ณ บ้านพักที่ขอนแก่น

                                                วันเสาร์ที่ ๒๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๔

กราบสวัสดีค่ะครู

                เมื่อได้ตั้งใจกับตนเองแล้วนั่งลงเขียนจดหมายฉบับนี้รู้สึกกับตนเองถึงภายในที่แย้มยิ้มออกมา เป็นวาระที่ทบทวนกับตนเองและได้คุยกับครู เมื่อวานติ๋วขับรถไปหาปู่ทั้งที่พยายามมีสติอยู่แต่ติ๋วก็เหมือนหาทางเข้าบ้านปู่ไม่เจอ รับรู้เพียงว่า “เลยแล้ว” พอถึงบ้านปู่จึงรู้ว่า “ปู่เข้าไปนอนโรงพยาบาลตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ด้วยอาการหอบ” เป็นอะไรที่สะเทือนกับตนเองเลยค่ะครูว่า “ติ๋วละเลย” พอออกจากปู่ใจก็ไม่ได้ระลึกถึงท่าน จึงรีบโทรไปหาญาติที่เฝ้าอยู่โรงพยาบาล แล้วค่อยเข้าไปเยี่ยม พอติ๋วเข้าไป อาไกรและสามีที่เคยนอนเฝ้าทุกคืนจึงขอไปพัก ให้ติ๋ว อาเตือน (มาจากร้อยเอ็ด) และอานาง เฝ้าแทน พอญาติที่มาเยี่ยมกลับปู่หันมาหาติ๋วแล้วเอ่ยว่า

 “หล่า ๆ สวดมนต์ให้ปู่ฟังแหนะ”

ใจติ๋วระลึกถึงคำครู “หากเราไปเยี่ยมปู่ ก็สวดมนต์ให้ท่านฟังทุกครั้งนะ”

เหมือนครูมาช่วยให้กำลังใจและหนุนนำก็มีพลังสติในการสวดมนต์เลยค่ะ ติ๋วจึงสวดมนต์ทำวัตรเย็นรวมถึงบทพิเศษอื่น ๆ และแผ่เมตตา ครูค่ะ ปู่นิ่งฟัง มือที่จับมือซ้ายติ๋วอยู่กระตุกเป็นครั้งคราวคล้ายท่านหลับเป็นพัก ๆ แต่ก็พึงพอใจที่จะจับไว้เช่นนั้น พอรู้สึกว่า “ท่านหลับแล้ว ติ๋วจึงปูเสื่อนอนข้าง ๆ เตียงปู่” โชคดีที่ในห้องอากาศไม่เย็นนัก บางคราปู่ก็ลุกเข้าห้องน้ำ ดึก ๆ แฟนอานางมารับไปขายของที่ตลาดทราบว่า ประมาณตีสองครึ่ง

ตื่นเช้ามาปู่บอกว่า “เมื่อคืนพึ่งได้หลับสนิทหลังจากหลับไม่ได้หลายคืน แต่แปลกรู้สึกเหนื่อยกว่าปกติ” ติ๋วพยายามสวดมนต์แผ่เมตตาอยู่ภายในตามลมหายใจ พอปู่หลับติ๋วก็หลับตาน้อมทำสมาธิภายในสงบจึงน้อมอุทิศบุญให้เจ้ากรรมนายเวรของปู่ และแผ่เมตตา พอท่านลุกขึ้นนั่งหายใจหอบคล้ายทรมาร จึงหยิบหนังสือสวดมนต์มาแล้วบอกว่า “เดี๋ยวสวดมนต์ให้ฟัง” พอสวดมนต์ปู่ดูสงบค่ะครู ท่านดิ้นรนน้อยลงลมหายใจลึกและยาวขึ้น จากที่หอบถี่ ๆ แต่พอพยาบาลเข้ามาวัดไข้ จึงหยุดสวดแล้วก็สอบถามเพิ่มเติมจากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลความเรียบร้อย  และอาเตือนกลับมาจากไปซื้อของข้างนอกแล้ว ติ๋วจึงขอตัวออกไปเดินรอบ ๆ โรงพยาบาลบรบือ ภายนอกร่มรื่นมากค่ะครู รู้สึกผ่อนคลาย ติ๋วเองปฏิเสธไม่ได้ว่า ภายในห้องคนไข้เหมือนรู้สึกถึงอะไรหนัก ๆ รับรู้ถึงความเรีอกร้องอยู่ภายในของปู่ที่อยากได้รับการตอบสนอง รับรู้ถึงแรงต้านของอา แล้วก็รับรู้ถึงความดิ้นรนอยู่ภายในของตนเอง รู้เพียงว่า “ต้องอดทน” นั่งหายใจไป พอได้ออกมาข้างนอกบ้าง ใจผ่อนคลายมากขึ้น พอสาย ๆ หน่อย ติ๋วก็ขอตัวกลับขอนแก่น เพราะลุง (พี่ชายคนโตของแม่) จะมาฉีดสีทำบายพาสหัวใจที่ศูนย์หัวใจฯ แต่ลึก ๆ แล้ว ติ๋วอยากพักค่ะครู ขับรถออกมาแบบมีตังค์ในกระเป๋าสองร้อย รถน้ำมันน้อย แก๊สหมด แต่ก็ขับมาได้จนถึงปั้มแก๊สที่บ้านไผ่ แล้วก็มีตังค์เติมน้ำมันอีกร้อยหนึ่ง ใจติ๋วระลึกถึงครู กับหน้าที่ ๆ ไปช่วยดูแลปู่ การทำงานอยู่กับคนไข้ถ้าใจไม่นิ่งพอก็เหนื่อยเหมือนกันนะคะครู คนที่ทำงานในโรงพยาบาลเขาเสียสละจริง ๆ

                                                                                รักครูค่ะ