วันนี้บ่ายโมง ได้ไปที่โรงเรียนบ้านหนองบัว อำเภอเขาสมิง ไปทำเวทีโรงเรียนพ่อแม่ ให้ผู้ปกครองเด็กชั้น มอสอง ผู้ปกครอง 20 คน กำลังดีครับ ผมทำหน้าที่ "กระบวนกร" เอง ผู้ปกครองแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอย่างหลากหลาย เสร็จแล้วถ่ายรูปร่วมกัน มาคุยกับคุณครูว่าเวทีวันนี้ ค้นพบอะไรบ้าง ผลที่ได้จากกิจกรรมโรงเรียนพ่อแม่ ๑. ผู้ปกครองได้มีความรู้ความเข้าใจว่า สิ่งที่ลูกต้องการ ไม่ใช่เพียงแค่เสื่อผ้า เงินทอง อาหาร สิ่งที่ตลูกต้องการ คือ ความรัก และ ต้องเป็นความรัก ที่มีความเข้าใจ ๒. ผู้ปกครองเริ่มปรับเปลี่ยนแนวคิด ที่ว่า "รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี" โดยจะเริ่ม "ลด" การดุ การด่า การตี ๓. ผู้ปกครองส่วนใหญ่ ไม่เคยฟังลูกเลย ต่อไปจะตั้งใจฟังลูกให้มากขึ้น เข้าใจลูกให้มากขึ้น
รร.พ่อแม่ กระทรวงสาธารณสุข
สอนตั้งแต่อยู่ในท้อง
สาธารณสุขสอนตั้งแต่อยู่ในท้อง มาจนถึงวัยทารก พอเด็กเริ่มเติบโต เข้าโรงเรียน ก็ไม่มีใครสอนอีกเลย
สวัสดีครับ ผมเห็นด้วยกับการเปิดเวทีแสดงความคิดเห็นแบบนี้ เยี่ยมมากครับ
*** สุขสันต์วันแห่งความรักนะคะ ! ***

ขอบคุณคุณพุ้งพิ้งครับ
สวัสดีครับ อ. small man
เห็นบันทึกอาจารย์หลายบันทึกที่เล่าเรื่องในพื้นที่ ตราด น่าสนใจ น่าเรียนรู้มากครับ
เห็นอาจารย์นำกระบวนการ ลปรร. ไปใช้เยอะ
อาจารย์พอจะแชร์ได้ไหมครับว่า ถึงวันนี้ ผลจากที่อาจารย์ใช้กระบวนการเหล่านี้ในการทำงานกับโรงเรียน กับครู กับผู้ปกครอง กับนักเรียน เกิดสิ่งดีๆ ทั้งที่อาจารย์ตั้งใจแต่ต้น และไม่ได้ตั้งใจไว้ก่อน เกิดขึ้นในพื้นที่การศึกษาที่อาจารย์ดูแลบ้างครับ?
สิ่งดีๆที่เกิดขึ้น จากการที่ผมดำเนินการเรื่อง ครอบครัว โดยใช้บทบาท Facilitator มา พอมองเห็นดังนี้ครับ
1. ครอบครัวสุขภาวะในโรงเรียน ครั้งละ 50 ครอบครัว จะเกิดผลจริงๆ ก็ประมาณไม่เกิน 1 - 2 ครอบครัวครับ
2. โรงเรียนพ่อแม่ ตอนนี้เพิ้งเริ่มทำ ยังไม่เห็นผลการเปลี่ยบนแปลงครับ แต่จากการพูดคุยในเวที เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงความคิดบ้างแล้ว ผมให้โจทย์ผูปกครองนำมาส่งทุกวันศุกร์ ว่า เปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง
3. กระบวนการแบบนี้ ถ้าจะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจริงๆ ต้องทำหลายครั้งครับ อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 8 ครั้ง (ทำไม 8 ครั้ง ผมไปเอาตัวเลขมาจากที่อื่นครับ)
4. ที่ทำๆมา ก็ทำแค่ครั้งเดียวครับ จึงไม่น่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงระดับพฤติกรรม เพราะตอนเข้ามาเวที ก็มีความคิดดีๆที่พร้อมจะเปลี่ยน กลับไกปสภาพเดิม ก็ลืมหมดครับ
