นพ.กฤษดา ศิรามพุช,พบ.(จุฬาฯ) ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ ที่บอกไว้ว่า อาการป่วย 5 อย่างนี้ไม่จำเป็นต้องรีบพึ่งพายาหมอ...

        ในเรื่องโรคภัยไข้เจ็บปัญหาอาจแบ่งได้ 2 เรื่องใหญ่คือ  ที่มีทั้งโรครักษาได้และโรครักษาไม่ได้

          นพ.กฤษดา ศิรามพุช,พบ.(จุฬาฯ) ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ   ไม่มีปัญหาใดเลยที่ไม่อาจแก้ได้ ซึ่งก็เป็นเรื่องจริง เพราะวันหนึ่งมันก็จะต้องดับไปตามกฏไตรลักษณ์นั่นเอง เช่นเดียวกับโรคภัยไข้เจ็บที่ท่านได้แบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ

  • หายเองได้  จะรักษาหรือไม่ก็หายเองได้
  • รักษาได้  หายขาดชะงัดดีถ้าถึงหมอถึงยาดี
  • รักษาไม่ได้ เป็นโรคกรรมรักษาอย่างไรก็ไม่หาย นำไปสู่มหากาพย์คนเห็นกรรม แก้กรรม

             แล้วเหมือนกลุ่มสุดท้ายน่าสิ้นหวัง  แต่เมื่อตั้งใจดูให้รู้ลึกก็จะเห็นได้ว่ามีข้อดีอยู่มากที่สุดคือทำให้เรา “หยุด” ประมาทกับชีวิต  เมื่อมีโรคภัยไม่สบายตัวเกิดขึ้นแล้วเรามักไม่อยากหาทุกข์อื่นใดมาเพิ่มให้ใจอีกเกิดเห็นค่าชีวิตมากขึ้นโดยอัตโนมัติ ขอแค่ไม่ท้อไปเสียก่อน

         นพ.กฤษดา ศิรามพุช,พบ.(จุฬาฯ) ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ ที่บอกไว้ว่า อาการป่วย 5 อย่างนี้ไม่จำเป็นต้องรีบพึ่งพายาหมอ...ได้ให้ความคิดเห็นไว้น่าสนใจมาก  อ่านไว้ประดับความรู้ก็คงจะเป็นประโยชน์ได้  สำหรับคนที่ห่วงใยสุขภาพ   มีรายละเอียดดังนี้
         มหาวิทยาลัยฮาวาร์ดได้ออกประกาศทางจดหมายข่าว(Harvard health newsletter April 2008)มาว่าโรคที่น่ากลุ้มใจหลายโรคสามารถดูแลได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องยอมหมอบราบปล่อยไปตามเพลงกรรมอีกต่อไป  ซึ่งในบรรดาโรคที่ว่าพอจะเจรจารักษาเองได้นั้นก็มีอยู่ห้าโรคที่คิดว่าเป็นประโยชน์กับท่านที่รักสุขภาพได้ ขอนำมาจัดให้พร้อมวิธีบำบัดพอสังเขปดังต่อไปนี้

        'ภูมิแพ้' แก้ง่ายไม่ใช่เรื่องยากหากแต่ต้องใช้สองมือหนึ่งสมองของตัวเองเป็นหลักเพราะถ้าไปพึ่งมืออื่นก็มักได้ยา ได้สตีรอยด์มาประจำแล้วก็ไม่ทำให้อะไรดีขึ้นเป็นชิ้นอันอยู่ดีเพราะมันเป็นโรคที่ไม่หายอยู่แล้ว ฉะนั้นเมื่อภูมิแพ้เป็นโรคธรรมดาที่เกิดจากตัวมันก็ย่อมต้องออกจากตัวได้เอง 

        เริ่มจากจัดเวลาออกกำลังวันละครึ่งชั่วโมง แล้วเมื่อกลับมาบ้านลองทำน้ำเกลือกลั้วคอล้างจมูกเองจะเป็นตัวปลุกภูมิคุ้มกันที่หลับใหลอยู่ให้กระฉับกระเฉงขึ้น  ต้องไม่นอนยอมรับชะตากรรมเพียงฝ่ายเดียว   หอบหืดเป็นผื่นคันชวนทำให้จริตวิตก  เปลี่ยนให้คำว่า “ภูมิแพ้แก้ไม่ได้” ให้กลายเป็นลูกไก่ในกำมือเรา ที่เราจะรับมือแก้ตลอดเวลา มันก็จะหายไปเอง

         'ไขมันสูง' เป็นเรื่องใกล้ตัวไม่น่ากลัวอย่างที่คิดจนต้องพึ่งยาเสมอไป  เพราะหัวใจของการ “ลดมัน” ก็คือหาผู้ร้ายตัวแท้ให้เจอ  เช่นเกิดจาก “มรดกยีน” ในครอบครัวที่ไขมันสูงกันอยู่แล้ว  หรือเกิดจากอาหาร,ฮอร์โมน  ซึ่งถ้าหาตัวจริงเจอก็จะยิ่งแก้ง่าย 

