การได้ย้อนไปดูรากเหง้าบรรพบุรุษที่เลือกที่อยู่อาศัยในยุคหินถือว่าเป็นบุญตา

ยามค่ำคืนอากาศจะร้อน ๆ สักหน่อย  พอหลังเที่ยงคืนไปแล้วความหนาวมาเย็นเข้ามาเยือนในช่วงนี้  มีเรื่องเล่าต่อจากตอนที่แล้ว  ตอนที่เข้าไปพิพิธภัณฑ์แห่งชาติลาว ได้เห็นวัตถุโบราณที่ทรงคุณค่าหลายประการ อย่างพระพุทธรูปองค์เล็ก ๆ บรรพบุรุษของชาวลาวเอาไปซ่อน ( เซื่อง )ไว้ตามถ้ำหรือขุดดินฝังไว้พอเสร็จศึกสงครามคนที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ไปนิมนต์เอามา

พระโบราณถูกทำลาย  ถูกลักไปขาย...

ภายในอาคารต่าง ๆ ของพิพิธภัณฑ์ห้ามถ่ายรูป มีรูปภาพการทรมานชาวลาวโดยกองกำลังต่างชาติ  พระสงฆ์ก็ถูกมัดมือข้างหลังคุมมายืนดูการทรมานคนหนุ่มคนสาว  พวกเด็กน้อยถูกแย่งจากมือของแม่แล้วโยนลงบ่อน้ำ บางกลุ่มคนถูกไล่ไปขึ้นเรือพอออกไปแล้วเป็นเป้ายิงทิ้ง

ภาพเขียนของคนโบราณ

ในยุคสงครามความทุกข์ยากแสนสาหัสเข้ามาเยือนคนเรา  ฟังเสียงเพลงคลอไปด้วยสองริมฝั่งโขงยามค่ำคืน...เช่น เพลงที่ร้องว่า...สิบห้าปีที่ไตเฮาห่างแดนมา  เมืองเฮาเพ...ฟังแล้วเศร้าใจแทนเพื่อนพ้องพี่น้องลาว...

ทางขึ้นภูไปเบิ่งที่อยู่คนโบราณ

นับแต่ปี ค.ศ. 1925 ที่ฝรั่งเศสเข้ามาปกครองลาว  J.H.Hoffet ได้ออกสำรวจทำแผ่นที่เมืองลาว ต่อมาได้ค้นพบชากโบราณวัตถุ ที่อยู่คนโบราณยุคหินที่อยู่ตามลุ่มน้ำแม่โขงยาวไกล...

แวบดูแผ่นที่อาณาจักรล้านช้าง ค.ศ. 1353 สมัยพระเจ้าฟ้างุ้มมีนครเชียงทองเป็นเมืองหลวง ก่อนได้รับพระบางมาจากเมืองขอม เลยเปลี่ยนมาเป็นเมืองหลวงพระบางนั้นมีขอบเขตมาถึงปากช่องเลยนะนี่...

สมัยพระเจ้าสุริยะวงษาได้รวมอาณาจักรหลวงพระบาง  อาณาจักรเวียงจันทร์  และอาณาจักรจำปาศักดิ์ เข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียวคืออาณาจักรล้านช้าง ( ธงช้างสามหัว )

เดินดงชมป่าดูร่องรอยคนโบราณอยู่อาศัย

พอฝรั่งเศสเข้ายึดลาวแล้ว ท้าวคำแสง  สีวิไล ประกาศตนเป็นคอมมิวนิสม์เป็นคนแรกในลาว...ผู้มีพลังกอบกู้เอกราชลาวจากฝรั่งเศสที่สำคัญคือท้าวไกสร  พรมวิหาร  มีการตั้งพรรคประชาชนเมื่อปี ค.ศ. 1955 ...

คนโบราณเอาหินเป็นหลังคาเพิงพ้ก

ยังมีเรื่องเล่าอีกยาวไกล...

ขอไปดูบ้านเมืองคนโบราณยุคหินก่อนนะ...ตามลุ่มแม่น้ำโขงและเทือกเขาภูพานยังคงมีร่องรอยคนโบราณมาพักพาอาศัยเหมือนร่วมสมัยกับคนโบราณยุคบ้านเชียงแห่งเมืองอุดรด้วยละ...แง่คิด...การได้ย้อนไปดูรากเหง้าบรรพบุรุษที่เลือกที่อยู่อาศัยในยุคหินถือว่าเป็นบุญตาที่อยู่สายประวัติศาสตร์วัฒนธรรมวิถีพุทธอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ...