คืนแรกผ่านไปด้วยความหนาวสุดขั้ว  ฉันตื่นนอนก่อนใครเพราะหนาวมากและอยากเห็นหมอกในตอนเช้า  เห็นทุกคนนอนหลับกันสบายหรือว่าหลบหนาวกันก็ไม่ทราบ แปลกใจที่เห็นท่านวอญ่าสามารถนอนอยู่ในถุงนอนเท่านั้น  ไม่ยอมใช้ผ้าห่มคลุม ทราบภายหลังว่าใช้ผ้าห่มคลุมทับถุงนอน  จึงทำให้ผ้าห่มหลุด  เทคนิคที่พวกเราเคยใช้กันคือเอาผ้าห่มรองถุงนอนก่อน  หรือนำผ้าห่มไปห่มในถุงนอนด้วย  พวกเรามีเต้นท์ไปกันทุกคนแต่ขี้เกียจกางเต้นท์  หากกางเต้นท์ด้วยอาจป้องกันความหนาวได้  หนานเกียรตินอนฝั่งเดียวกับท่านวอญ่ายังไม่ตื่น    ส่วนเทียนน้อยนอนข้างฉันก็ยังนอนหลับสนิทอยู่เช่นกัน  ส่วนน้องออโต้เป็นเด็กตื่นง่าย  เพราะอยู่ที่บ้านต้องตื่นนอนตีห้าไม่เช่นนั้นไปโรงเรียนไม่ทัน

           ฉันตั้งใจจะไปอาบน้ำและชมบรรยากาศตอนเช้าของที่นี่  เมื่อเปิดประตูออกไปต้องชงักก้าวขาไม่ออกเพราะความหนาวเย็นมากๆ แทบประมาณไม่ได้เพราะนับว่าหนาวที่สุดในชีวิตที่เคยเจอ  ครั้งหนึ่งเคยไปอยู่ที่ปักกิ่งในฤดูหนาวประมาณเดือนตุลาคมและพฤศจิกายนอากาศที่นั่นหนาวสุดแล้วเมื่อเทียบกันแล้วที่นี่ดูเหมือนจะหนาวกว่า 

          ที่ห้องน้ำบ้านพักครูพอมีน้ำให้ชำระล้างอยู่ไม่มากน้ำก็ไม่ไหล  ที่นี่ใช้ประปาภูเขา  ภายหลังทราบว่าครูใช้วิธีหิ้วน้ำมาจากแท้งค์เพื่อใช้อาบ  วันนั้นฉันอาบน้ำพอลูบ ๆ คลำ ๆ เนื่องจากหนาวเย็นและมีน้ำไม่มาก แม้แต่ล้างหน้าก็สุดโหด และกลับมาโรยแป้งฝุ่นเยอะ ๆ

          ความสำคัญที่อยากจะเล่าในบันทึกนี้ไม่เกี่ยวกับการหนาว การไม่อยากอาบน้ำ หรือเรื่องอื่น ๆ แต่อยากจะเล่าเกี่ยวกับ “ความประทับใจ” ต่อคือตอนแรกที่เปิดประตูออกไป  มีเสียงทักทายมาจากด้านหลังว่า “สวัสดีครับ หนาวมากไหมครับ” เป็นเสียงจากนักเรียนชายคนหนึ่งที่เดินมาด้านหลังที่ฉันยืนอยู่หน้าประตู 

          ความรู้สึกที่ประทับใจในเช้าวันใหม่ที่เปียงซ้อ  ทำให้เกิดความอบอุ่นขึ้นมาภายในใจ นี่คือความรักความหวังที่ฉันถวิลหามาเกือบตลอดชีวิต  ที่อยากจะเห็นเด็กและเยาวชนไทย  มีกิริยามารยาทงาม มีสัมมาคารวะอันเป็นส่วนหนึ่งของคุณลักษณะของผู้มีจิตสาธารณะ  ฉันได้พบแล้วกับความงดงามของที่นี่  ที่เกิดกับเด็กบนดอยสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง ๑๓๔๐ เมตร  อยู่ติดชายแดนประเทศลาวที่พวกเราข้ามเขามากว่าพันลูกก็ว่าได้

