ปริศนาธรรมหลังการตายกรณีไทยพุทธภาคใต้ : (๑) พิธีดอย

          

Ico48

     มางานศพพบอะไรใครรู้บ้าง   เพียงเห็นร่างคนตายแล้วใจหาย

มองดีดีคิดให้ซึ้งถึงความตาย      คือความหมายของ"ครู"ผู้แสดง

(กระทู้ที่เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดบันทึก ปริศนาธรรมหลังการตาย)

          ครูอิงเห็นด้วยกับคำกล่าวของพระคุณเจ้า พระมหาวินัยฯ ที่บอกว่าทุกวันนี้

ปริศธรรมในงานศพ หรือเรื่องประเพณีเกี่ยวกับการทำศพ นี่ทุกวันเริ่มจะหายไปแล้ว

เพราะความเจริญเข้ามาแทนที่ แต่บางสิ่งบางอย่างคนโบราณก็ทำไว้ดีมาก ท่านคง

อยากจะสื่ออะไรสักอย่าง บางทีคนเราก็ทำสืบต่อกันมาโดยไม่รู้เรื่องก็มี ทำเพียง

สักว่าเป็นพิธี แต่พิธีกรรมที่ดีควรจะต้องสื่อปัญญาเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องละเอียดอ่อน

เพราะเกี่ยวเนื่องด้วยความเชื่อ

            ครูอิงจึงลองค้นหาในระบบอินเทอร์เนตดู ปรากฏว่ายังไม่มีข้องมูลเกี่ยว

กับเรื่องปริศนาธรรมจากงานศพอย่างจริง ๆ จัง ๆ จึงคิดว่าน่าจะบันทึกไว้เพื่อ

ประโยชน์แด่คนรุ่นหลัง หรือเพื่อประโยชน์ต่อนักศึกษาที่เข้าค้นคว้าเรื่องราวใน

อินเทอร์เนต  ปริศนาธรรมในงานศพ ตามความเชือของคนภาคใต้นั้นมีเยอะมาก

น่าจะมีใครสักคนทำเป็นภาคนิพนธ์ หรือปริญญานิพนธ์ไว้บ้างคงจะดี  ดังนั้น

จะให้เขียนให้จบในบันทึกเดียวคงเป็นไปไม่ได้ จึงขอเรียบเรียงเป็นตอน ๆ

เพื่อความเข้าใจง่าย และทำให้บันทึกไม่ยาวจนเกินไปจนเกิดอาการเบื่อไม่

อยาก อ่าน

 

 

ปริศนาธรรมหลังการตายกรณีไทยพุทธภาคใต้ :