          นอกจากคุมอาหารมันแล้วขอให้เลี่ยง “แป้งกับน้ำตาล” เป็นหลักด้วยจะช่วยได้มาก  ส่วนอาหารทะเลถ้าอยากทานก็ให้ทานครับทั้งปลาหมึก,กุ้ง,หอยเพราะมีไขมันดีโอเมก้าสามอยู่มากพอดู และควรรู้หลีก “ไขมันล่องหน(Transfat)” ที่ปนอยู่ในครีมเทียม,เค้ก,คุ้กกี้,มาการีน,วิปครีมและเบเกอรี่ส่วนใหญ่ครับ

         'ปวดข้อ'    เป็นเรื่องการใช้งานนานๆแบบหักโหมทั้งข้อศอก,ข้อเข่า,ข้อคอ,ข้อนิ้ว,ข้อหลังมันก็พาลสึกเสื่อมไปเหมือนบานพับเก่าจะพับเข้าแต่ละทีก็มีเอี๊ยดอ๊าดตามด้วยอาการเจ็บ  จริงแล้วแก้ได้ง่ายให้หาน้ำมันปลามารับประทานลดอักเสบ,ใช้วิชาตัวเบาทำน้ำหนักให้ลดลงเพราะตัวที่รังแกบานพับของรามากที่สุดก็คือความอ้วน

        สำหรับท่านั่งก็สำคัญหมั่นเลี่ยงท่า “พิฆาตเข่า” ต่อไปนี้คือขัดสมาธิ,พับเพียบ,คุกเข่าและยองๆ  ซึ่งคนไทยเรานั่งกันมาแต่โบราณทำให้อาการปวดเข่าเจอได้มาก

       'กระดูกพรุน' คนผอมจะวุ่นกว่าคนเจ้าเนื้อเพราะกระดูกจะเสี่ยงต่อบางลงง่ายกว่าเพราะว่าไม่มีน้ำหนักช่วยกดลงให้กระดูกได้ปรับตัวดูดแคลเซียมมาช่วยรับ  พอเนื้อกระดูกสบายมานานครั้นถึงวัยหนึ่งซึ่ง “ฮอร์โมนต่ำ” เช่นวัยทองของทั้งหญิงชายก็จะทำให้กระดูกยิ่งบางจ๋อยลงถือเป็น “ขาลง” ของมวลกระดูกทีเดียว  ถึงตอนนี้ส่วนที่หักง่ายก็จะมีข้อมือ,บั้นเอวและกระดูกต้นขา 

        การรักษาเองต้องเน้นที่ฝาก “ธนาคารกระดูก(Bone bank)” เอาไว้ด้วยการกิน “งาดำ” สักวันละ 2-3 ช้อนกินข้าว, กินใบกะเพราะและกะปิเข้าให้มาก  จะได้ทั้งแคลเซียมและแมกนีเซียม  ที่สำคัญอย่าลืมเติม “วิตามินดี” โดยต้องไม่หนีแดดอ่อนๆด้วย
      'ความจำเสื่อม'  หา 2 พระเอกมากินด่วนชวนความจำกลับมาเพราะอาการจำเสื่อมอาจเกิดได้จาก “สมาธิสั้น” ได้ด้วย  ในผู้ใหญ่ที่ต้องบริหารงานมากจะมีอาการนี้ได้ ของควรใช้บำรุงสมองก็คือ “วิตามินบี” กับ “น้ำมันปลา” นอกจากนั้นก็มีแปะก๊วยที่ช่วยได้  ส่วนสำคัญคือต้องทำ “สติ” กันใหม่ค่อยๆทำไปทีละอย่างอย่าทำทีเดียวพร้อมกัน(Multitasking) 
         นพ.กฤษดา ศิรามพุช,พบ.(จุฬาฯ) ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ ที่บอกไว้ว่า   ทั้ง 5 โรคที่ฮาร์วาร์ดจัดมาให้นั้นดูแล้วก็เห็นว่า ของเขาดีจริงทำให้ไม่ต้องวิ่งขาขวิดไปหาหมอบางครั้งก็เกินความจำเป็น   เพราะสำหรับความหมายที่ว่ารักษาได้เองนั้นคือดูแลด้วยการ “ไม่ใช้ยา” หรือใช้ยาเท่าที่จำเป็น  อย่าเห็นว่าการใช้ยาอันตรายเสมอไป  คนที่รักษาด้วยธรรมชาติแล้วดีขึ้นได้ส่วนหนึ่งก็คือคนที่ “มีวินัย” ด้วย ยาหรือหมอแค่เป็น “ตัวช่วย” เท่านั้น


       อย่าลืมมีข้อสงสัยเพิ่มเติมก็สอบถามหรือหาทางปรึกษาแพทย์ให้ทุกครั้ง หรือที่เขาบริการความรู้ทางสุขภาพ  อย่าด่วนตัดสินใจในเรื่องที่เกี่ยวกับสุขภาพ

แหล่งที่มาข้อมูล.....เดลินิวส์ออนไลน์  26 มกราคม  2554