คำว่า "บารมี" คุณรู้จักดีแค่ไหน?

กอซาง
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
บารมี! คุณรู้ความหมายคำนี้มากน้อยเพียงไร

"บารมี" เราเคยได้ใช้กันบ่อยหรือเปล่าในสังคมแห่งการเรียนรู้?

"บารมี" เราเคยได้สัมผัสคนที่มีบารมีมากมายอย่างใกล้ชิดในสังคมหรือเปล่า?

"บารมี" คุณรู้ความหมายคำนี้มากน้อยเพียงไร?

"บารมี" ในใจเคยทดไว้ เพื่อที่จะทำให้ก่อเกิดบ้างไหม?

"บารมี" คือนิยามความหมายที่ใกล้ตัวมากที่สุด คือ คุณดีพอที่จะยกมือไหว้ตัวเองได้หรือยัง?

บารมี คือคุณความดีที่เราควรปฏิบัติ มี 10 อย่างด้วยกันในธรรมบท ได้แก่ ทาน ศีล เนกขัมมะ (การบวชปฏิบัติ) ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน เมตตา และอุเบกขา..

บางทีบางครั้งเราไม่สามารถปฏิบัติรวดเดียวได้ครบทั้งสิบอย่าง แต่หากว่าในชีวิตประจำวันเราได้พบเจอเรื่องราวเรื่องใด เรื่องหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับกุศลธรรมทั้ง 10 ข้อนี้ น้อมเข้ามาใส่ตัวเพื่อเข้ามาปฏิบัติ ตามโอกาส เพื่อเป็นการเสริมคุณงามความดี  หรือที่เขาเรียกกันทั่วไปว่าเสริมบารมี.. ที่ง่ายๆ ใกล้ตัวนั่นก็คือการสวดมนตร์ทำวัตร ในจังหวะหรือโอกาสที่ว่างอยู่เสมอ.. ไม่ต้องไปรอเวลาเช้า หรือเวลาก่อนนอน หากเรามีเวลาที่จะนั่งภาวนาสักเล็กน้อย กี่นาทีก็ตาม แล้วแผ่เมตตาออกไปไม่มีประมาณ นั่นก็ถือว่าเป็นการสร้างบารมีอย่างหนึ่ง..

ในงานโรงทานแห่งหนึ่ง อาตมาไปออกโรงทานเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ แจกตลอด 24 ชั่วโมง 3 วันสองคืน.. ไม่ได้พักผ่อน ในช่วงสายของแต่ละวันจะมีหนุ่มวัยกลางคน รูปร่างท้วมดำ สวมชุดขาวเหมือนกับเจ้าพิธีตามตำหนักต่างๆ.. เห็นลูกศิษย์กลุ่มใหญ่ แจกน้ำผลไม้ กาแฟ  แจกขนม ก๋วยเตี๋ยว หลายอย่างที่ช่วยกันทำแจก โดยไม่เหน็ดเหนื่อย..

ด้วยความที่อยากได้บุญกุศลนั้นๆ และเกรงจะไม่ได้ผลสัมฤทธิ์ในบุญกุศลที่ทำ จึงทำท่าทำทางยกมือขึ้นท่วมหัวและไหว้ปลก ๆ "ประสิทธิ เม ๆ ๆ ๆ ฯลฯ" เหมือนกับว่าอนุโมทนาบุญกับเขาด้วย แต่ยกมือตวัดใส่เศียรกลัวจะไม่ได้อนิสงส์แห่งบุญที่หมู่คณะเจ้าของงานเขาได้ทำอยู่..เดินไปทางไหนก็ประสิทธิเมฯ แต่ไม่ได้ร่วมช่วยในกิจกรรมแจกทานใดๆ เลย..(เขาเรียกว่าฉลาดหรือขี้เกียจหว่า?)

บารมีคือคุณความดีในด้านต่างๆ ที่เราได้กระทำขึ้น เพื่อให้คนอื่นได้ผลสัมฤทธิ์ หรือเพื่อช่วยเหลือสังคม บุคคล ให้ผ่านพ้นในเหตุการณ์นั้น ได้มีความสุข ความเจริญ ความไพบูลย์ ความงอกงามในธรรม และในจิตของผู้สร้างบารมี ต้องคิดดี ไม่คาดหวังสิ่งตอบแทนใดๆ อุเบกขาในสิ่งที่ทำ... นั้นแหละกุศลบารมีธรรมสูงสุด..

อย่าทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพื่อหวังลาภสักการะ ลาภลอย ถูกหวย หรือเป็นอามิส (สินจ้างรางวัล) เราจะไม่ประสบกับความสงบ หรือความสุขแบบอริยะเลย.. บางคนทำไมถึงกล้าให้ กล้าแจก กล้าทำ ในเรื่องที่เป็นมหาทานบารมี  แต่บางคนไม่..ทุกสิ่งอย่างที่จะต้องควักกระเป๋าจ่ายให้คนอื่นกินฟรี..อันนี้แหละมันมองกันคนละมุม คิดกันคนละอย่าง..

อยากถามเพียงแต่ว่าตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา เราสร้างคุณงามความดีอะไรบ้าง ที่ทำให้เราประทับใจในตัวเอง.. เป็นผู้กล้าหาญในสายธารแห่งบุญที่จะน้อมนำให้เรายกมือตั้งอัญชลี แล้ววันทา กราบตัวเองในใจอย่างสวยงามว่า..บารมี คือคุณความดีที่ฉันได้กระทำแล้วตลอดมา..ด้วยความยินดี..สาธุ

ที่ยกตัีวอย่างนี้อยู่ในเรื่องของทานบารมี ยังมีข้ออื่นอีกหลายอย่าง อาจจะตรงกับจริตของเรา.. เรื่องของทานยังเกี่ยวข้องกับ อภัยทาน  วิทยาทาน ธรรมทาน โดยนัยความหมายนั้นก็คือ ทานคือการให้ ....และการให้ก็ย่อมประเสริฐกว่าการรับเสมอ...

ลองนำข้อเหล่านี้ไปใช้ให้ก่อเกิดผล จะได้คุณค่าในใจตนได้อย่างดี อย่างน้อย ข้อธรรมง่ายๆ ที่ฉันได้ลองคิดใหม่ ทำใหม่ อาจจะเพิ่มบารมีให้คนยอมรับในตัวฉันเองมากขึ้นก็ได้...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ธรรมะใกล้ตัว



ความเห็น (0)