(๑) พิธีดอย

           ถ้ามีการตายลง ณ บ้านเรือนใด เจ้าภาพต้องเขิญผู้ที่มีความรู้ในทางเวทย์มนต์

หรือหมอผีมาร่วมโองการเสกทำน้ำมนต์ขับไล่ผีสางรังควาน ประพรมน้ำมนต์ที่

ซากศพเพื่อป้องกันมิให้ผีมาทำความเดือดร้อน ซึ่งตามความเชื่อแล้ว เชื่อว่าผีมี

อำนาจให้คุณให้โทษได้นานาประการ เรียกว่า พิธีดอย

            บางท้องถิ่นยังเอา "ลูกพันธุ์" มาวางไว้ข้างศพเป็นปริศนาธรรม เคยอ่านเจอ

ในหนังสือเฉลยปริศนาธรรมของนายเลียบประพันธ์ เป็นคำกลอนว่า

                เมื่อคราวศพหลบหลับอยู่กับที่        ปิดภูษีมิดชิดคิดสงสาร

         เอาลูกพันธุ์มาแนบกายผู้วายปราณ   จะบรรหารบอกเล่าให้เข้าใจ

         คำว่าพันธุ์นั้นสืบต่อจากพ่อแม่         เป็นเที่ยงแท้มั่นคงไม่สงสัย

         ให้ดูข้างพันธุ์พ่อแม่มาแต่ไร           ไม่มีใครรอดพ้นสักคนเลย

          แต่ล้วนกายแตกดับจิตกลับหาย     ยังแต่กายตั้งกลิ้งนอนนิ่งเฉย

         ไม่มีใครนึกรักสักคนเลย               ตั้งหน้าเฉยเกลียดชังทั้งหญิงชาย

         คิดแต่จะให้พาไปป่าเปรว(ป่าช้า)    เป็นคนเลวทรามใหญ่นึกใจหาย

         น่าสมเพชเวทนาแก่ร่างกาย           เกิดมาได้เป็นมนุษย์วิสุทโธ

         เพราะมีศีลห้าประจำจึงล้ำเลิศ       ได้มาเกิดเป็นมนุษย์วิสุทธ้โส

         ขณะได้พบลาภยิ่งสิ่งบุญโต          มากลับโซเปื่อยเน่าไม่เข้าการ

         ท่านทำมาเพื่อให้รู้อยู่ทั่วกัน           เราเป็นพันธุ์ปลดปลงในสงสาร

         ตลอดถึงเผ่าพงศ์ในวงศ์วาน          อยู่ไม่นานถึงตายได้ทุกคน

          *** คำว่า "ลูกพันธุ์" ยังอธิบายได้ไม่แน่ชัด  จะขออนุญาตสืบหา

ข้อมูลมุข ปาฐะก่อนแล้วจะนำมาอธิบายให้ทราบ

ติดตามบันทึกหน้าตอนต่อไป

ปริศนาธรรมหลังการตายกรณีไทยพุทธภาคใต้ :

(๒) การอาบน้ำศพ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สถานี....พระพุทธศาสนา



ความเห็น (12)

    เพิ่งเคยได้ยินคำว่า "ลูกพันธ์" ที่อิสานนะครับคุณครู จะเอาก้านกล้วยสี่ก้าน ก้านกล้วยที่เอาใบออกแล้ว ตัดเป็นท่อนให้พอดีสำหรับวางรองในแนวขวางใต้โลงศพ ปัจจุบันก็ทำ อาตามก็เคยถามคนแก่ ว่าหมายความว่าอย่างไร จึงทำเช่นนั้น หรือมีประโยชน์อะไรบ้างจึงเอารองไว้ ถามแล้วก็ไม่ค่อยได้คำตอบที่ชัดเจน ทุกคนต่างก็ให้เหตุผลไม่ตรงกัน แต่ท่อนกล้วย เมื่อคืนอาตมาดูรายการตามทันเกษตร เห็นเขาตัดเอาท่อนกล้วยตานีที่ให้ลูกแล้ว ตัดเป็นท่อน แล้ววางไว้ที่โคนต้นมะม่วง เพราะจะทำให้โคนต้นมะม่วงชุ่มชื้น จะได้ไม่ต้องรดน้ำมากในหน้าแล้ง  อันนี้ก็ตรงกับความเห็นของคนแก่บางคนว่าศพของคนที่ตายเขาเข้าใจว่าเป็นของร้อน ก็ต้องเอาสิ่งเย็นๆมารองรับไว้ เวลาเผาศพแล้วถึงสามวันเขาจึงจะทำบุญอุทิศ ในระเวลาที่เผาแล้ว จนถึงวันที่ทำบุญ จะมีการเจริญพระพุทธมนต์ทุกคืน(ใช้คำว่าเจริญพระพุทธมนต์นะ เพราะศพเผาแล้ว และไม่มีศพอยู่แล้ว ต่อไปก็เป็นเรื่องมงคล ภาษาอิสาน เรียกว่า ตั้งมงคุลแลง) ถ้าไม่เจริญพระพุทธมนต์สามคืน เขาก็ว่ามันร้อน ก็ไม่รู้ว่าร้อนอะไร หรือจะหมายความว่าจะเดือดร้อน อันที่จริง ก้านกล้วยสี่ก้าน ถ้าจะมองมาในแง่ของธรรรมะ ก็น่าจะหมายถึงธาตุทั้งสี่ ในร่างกาย...เรื่องก้านกล้วยนี้ที่ภาคใต้มีมั้ย คำว่าดอยศพคำนี้ที่อิสานก็ใช้เช่นกัน ปัจจุบันคนไม่ค่อยใช้ แต่คนแก่ หรือคนที่ทำศพจะรู้..

