงความ "รับผิดชอบ" ว่าหมายถึง "รับได้ไม่ว่าจะผิดหรือถูก จะชอบหรือไม่ชอบ" ก็ตาม
 
        คนทั่วไปมักเข้าใจเรื่องกรรมไปในทางลบ ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้ว เรื่องกรรมนั้นก็คือ "การกระทำ" ซึ่งเป็นไปได้ทั้งกรรมชั่วและกรรมดี  หรือบางทีพอพูดเรื่อง "กรรม" เราก็มักจะคิดไปไกลถึงการกระทำในอดีตชาติ ทั้งๆ ที่ทุกวินาทีเราก็มีการสร้าง "กรรม" อยู่ตลอดเวลาจะเป็นทางวาจา หรือทางใจ (มโนกรรม) ก็ตาม  ผมเคยได้ยินมาว่า จะมีก็แต่พระอรหันต์เท่านั้นครับที่การกระทำของท่าน ไม่ได้ก่อให้เกิดกรรม ....ทำให้ผมนึกไปถึงหลักไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ  ที่มีการแบ่งคำกริยา (Verbs) ออกเป็น 2 ประเภท กริยาอย่างแรกต้องการกรรม (สกรรมกริยา - transitive verb) อย่างที่สองไม่ต้องการกรรม (อกรรมกริยา - intransitive verb)    แสดงว่าถึงพระอรหันต์ท่านจะก็ยังมีการกระทำอยู่  แต่การกระทำของท่านเป็น "กริยา"  ที่ไม่มีกรรมครับ ...เป็นการกระทำที่ไม่ทิ้ง "รอย" ไว้ข้างหลัง ซึ่งต่างจากพวกเราที่เป็นปุถุชนทั่วไป การก้าวแต่ละก้าวของเราได้ทิ้ง "รอยเท้า" เอาไว้ ถึงอย่างไรเราก็ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เราทำหรือพูดไปครับ เพราะนี่คือกฎของธรรมชาติ กฎที่ว่าด้วยเรื่องกรรม จะเรียกว่าเป็น "ธรรม" ก็ได้ครับ

       สิ่งที่ผมสนใจอย่างยิ่งในขณะนี้ก็คือเรื่องอิทธิพลของภาษา จะเห็นได้ว่า ถ้อยคำหรือวาจาของเรานี้มีความสำคัญค่อนข้างมาก ดังที่เรามักได้ยินอยู่เสมอว่า "วาจาเป็นนาย"  คือเมื่อพูดอะไรไปแล้ว เราก็จำเป็นต้องทำตามคำที่เราพูดออกไป เพราะไม่เช่นนั้น เราก็จะกลายเป็นผู้ที่เชื่อถือไม่ได้  แต่สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นก็คือ ถ้อยคำต่างๆ ที่เราสร้างขึ้นมานี้ หากดูให้ดี มันก็คือการสร้างโลกใบนี้ของเรานั่นเอง  ผมอยากจะใช้คำว่า "Our words create our world"  หรือ "ถ้อยคำสร้างโลก"  เพราะโลกใบเดียวกันนี้สำหรับแต่ละคนนั้นมันไม่เหมือนกัน มันเป็นไปตามภาษาหรือถ้อยคำที่แต่ละคนใช้ในชีวิตประจำวัน มันถือได้ว่าเป็นการสร้างชีวิตของแต่ละคนเลยทีเดียว จนอาจจะกล่าวว่า "ถ้อยคำสร้างชีวิต" หรือ "You are what you say" ก็น่าจะได้ ...หากท่านใดสนใจเรื่องในทำนองนี้  ลองค้นหาดูที่หัวข้อ AI (Appreciative Inquiry) และ NLP (Neuro-Linguistic Programming)  จะพบว่ามีเรื่องที่น่าสนใจอยู่หลายประเด็นด้วยกันครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 42446
เขียน:
แก้ไข:
ดอกไม้: 1
ความเห็น: 3
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (3)

  • กรรมใดทำแล้ว ทำให้เดือดร้อนภายหลัง
  • กรรมนั้นไม่ดี ผู้ทำกรรมเช่นนี้ต้องร้องไห้
  • รับสนองผลกรรมนั้น
  • กรรมใดทำแล้ว ไม่ทำให้เดือดร้อนภายหลัง
  • กรรมนั้นดี คนทำย่อมเสวยผลกรรมนั้นอย่างเบิกบานใจ

คำที่เป็นสุภาษิตประกอบด้วย 5สถานคือ พูดถูกกาล  พูดจริง  พูดอ่อนหวาน  พูดประกอบประโยชน์ และพูดด้วยจิตเมตตา (จากมงคลที่10)

ดิฉันเองเวลาพูดยังไม่ค่อยครบ5องค์ประกอบค่ะ    คนเรามีกิเลศต้องพยายามฝึกให้มีสติ เพราะมักจะพูดความจริงแต่บางครั้งไม่เกิดประโยชน์แต่สนองกิเลศค่ะ     การฝึกจิตคงช่วยได้บ้างนะคะอาจารย์

ขอขอบคุณแฟนประจำจาก "บำราศฯ" ทั้งสองท่านครับ กับการเพิ่มเติมอันมีคุณค่ายิ่ง อาจารย์หมออัจฉราทำให้ผมนึกขึ้นได้ว่าผมเคยพูดกับพระป๋องไว้ตั่งแต่ก่อนท่านบวชว่าจะไปหาหลังจากที่ท่านมาจำพรรษาที่ศรีราชาแล้ว ....อาจารย์หมอจะไปวันไหนบอกผมบ้างนะครับ

 [email protected]