ปัญหาคือ "ไม่มีกระบวนกร" ครับ ต้องนำกระบวนกรมาจากที่อื่น ตอนนี้ ผมลงมาเป็นกระบวนกรเอง ก็คงทำได้ไม่มาก รวมทั้งจำนวนครั้ง คุณภาพ จึงไม่น่าจะเกิดครับ
ขอบคุณ อ. small man มากครับ ชื่นชมในความมานะของอาจารย์ครับ
จริงๆครับ ปัญหานี้พบเจอทุกภูมิภาค ครับ ประเด็นคือ "การสื่อสารความรู้"
ที่ผ่านมาคนคุ้นเคยกับวิธีการ "บอกความรู้" มากกว่า และใช้วิธีการมาเป็นเวลานาน ทั้งที่เห็นผลแล้วว่าวิธีการเดียวมันยาก
วิทยากร อย่างที่อาจารย์เล่นอยู่ ผมตีความว่ากำลังเล่นบท การนำความรู้ปฏิบัติของคนทั่วๆไป โดยใช้เวทีพูดคุยสื่อสารความรู้ปฏิบัติระหว่างกัน คนส่วนใหญ่จะไม่คุ้นรูปแบบนี้ และไม่เชื่อ เข้าขั้นกระบวนทัศน์กันเลยทีเดียว
การสร้าง วิทยากรกระบวนการ ที่ สคส. เจอ พบว่าไม่ใช่แค่เทคนิคการเป็นวิทยากรกระบวนการอย่างเดียว แต่การเข้าใจ เห็นคุณค่าของวิทยากรกระบวนการเป็นสิ่งที่ต้องแก้โจทย์นี้เป็นลำดับต้นก่อนที่จะขยับไปปรับเทคนิคครับ
จะติดตามบันทึกของอาจารย์ ต่อไปครับ อย่าเพิ่งท้อนะครับ เป็นกำลังใจให้ครับ
การสร้าง "กระบวนกร" ขึ้นมา ก็เป็นเรื่องยากครับ สองปีที่แล้ว ผมหางบประมาณมาเพื่อสร้างครู ให้เป็นครูกระบวนกร ใช้งบมากมายครับ อบรมไปประมาณ 200 คน แต่ผลที่ออกมา ไม่ประสบผลสำเร็จครับ ไม่มีใครเป็นครูกระบวนกรได้เลย
ผมว่าเกิดจากข้อผิดพลาดในการจัดอบรมด้วยครับ คือ จัดแค่ครั้งเดียว สามวัน ไปแฟงจากท่านผู้รูมา บอกไม่ได้ผลครับ ต้องใช้วิธีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยที่สุดก็ 8 ครั้ง
ตอนนี้ ผมทำอีกรุ่นครับ ประมาณ 60 คน ใช้วิธีอบรม 8 ครั้ง โดยวิทยากรที่จัดอบรมบอกว่า 8 ครั้ง น่าจะได้กระบวนกรสัก 20 คน จาก 60 คน ผมก็รอดูผลครับ ตอนนี้ จัดไปแล้ว 3 ครั้ง เหลืออีก 5
วันพุธที่ 23 ผมเองเข้าไปทำโรงเรียนพ่อแม่ให้อีกโรงเรียนครับ
เรื่องการเลี้ยงดูลูก ผู้รู้บอกว่า ให้ "ความรู้" ไม่ได้ผลครับ ต้องให้ "กระบวนการ"
ขอบคุณมากครับ ที่เข้าเสริมเติมเต็มและเข้ามาให้กำลังใจ
คุณ Thawat ครับ ตรงนี้เป็นประโยชน์มากครับ
การสร้าง วิทยากรกระบวนการ ที่ สคส. เจอ พบว่าไม่ใช่แค่เทคนิคการเป็นวิทยากรกระบวนการอย่างเดียว แต่การเข้าใจ เห็นคุณค่าของวิทยากรกระบวนการเป็นสิ่งที่ต้องแก้โจทย์นี้เป็นลำดับต้นก่อนที่จะขยับไปปรับเทคนิคครับ
เยี่ยมมากๆเลยครับท่านรอง
ขอบคุณมากครับ ป้อม
ขอบคุณครับ คุณเบดูอิน
เป็นกระบวนกร ก็ครูพักลักจำมาจากอาจารย์แหละครับ รวมทั้งหนังสือที่อาจารย์นำมาฝาก ส่วนงานของ อ.วิรัตน์ ใกล้ๆ อ.ส่งข่าวมาอีกทีนะครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