เป็นปัญหาของน้องอ้อย ต้องให้เขาเป็นคนแก้เอง
เรื่องเศร้าของสาวอ้อย -7
โสภณ เปียสนิท
...........................
จึงลองถามเขาบ้าง “คุณเห็นว่าต้องแก้ไขอย่างไร” ฝรั่งนิ่งคิดนิดเดียวก่อนตอบว่า “เป็นปัญหาของน้องอ้อย ต้องให้เขาเป็นคนแก้เอง” ผมนิ่งคิดคำตอบของฝรั่ง มองทะลุเลยไปถึงการเลี้ยงลูกแบบฝรั่ง คือเร่งปลูกฝังการรับผิดชอบตัวเอง ตั้งแต่เล็กแต่น้อย กว่าจะเติบใหญ่อายุ 18 ปี บุตรหลานยืนบนขาตัวเองได้อย่างมั่นคง แต่มีข้อเสียคือ คำว่า “บุญคุณ” ไม่ค่อยมีในพจนานุกรมของฝรั่ง ทำให้ความผูกพันระหว่าง “พ่อแม่และลูก” เปราะบาง ส่วนวัฒนธรรมการเลี้ยงลูกแบบไทยอยู่ในมุมตรงกันข้ามทุกประการ ทบทวนข้อปฏิบัติอีกครั้ง ก่อนสองสามีภรรยาจะพากันกลับไป
.........................................................
ยามบ่ายของวันต่อมา สาวอ้อยเข้ามาพบหลังจากการเรียนภาคบ่ายจบลง หลังรับไหว้สาวน้อยร่างเล็กหน้าตาเปื้อนรอยยิ้ม มองไม่เห็นร่องรอยของความเศร้าหมอง เชิญนั่งลงบนเก้าอี้ข้างโต๊ะทำงานเรียบร้อยแล้ว มองสำรวจเธออย่างถี่ถ้วน สรุปจากภายนอกได้ว่าเธออยู่ในสภาพเรียบร้อยทั้งกายและใจ กระโปรงสั้นจิ๋ว อาจเป็นตัวเดิมหรือเหมือนตัวเดิม
“เรียนเป็นไงบ้างครับ” ผมทักทายด้วยเรื่องธรรมดาให้เธอสบายใจ “เกรดตก แต่พอไปได้ค่ะ” ผมยิ้มให้กำลังใจ “ดีแล้วตั้งใจเรียน เพราะเรียนเป็นหลัก เรื่องอื่นเป็นรอง” ผมชี้นำให้เห็นคุณค่าของการศึกษา “หนูเรียนเพื่อแม่ค่ะ” ผมนิ่งงันไม่เข้าใจความหมายของเธอนัก “เรียนเพื่อตัวเองด้วยซิ” ผมกล่าวเชิงแย้งในที “ไม่หรอกค่ะ หนูอย่างไรก็ได้” แปลกจริงสาวน้อยรายนี้ ดูเหมือนว่าไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง การไม่เห็นคุณค่าตนเองเป็นเรื่องใหญ่ ใหญ่เท่าชีวิตของคนหนึ่งคน
“เรื่องชีวิตของเธอเป็นอย่างไรบ้าง ได้ข่าวไม่ค่อยจะดีเท่าไร” พยายามยิ้มให้เธอเห็นว่าเป็นการพูดคุยกันแบบธรรมดา ไม่คาดคั้นไปทางใดทางหนึ่ง คาดไม่ถึงว่า คำถามนี้เหมือนกับการเปิดท่อให้น้ำที่มีกำลังแรงไหลพุ่งแรงอย่างต่อเนื่อง คำพูดกลั่นมาจากความคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนดังที่บันทึกไว้ข้างต้น ผมปล่อยให้เธอเล่าไปอย่างสบายโดยไม่ทักท้วง เธอพูดไปยิ้มไปเหมือนไม่ใช่ปัญหาของเธอ
เมื่อเรื่องราวจากปากคำของเธอเริ่มวกวนกลับไปกลับมาซ้ำกัน ผมเริ่มขยับตัวกล่าวอย่างระมัดระวัง “ขออาจารย์พูดบ้างนะ ให้ตั้งใจฟังดีๆ 1. การฆ่าตัวตายเป็นบาปหนัก ไม่ควรทำ 2. พ่อแม่เป็นผู้มีพระคุณไม่ควรกล่าวร้ายไม่ว่ากรณีใด เพราะเป็นบาปหนักอีกเช่นกัน 3. การศึกษาเป็นหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบอย่างดีที่สุด 4. ยาเสพติดทุกชนิดไม่ควรยุ่งเกี่ยวเพราะเป็นทางเสื่อม 5. พึงใช้เงินด้วยความระมัดระวังอย่างดี อย่าข่มขู่ขอเงินแม่จนเกินจำเป็น สิ่งเหล่านี้ให้เอาไปพิจารณา” เธอรีบอธิบายวกไปวนมาด้วยเรื่องเดิมอีกรอบ
เรียนคุณปณิธิครับ
ขอบคุณที่มาเยือนถึงเรือนชาน และเป็นกำลังใจอย่างดี ขอบคุณ
...“เรียนเป็นไงบ้างครับ” ผมทักทายด้วยเรื่องธรรมดาให้เธอสบายใจ
“เกรดตก แต่พอไปได้ค่ะ” ผมยิ้มให้กำลังใจ
“ดีแล้วตั้งใจเรียน เพราะเรียนเป็นหลัก เรื่องอื่นเป็นรอง” ผมชี้นำให้เห็นคุณค่าของการศึกษา
“หนูเรียนเพื่อแม่ค่ะ” ...