         นับตั้งแต่ฉันเป็นครูมาสอนอยู่แต่โรงเรียนบ้านนอก  และเคยไปสัมผัสโรงเรียนอื่น ๆ ทั้งบ้านนอกและในเมืองมามากมายจนนับไม่ถ้วน  น้อยครั้งมากที่จะมีนักเรียนส่งเสียงทักทายกล่าวสวัสดีมาจากด้านหลัง  นอกจากลูกศิษย์ของฉันเองซึ่งผ่านการฝึกมาเป็นเวลานานที่จะทำได้เช่นนี้  แต่ครั้งเป็นการทักทายคนแปลกหน้า 

         ฉันเคยไปโรงเรียนอื่น ๆ หากไม่มีการแนะนำก็เป็นเรื่องยากที่เด็กจะทักทายและสวัสดี  ที่เคยพบมาที่ต่างกับที่นี่คือ “แม้ว่าจะรู้ว่าฉันเป็นครู  เด็กวิ่งชนข้าวของตกหล่นก็ไม่เคยแสดงการขอโทษ  และได้พบอีกว่านอกจากไม่ไหว้ ไม่ทักทายแล้วยังเดินเบียด ตัดหน้าระยะกระชั้นชิด ไม่มีการอ่อนน้อม”  กรณีเช่นนี้ฉันไม่ตำหนิหรือกล่าวโทษแก่เด็ก  ฉันกลับเห็นใจครูของเด็กประเภทหลังเหล่านี้มาก  เพราะครูเหล่านี้คงยั่งยืนในการสอนวิชาการมากเกินไปเพื่อมุ่งให้เด็กเก่งจนลืมสอนเรื่องการมีสัมมาคารวะ  เพราะฉันเชื่อว่า “หากมีการสอนในโรงเรียน แม้ว่าครอบครัวจะเป็นอย่างไรก็ตาม เด็กต้องปฏิบัติได้  เพียงคนเดียวก็ยังดี  เพราะโรงเรียนเป็นสถานที่อบรมบ่มนิสัยสร้างพื้นฐานการเรียนรู้ให้กับเด็ก

         ขณะที่ฉันเดินผ่านหอนอนไปยังห้องน้ำที่บ้านพักครูทั้งไปและกลับ  แม้ว่านักเรียนจะอยู่ด้านใน  ก็ยังส่งเสียงมา “สวัสดีค่ะ/สวัสดีครับคุณครู” และบางคนก็เข้ามาถามไถ่ทักทายว่า “คุณครูมาจากไหนคะ / จะมาจัดค่ายให้พวกผมใช่ไหมครับ”  นับเป็นความประทับใจที่ได้พบนักเรียนที่มีคุณลักษณะเด่นด้านกิริยามารยาทงดงามทุกคนทั้งหญิงและชาย  ซึ่งพวกเราชื่นชมกันไม่หยุด

          บันทึกเรื่องเล่าครั้งแรกที่มาถึงชื่อ “เปียงซ้อรอรัก” คุณชำนาญ เขื่อนแก้ว ได้เสนอแนะว่า “เปียงซ้อไม่รอรักแล้วน่าจะเป็นเปียงซ้ออุ่นไอรัก” ได้แล้ว  ทำให้ถูกใจกับความคิดของคุณชำนาญได้นำมาใช้ชื่อบันทึกนี้ ขอขอบคุณเป็นอย่างสูงค่ะ

ถนนเข้าด้านหน้าโรงเรียน

อาคารห้องดนตรี  ห้องประชุม บ้านพักครู หอนอน

ภูเขาด้านหลังคือ สปป.ลาว

ภูมิทัศน์น่าดู น่าอยู่ น่าเรียน

อาคารห้องสมุด

ป่าที่รกครึ้มได้รับการบุกเบิกโดย ผอ.โจ เพื่อสร้างอาคารเรียน

เปิดขยายโอกาสสำหรับนักเรียนมัธยมต้น

บรรยากาศสวยงาม

บรรยากาศแหล่งเรียนรู้