คณิตศาสตร์พื้นฐาน ม.4
Set : เซต
เซต เป็นกลุ่มของสิ่งต่างๆ ซึ่งมีลักษณะร่วมกัน หรืออยู่ภายใต้กฎอันเดียวกัน ทุกๆ สิ่งในเซตจะมีลักษณะเฉพาะ : สิ่งเดียวกันจะอยู่รวมอยู่ในเซตมากกว่าหนึ่งครั้งไม่ได้
{ } เขียนสมาชิกของเซตภายในวงเล็บนี้
สัญกรณ์ของเซต (Set notation)
สิ่งต่างๆ ที่อยู่ในเซตจะมีเครื่องหมายจุลภาค (,) คั่นระหว่างแต่ละสิ่งเหล่านั้น เช่น เซตของสระในภาษาอังกฤษ {a , e , i , o , u} วิธีการนี้เรียกว่า "สัญกรณ์บัญชีชื่อ" (roster notation)
การเรียงลำดับสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในเซต ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เช่น {a , e , i , o , u} อาจเขียนเป็น {u , e , a , i , o} หรือแบบอื่นๆ อีกได้ อาจจะเขียนเป็น {สระในภาษาอังกฤษ} การเขียนเช่นนี้จะใช้เมื่อเซตมีขนาดใหญ่ เช่น
{จำนวนนับจาก 1 ถึง 1,000}
เซตต่างๆ จะเขียนแทนด้วยตัวอักษรตัวเดียว เช่น
A = {จำนวนคู่}
โดยทั่วไปจะใช้ตัวอักษรเฉพาะเขียนชื่อเซต เช่น
Z แทนเซตของจำนวนเต็ม
N แทนเซตของจำนวนธรรมชาติ
Q แทนเซตของจำนวนตรรกยะ
R แทนเซตของจำนวนจริง
เอกภพสัมพัทธ์ (Universal set)
เซตซึ่งรวมเซตอื่นๆ ทั้งหมด ตัวอย่างเช่น ถ้า C = {พยัญชนะ} เอกภพสัมพัทธ์ก็หมายถึง ตัวอักษร เอกภพสัมพัทธ์เขียนแทนด้วย U
เช่น U = {ตัวอักษร}
เซตจำกัด (Finite set)
เซตซึ่งจำกัดจำนวนของสมาชิก ตัวอย่างเช่น เซต A เป็นเซตของจำนวนคี่ระหว่าง 0 กับ 6
A = {1 , 3 , 5}
A เป็นเซตจำกัด เพราะว่า n(A) = 3 เมื่อ n เป็นจำนวนสมาชิกในเซต
เซตอนันต์ (Infinite set)
เซตซึ่งไม่จำกัดจำนวนของสมาชิก ตัวอย่างเช่น เซตของจำนวนคู่ เป็นเซตอนันต์เพราะมีจำนวนสมาชิกไม่สิ้นสุด อาจะแสดงเซตอนันต์โดยเขียนเพียงสมาชิกเพียงสามตัวแรก และตามด้วยจุด เช่น
C = {2 , 4 , 6 , ...} เป็นเซตอนันต์ เพราะ n(B) = ∞
เมื่อ n แทน จำนวนสมาชิกในเซต
∞ แทน อนันต์ (infinite)
เซตว่าง (Empty set or null set)
เซตว่างเป็นเซตหนึ่งซึ่งไม่มีสมาชิกของเซต ตัวอย่างเช่น B = {วันในสัปดาห์ที่ขึ้นต้นด้วย "J"} เป็นเซตว่าง เขียนแทนด้วย {} หรือ ∅ ดังนั้นตัวอย่างข้างต้นจะเขียนแทนด้วย B = {} หรือ B = ∅
สัญลักษณ์แทนเซตว่าง
เซตย่อย หรือสับเซต(Subset)
เซตที่มีสมาชิกเป็นของอีกเซตหนึ่ง ตัวอย่างเช่น
ถ้า A ={พยัญชนะ} B = {t , r , y}
กล่าวว่า B เป็นสับเซตของ A สัญลักษณ์
แทนคำว่า "เป็นสับเซตของ" ดังนั้นเขียนความสัมพันธ์ได้เป็น B
A แต่ C = {a , e , i} ไม่ใช่สับเซตของ A สัญลักษณ์
หมายความว่า "ไม่เป็นสับเซตของ" ดังนั้นเขียนความสัมพันธ์ได้เป็น C
A
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
ขอจบแค่นี้ก่อน วันหลังจะมาเขียนต่อครับ ให้มีความสุขกับการเรียนคณิตศาสตร์ครับผม
จาก ครูเนาะ ฐานิศวร์ ผลเจริญ
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

*** ไม่ชอบคณิตศาสตร์ค่ะ....แต่พออ่านบันทึกนี้แล้ว ถูกใจจัง
*** ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับ คุณครู...
กู๊ดดี้ขอเก็บบันทึกนี้ไว้สำหรับอนาคตของน้องกู๊ดดี้นะครับ...อิอิ
The idea of "sets" may come from "differentiation" (การแยกความแตกต่าง). We need to know "what things are the same" (สิ่งไหน เหมือนกัน) for our 'purpose', and what things are not the same as others.
What do we do when we separate 'mangoes' and 'guavas' into 2 piles (or sets: a set of mangoes, and a set of guavas)?
How do we tell which fruit go to which pile (set)? How do differentiate fruits? By 'shape', size, colour, smell, taste, ...?
In mathematics, we say we describe the fruits by their 'properties'. We say fruits that have the same 'list' of properties are the same fruit (or in the same set). And fruits that do not have properties in the list (of properties) or have some properties not on the list (of properties) are different fruits -- not in the same set.
From here we can talk about, fish instead of fruits. We can go on to cars, letters of the alphabet, numbers, 'things' and ideas, ... as abstraction of anything. Thus we come to learn 'mathematics' as 'an art of abstraction'.
สวัสดีค่ะครู
เห็นตัวเลข คราใด ใจหวิวๆ ยิ่งคณิตฯ จะเป็นลมค่ะ . ขอตัวไปเชต กิจกรรมที่ต้องสะสางก่อน วันนีสุขสันต์นะคะ :)
รวมเล่มเลยค่ะ น้องรัก
ตอนนี้เจ้าอิฐมีการบ้าน "สมการ" เพียบเลย
อาจจะขอคำชี้แนะ..นะคะ
ขอเข้ากลุ่ม " math set " ของ ครูฐานิศรว์ ด้วยค่ะ...^0^...
สุขสันต์วันครูเช่นกันค่ะ
สวัสดีค่ะคุณครู
คุณยายแวะมาเข้าเรียนด้วยคนนะคะ เพราะห่างมานานแล้วค่ะ