There is only expectation of duty [study] but no concern for psychology [feeling]. Once again 'result or qualification' is emphasized. For someone who is feeling 'alone' with a duty to do, in hindsight perhaps
"ไปไหนมา? ร้อนจังนะ แก้มแดงสุกเป็นลูกตำลึงเลย" may connect her with our concern for her [not her performance, duty and failure...]
[[ It is a misconception that birds live in nests. Birds build nest to raise their young. Once the young can fly, the nest is destroyed. ]]
สวัสดีค่ะ
เรียนท่านอาจารย์
It might be the same as you have written. As state of lecturer we couldn't talk much about the others in any advisees' lives. psychologists are not enough in University otherwise those students would be a better situation
แก้มแดงสุกเป็นลูกตำลึงเลย
may cause a scandal for advisers.
ขอเรื่องราว เรื่องลึกของฟักข้าวหน่อยครับ พี่ชายให้พันธุ์มาหลายเม็ดอยู่ไม่รู้ว่าจะรอดหรือไม่ จะลองปลูกดูในหน้าร้อนนี้ครับ
ชีวิตจะค่อยๆสอนเขาเอง อย่างช้าๆ และหากไม่ทำให้ถูกร่องรอยจะมีการลงโทษทีละน้อยๆ จนกว่าจะหลาบจำ
ดอกไม้ข้างบ้านคุณยายสวยเสมอ เป็นเพราะดอกไม้หรือฝีมือคนถือกล้องครับ
เป็นเรื่องราวที่น่าติดตามครับ ปัญหาเช่นนี้คนเป็นครูจะพบเสมอ
ผมกำลังพบเด็กผู้ชายที่ถูกทอดทิ้งให้อยู่กับตามีพฤติกรรมข่มเหงคนอื่นที่ด้อยกว่าเล็กกว่า
เขาอาจถูกบังคับมากเกินไปจนมาชดเชยกับคนที่เล็กกว่าก็เป็นได้ กำลังทดลองใช้วินัยเชิงบวก ให้เขาเป็นผู้นำ ให้เขาประสบความสำเร็จ ไม่ทราบจะได้ผลไหม เขาถูกไล่ออกมาจากโรงเรียนในเมือง มาอยู่กับพวกเราโรงเรียนขยายโอกาส บางทีคงขอความอนุเคราะห์ท่านช่วยแนะด้วยครับ
มาอ่านไว้เพราะปัญหาเหล่านี้วนว่ายอยู่รอบๆ ตัวเรา
มีหลายคนกล่าวว่า เด็กสมัยนี้ทุกข์ง่ายสุขยาก...จริงหรือไม่อยู่ที่ใครกันนะ
เรียนอาจารย์โสภณ
เพิ่งเข้ามาบันทึกนี้อีกรอบ ขอรับเรื่องที่อาจารย์ขอสำหรับฟักข้าวไว้ พร้อมแล้วจะนำมาแบ่งปันกันนะ ขอบคุณที่ให้ความสนใจ
เสริมแรงใจทางบวกนับเป็นเรื่องดีมากๆ เกือบทุกคนในวงการผู้สอนผู้ปกครองเห็นสมควรเกือบทุกคน
ว่าแต่่ว่าการทำให้สำเร็จ เป็นหน้าที่ของนักปฏิบัติ ซึ่งไม่ค่อยจะทำได้ง่ายๆ เพราะมีทางแยกมากมาย ระหว่างทางให้เลือก
คิดอีกมุมหนึ่งก็น่าสนุก
เอาใจช่วยซึ่งกันและกันนะครับ
ชื่อดีจัง เชือว่าอยู่ทางใต้ ทุกข์ง่ายสุขยาก เพราะ เทคโนโลยีมาก และเอาแต่ใจตัวเองเป็นหลักนั่นเอง
บางทีคนเราก็จนแต้มจมปลักอยู่กับสิ่งเปล่านี้
วันนี้บันทึกไม่ได้ ทดลองแล้วสองสามครั้งแล้วไม่สำเร็จ ใครรู้บ้างว่าเป็นเพราะเหตุใด ช่วยบอกด้วยครับ