ผู้เขียนขอสดุดี ดาวดวงนี้ ป้าแป้น ทิพย์จันทร์

  เมื่อครั้งที่ผู้เขียนไปรับราชการที่เขาคันทรงใหม่ๆ ครั้งหนึ่งในวันแม่แห่งชาติ หลังทำพิธีถวายพระพรเสร็จ จำได้ว่า ป้าแป้น อสม.วัยหกสิบกว่า ผมสีดอกเลา ท่าทางใจดี หิ้วปิ่นโตใส่อาหาร มาส่งให้เจ้าหน้าที่สถานีอนามัย เพื่อรับประทานกัน ในขณะที่คนอื่นกลับบ้านไปแล้ว

  อาหารนั้นน่ารับประทานมาก มีน้ำพริก ผักต้ม ปลาทูทอด

แล้วก็เลยล้อมวงรับประทานอาหารกันเอร็ดอร่อย ป้าแป้นบอกหลังจากอิ่มกันแล้วว่า ให้เอาถ้วยชามมาใส่ของที่เหลือ จะได้กินมื้อต่อไป ป้าแป้นทำอาหารมามาก เหมือนคนแก่ใจดี ที่ทำอาหารให้ลูกหลานกิน อย่างเหลือเฟือเสมอ

  และหลายๆครั้งที่มีการประชุม ก็จะได้กินขนมอร่อยของป้า บางครั้งเกรงใจ ผู้เขียนก็สั่งขนมมาเลี้ยง อสม.ซะเลย

 ป้าแป้นเป็นคนขยัน มีงานอะไรก็จะทำเสร็จก่อนใครๆ แม้การทำแผนที่เดินดิน คนอย่างป้าแป้น ก็เขียนมาส่ง และแบ่งระแวกเรียบร้อย วันไหนออกรณรงค์ป้องกันโรคไข้เลือดออก ป้าแป้นก็เตรียมการแบ่งงานกัน เนื่องจากหมู่บ้านพันเสด็จนอก ต.เขาคันทรง ถูกแบ่งการปกครองเป็น 2 เขต คือ อบต.และ เทศบาล คนละฟากถนน แต่ป้าแป้นไม่เคยสนใจ ทำงานครอบคลุมทั้งสองฝั่ง บอกว่า คนบ้านเดียวกัน ทำอะไรก็ต้องเสมอภาคกัน เหมือนๆกัน นี่คือความคิดของ อสม.ที่มีจิตใจสูงส่ง มองข้ามเส้นแบ่งเขตแดนไปนานแล้ว

  ป้าแป้นมีรถมอร์เตอร์ไซค์เก่าคู่ชีพ ไปไหน ต่อไหน ก็คันนี้แหละ เข้าถึงทุกบ้าน จะมาประชุมที่สถานีอนามัย หรือที่เทศบาลที่ห่างไกลตั้งเป็นสิบๆกิโลเมตร ก็บึ่งไปด้วยรถคันนี้แหละ บางครั้ง มีคนมาเล่าให้ผู้เขียนฟังว่า เห็นป้าแป้นขับรถไปประชุม ต้องขับรถยนต์ตามหลัง เหมือนคุ้มกันให้ ด้วยความเป็นห่วงเพราะอยู่บนถนนใหญ่

   ใครๆในหมู่บ้านก็เรียกย่าแป้น หลวงพ่อที่วัดเรียกโยมแป้น เพราะมาถืออุโบสถศิลทุกวันพระ ไม่มีใครไม่รู้จักป้าแป้น แม้จะต่างหมู่บ้านกัน

  เช้าวันศุกร์ที่ 21 มกราคม 2554 เมื่อวานนี้เอง เป็นวันดาวดับของชาวเขาคันทรง เพราะเช้ามืดวันนั้น รถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ที่ขับมาด้วยความเร็วสูง ได้กวาดเอาทั้งรถและร่างของป้าแป้นไปตามแรงขับนั้นไกลและแรง อย่างที่ทำให้ป้าแป้น หมดโอกาสกลับมาสร้างสรรค์สังคมให้สวยงามอีกครั้ง เสียงโทรศัพท์ แจ้งมาที่ผู้เขียนตั้งแต่เช้า ทำให้ขนลุกเกลียว และหมดแรงทันที

  หลังวางสายโทรศัพท์ไปแล้ว ภาพจำของป้าแป้นผุดขึ้นมาต่อเนื่อง ดูเป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจไปตลอดกาลสำหรับผู้เขียน

 ผู้เขียนเคยเปรียบ ผู้มีจิตอาสาทุกคนว่าเป็นเหมือนดาวกระดาษ ที่จำลองความสุกไสว มาให้เป็นเป็นแสงสว่างกับชาวโลก แต่ดาวกระดาษ ไม่ได้เป็นอมตะ มีอายุขัยที่แสนสั้น ตามกฎของธรรมชาติ ดาวกระดาษ จึงผลัดกันดับ และเกิดใหม่ทดแทนเสมอมา ครั้งนี้ ถึงเวลาของดาวกระดาษที่เขาคันทรง ที่ล่วงลับไปสู่สรวงสวรรค์ ตามความดีที่สั่งสมมา

 ผู้เขียนขอสดุดี ดาวดวงนี้ ป้าแป้น ทิพย์จันทร์ ผู้เคยเป็นดั่งดวงดาวที่ส่องแสง ให้ชุมชนสว่าง สดใส แต่เพราะเป็นเพียงดาวกระดาษ จึงต้องดับลับลาตามกาล

จุติ จุตัง อะระหังจุตินะคะป้าแป้น

จาก หมอรุ่งเอง