ฉันตื่นนอนเหมือนเป็นปกติ  เพราะเตรียมสัมภาระลงรถตั้งแต่เมื่อกลางคืน โทรศัพท์ปลุกหนานเกียรติ ผู้เฒ่าวอญ่า และเทียนน้อยที่พักอยู่ในเมืองได้เตรียมตัว  และไปรับตามที่ได้นัดแนะกันไว้  การเดินทางของพวกเราได้ออกจากพิษณุโลกเวลา ๖.๓๐ น. หลังจากที่ทุกคนพร้อมท่านผู้เฒ่าวอญ่า  หนานเกียรติ  เทียนน้อย  น้องออโต้ และฉัน

          ตอนแรกตั้งใจจะพาไปทานข้าวต้มเลือดหมูเจ้าเก่าที่เจริญผล  เมื่อทุกคนยังไม่หิวจึงเดินทางไปเรื่อย ๆ เส้นทางเริ่มเห็นภูเขาและคดเคี้ยวลาดเอียงไม่มากจนถึงอุตรดิตถ์ในเวลา ๗.๓๐ น. ท้องทุกคนยังไม่อยากรับอาหาร

         จึงเดินทางต่อไปบนเส้นทางที่คดเคี้ยวลาดเอียง มีป่ามีเขาสูงขึ้นทีละน้อย  จนถึงแพร่เวลา ๘.๓๐ น. พวกเราแวะทานมื้อเช้าที่ร้านไส้อั่ว  อำเภอสูงเม่น  จังหวัดแพร่  ได้สัมผัสกับอากาศที่หนาวเย็นผิดไปจากชีวิตประจำวันอันคุ้นเคยที่บ้านของตัวเอง 

           ร้านไซทองเป็นบรรยากาศธรรมชาติ  โดยมีเตาดินขนาดใหญ่สำหรับปิ้งไส้อั่ว  ตกแต่งร้านด้วยวัสดุของเก่า  ส่วนมากทำด้วยไม้  โต๊ะ เก้าอี้ ตู้ และลิ้นชักได้ถูกนำมาประดับร้าน  เจ้าของร้านเป็นหญิงสาวค่อนข้างน้อย  แนะนำให้พวกเราได้ทราบว่าท่านมีอายุอานามถึง ๗๐ ปีแต่ยังอะร้าอะแหร่ม  หลงเหลือร่องรอยสาวงามเมืองเวียงพิงค์ให้เห็นได้ชัดเจน  แถมบอกเคล็ดลับว่า “การดูสาว สวย อ่อนวัยเพราะการได้พูด คุย พบปะกับผู้คนเสมอในแต่ละวัน”   

          จังหวัดแพร่  เป็นดินแดนที่มีชื่อเสียงเรื่องทรัพยากรป่าไม้ เครื่องประดับเรือนทำด้วยไม้ และเคยมีโรงเรียนป่าไม้ตั้งอยู่ที่นี่เพียงแห่งเดียวในประเทศไทย  ปัจจุบันโรงเรียนได้ถูกยุบไปนานแล้ว  หากผ่านไปจะทำให้พบกับบ้านเรือนและอาคารส่วนใหญ่ในจังหวัดแพร่ถูกปลูกสร้างด้วยไม้  ร้านค้าไม้แปรรูปและเครื่องเรือนมากมาย

          แม้ว่าเราจะดื่มกาแฟที่ร้านไซทองแล้วเราก็ยังไม่หนำใจ เหมือนยังขาดรสชาติอยู่ดี  เพราะเป็นกาแฟที่ชงมาแล้ว เก็บใส่ตู้เย็นไว้และนำมาอุ่นให้ลูกค้าอีกที  แล้วเราก็ได้พบกับ “ร้านกาแฟสด” ข้างทางที่อำเภอร้องกวาง  จึงแวะพักรถอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่ได้เดินทางมาได้ไม่นาน

         ที่ร้านกาแฟสด  แม่ค้าสาวสวยน่ารัก อัธยาศัยดี ทราบว่าเพิ่งเปิดร้านใหม่เพียงไม่กี่วัน  และไปเรียนทำกาแฟมาจากร้านของเพื่อนอีกทีหนึ่ง  พวกเราเห็นว่าเธอได้ผสมกาแฟสดมาพร้อมแบบสำเร็จ เหมือนการทำกาแฟเย็น  จึงได้แสดงตัวเป็นครูแนะนำการชงกาแฟให้เธอ  อาศัยเป็นแม่ค้ากาแฟเก่า  ส่วนหนานเกียรติกำลังพัฒนาการชงกาแฟสำหรับต้อนรับแขกเข้ามาพักที่รีสอร์ท De'Musoi อยู่ด้วยแล้ว