                      ชีวิตตกอยู่ใต้          ธรรมดา

                   กำเนิดแลชรา            พรั่งพร้อม

                  พยาธิมรณา                ตามติด ตนแฮ

                  บุญบาปตามห้อมล้อม    ส่งให้ชั่วดี

           

กราบนมัสการพระคุณเจ้าIco48

  • ขอบพระคุณสำหรับความรู้"พิธีกรรมหลังการตาย." ของภาคอีสาน
  • ปริศนาธรรมเกี่ยวกับธาตุทั้งสี่ ของภาคใต้ก็มีค่ะ
  • ครูอิงขออนุญาตเล่าให้ฟังในบันทึกต่อ ๆ ไปนะคะ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ ครู

ไม่ได้มาเยี่ยมหลายวัน แต่ยังคิดถึงๆๆ

มาบันทึกครูอิงจันทร์ไม่ผิดหวัง เพราะได้รับความรู้มากมาย

ขอบคุณค่ะ ได้รับความรู้ทางใต้และทางอีสานด้วย

 กราบนมัสการ

Ico48

ที่ให้ความรู้พิธีกรรมทางอีสานด้วยค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

ขอบคุณค่ะที่แวะไปเยี่ยมกัน

บันทึกนี้ ได้ความรู้ ทั้งในตัวบันทึกเอง และจากความเห็นของพระคุณเจ้าเลย

มีดอกไม้มามอบค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดียามเช้าค่ะพี่อิงจันทร์

  ชีวิตมีเกิดแก่เจ็บตาย     เมื่อร่างกายต้องสูญสิ้น

  ทุกอย่างลงสู่ดิน           ทรัพย์สิน ไม่ติดตาม

  มาเรียนรู้ปริศนาธรรมหลังการตายกรณีไทยพุทธภาคใต้กับพี่อิงจันทร์ค่ะ ได้ความรู้และข้อคิด จะติดตามตอนต่อไปค่ะ

 ขอบคุณที่แบ่งปันค่ะ

สวัสดีค่ะคุณครูIco48

  • ขอบคุณค่ะที่แวะมาเยี่ยมเยียน
  • สบายดีนะคะ 

สวัสดีค่ะ  คุณครูอิด

พูดถึงคนตายเป็นต้องเผ่นแนบ  ทุกทีไม่ยอมเข้าใกล้  จึงทำให้ไม่รู้พิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกัน  ว่าทำไมต้องมีนี่  มีนั่น

อ่านบันทึกของคุณครูแล้วทำให้รู้ว่า  ชีวิตหลังความตายมีธรรมให้ได้เรียนรู้

ขอบคุณค่ะ

ลูกพันเขียนไม่มี ธ  ธงการัน ตามที่ได้รู้มา คำว่าลูกพัน คือไม้ที่เขาพันด้ายทอหูก  ส่วนมากทำด้วยไม้หลาวโอน  เวลาคนตายเขาเอามาทับริมผ้าไว้ ส่วนว่าเพื่ออะไรนั้น ในชั้นต้นคาดว่า  ทับไว้อย่าให้ลมพือผ้าห่มคนตาย ส่วนนัยะอื่น ต้องสืบค้นกันต่อไป และยินดีร่วมแลกเปลี่ยน ครับ ที่บ้านดอนประดู่อำเภอปากพะยูน มีประวัติการใช้ลูกพัน

 

สวัสดีค่ะคุณณัฐรดาIco48

  • ขอบพระคุณเช่นกันค่ะที่แวะมาเยี่ยมเยียน
  • ทั้งส่งกำลังใจ และนำดอกไม้สวย ๆ มาโพส ทำให้บันทึกนี้มีสีสันสวยงาม ดูแล้วสดชื่นค่ะ

 

สวัสดีค่ะน้องอุ้มIco48

  • ขอบคุณค่ะสำหรับบทกลอนที่นำมาแจมด้วย
  • ได้ใจความ เป็นบทสรุปได้อย่างดีค่ะ
ชีวิตมีเกิดแก่เจ็บตาย     เมื่อร่างกายต้องสูญสิ้น

  ทุกอย่างลงสู่ดิน           ทรัพย์สิน ไม่ติดตาม

สวัสดีค่ะคุณIco48sha-รพ.แก่งคอย จังหวัดสระบุรี

  • ปริศนาธรรมในพิธีกรรมหลังการตาย มีมากมายค่ะ
  • แล้วแต่เราจะสามารถตีความได้อย่างไรฃ
  • แต่ละท้องถิ่น อาจตีความได้ไม่เหมือนกัน
  • ครูอิงลองสืบค้นดูในอินเทอร์เนตแล้ว มีความรู้สึกว่ายังมีผู้ที่นำมาบันทึกแบ่งปันน้อยมาก
  • จึงอยากบันทึกบอกเล่า สืบทอดไว้ให้กับคนรุ่นหลัง  ถึงแม้ว่าสมัยนี้จะลดความสำคัญของพิธีกรรมเหล่านั้นแล้วก็ตาม
  • ขอบพระคุณค่ะที่แวะมากอ่านบันทึกนี้ ขอให้มีความสุขเสมอ ๆ นะคะ