         ระยะทางจากพิษณุโลกไปน่านฉันคุ้นเคยเส้นทางแต่นานมาแล้ว และเคยขับรถไปกลับด้วยตัวเอง  รู้สึกชอบมากเพราะมีความร่มรื่นแม้ว่าจะขึ้นเขา ลงเขา คดเคี้ยวมากกว่าที่ผ่านมา  เมื่อเริ่มเข้าจังหวัดน่านพวกเราได้สัมผัสกับบรรยากาศที่สงบ  ผู้คนขับรถกันอย่างช้า ๆ และเห็นว่ามีรถพลุกพล่านขึ้นกว่าเดิม  บ้านเมืองได้รับการตกแต่งดูแล  สมกับเป็นเมืองเก่าและเมืองที่สนใจของนักท่องเที่ยว  วัดวาอารามสวยสง่าด้วยศิลปกรรมโบราณต่างจากที่เคยเห็น อันแสดงถึงความศรัทธาที่มั่นคงทางจิตใจของชาวพุทธเป็นอย่างยิ่ง

         เวลาก่อนเที่ยงวันเล็กน้อย พวกเราเดินทางถึงจังหวัดน่าน  พวกเราใช้เวลาเดินทางจริง ๆ ไม่นับการหยุดพัก ๒ แห่งแล้วรวม ๔ ชั่วโมง แวะเข้าร้านค้าเพื่อซื้อสิ่งของ รางวัลและอุปกรณ์การจัดค่ายฯ  และได้โทรศัพท์นัดแนะให้ ผอ.ณัฏฐ์และคุณอ้อมซึ่งเดินทางไปเก็บข้อมูลที่น่านตั้งแต่วันก่อน ได้รออยู่ที่นั่นแล้ว คุยกันไม่นานทั้งสองรวมกับน้องโลมาได้แยกกันเพื่อเดินทางกลับบ้านที่จังหวัดเชียงใหม่   ส่วนพวกเราและตระเวนหากระดาษสำหรับพับและกระดาษชาร์ท  ถูกแนะนำไปที่ร้านเครื่องเขียนแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นร้านใหญ่และเก่าแก่ของจังหวัดน่าน

           บังเอิญพวกเราต้องการรองเท้าผ้าใบ  จึงถามพนักงานขายในห้างเครื่องเขียนว่า “น้องสาว  พวกเราอยากทราบว่ามีร้านขายรองเท้าอยู่แถวไหนคะ”  เธอก้มหน้าก้มตาพับกระดาษและให้คำตอบอย่างชัดเจนว่า “ไม่รู้”  ถึงแม้ว่าจะขาดหางเสียงพวกเราก็รับได้ เพราะมีความเข้าใจความแตกต่างระหว่างบุคคลดีแล้วนั่นเอง   แต่ฉันแกล้งทำเป็นคนสติแตกย้อนถามไปว่า “หนูคงไม่ใช่คนจังหวัดน่านโดยกำเนิดใช่ไหมคะ พวกเรามาจากที่อื่นยังรักจังหวัดน่านและชาวน่านทุกคน  และมาครั้งนี้ก็จะมาช่วยทำประโยชน์ให้กับเยาวชนคนน่านด้วย”  ไม่ว่าเธอจะได้ยินผ่านหูหรือเป็นสาวหูตึงก็แล้วแต่  ฉันก็พอใจที่ได้สั่งสอนเธอไปทางอ้อม

           พนักงานขายกับการตอบคำถามของคนที่ไม่รู้จักและเป็นลูกค้า  แม้ว่าจะให้อภัยและไม่ถือสาก็ตาม  หากจะถือโอกาสมาเขียนเล่าสื่อผ่านบันทึก ก็นับว่าไม่ใช่เรื่องเสียหายและเป็นการแบ่งปันประสบการณ์ได้เหมือนกันว่าในแต่ละวันเราได้ผ่านพบอะไรมาบ้าง  รวมแล้วหมดเวลากับที่นี่อีกประมาณ ๔๐ นาที

           เดินทางต่อไปยังจุดนัดหมาย...ที่วัดโป่งคำ อำเภอสันติสุข เพื่อเปลี่ยนพาหนะจากรถเก๋งเป็นรถกระบะ

ผู้ที่รักษาชีวิตของคนร่วมทาง

ร้านอาหารถูกประดับด้วยเครื่องไม้เก่า

เตาปิ้งก่อด้วยดินเหนียว

ร้านกาแฟสด

เก้าอี้ไม้นำมาจากโรงภาพยนต์เก่า