งานจิตอาสาเยียวยาผู้ป่วยระยะสุดท้าย

 

งานเยียวยาผู้ทุกข์ท้อรอความหวัง

ด้วยหัวใจเปี่ยมพลังของผู้ให้

ด้วยความรักปราศจากเงื่อนไขใด

คือจุดหมายของงาน palliative care

งานหนึ่งคือหน้าที่  อีกงานคือความดีที่ยึดมั่น

ดูแลทั้งกายใจจิตวิญญาณ คือปณิธานของเราพร้อมก้าวไป

 

       เช้าวันหยุดวันเสาร์นี้ ตื่นแต่เช้า หลังจัดการงานบ้านเสร็จแล้ว  จึงบึ่งรถไปที่โรงพยาบาล เพราะ นัดเเม่คนไข้ เเม่น้องเเก้ม กับเเม่น้องโต๋ ที่หอผู้ป่วย 3ง เพื่อไปฟังพระธรรมเทศนา พระอาจารย์หมีที่หอสงฆ์อาพาธ  พอไปถึงพบว่ามีคนไข้ โรค Heart พึ่ง dead  และกำลังรอห้องศพมารับ case นี้เคยดูแลน้องตอนที่เขายังเล็กๆ เข้าออกโรงพยาบาลตลอด ช่วงหลังหายไป คิดว่าดีขึ้น  วันก่อนมาทักว่าไม่เห็นมาโรงพยาบาลนานเเล้ว เเม่ยังยิ้มให้ เช้านี้น้องจากไปเเล้ว เเม่บอกว่า "พี่กุ้งน้องเขาไม่อยู่กับหนูเเล้ว"  จึงได้เข้าไป    support เเละบอกว่าพี่กำลังจะพาเเม่เเก้มกับเเม่โต๋ไปทำบุญ ที่หอสงฆ์ฯ อยากร่วมทำบุญด้วยมั๊ย จะได้อุทิศให้น้องด้วย ว่าพลางเดินไปบอกร่างที่เหมือนนอนหลับธรรมดา เเต่หากว่าเป็นร่างที่ไร้วิญญาณของน้อง ว่าเเม่ฝากตังค์ไปทำบุญให้หนู ขอให้ได้บุญด้วย  เล็กๆน้อยๆ เเต่เชื่อว่าได้เยียวยาเเม่ผู้ต้องสูญเสียลูก 

         จากนั้นจึงแวะไปที่หอผู้ป่วยเด็ก 2ง เพื่อไปชวนแม่คนไข้ที่ได้รับ consult มาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาไปทำบุญด้วยแต่ไม่สามารถไปด้วยได้เพราะไม่มีคนดูลูก  จากที่คุย approach แม่คนนี้เขาทราบว่าลูกที่มีอายุเพียง 11 เดือน นั้นป่วยหมดทางรักษา ตอนนี้ตับก็แข็ง และมีลำไส้อุดตัน อยากขอพาลูกกลับบ้าน แต่เมื่อประสานกับแพทย์เจ้าของไข้ คิดว่ายังมีทาง และกำลังจะให้อาหารทางหลอดเลือดดำ (TPN) จึงได้ทิ้งท้ายไว้กับทีมแพทย์ว่า “ พี่ขอ consult อาจารย์ศรีเวียงก่อนนะคะ” ต่อมาทราบว่าอาจารย์ไปดูคนไข้เมื่อวาน และคิดว่าได้คุยกับครอบครัวเรื่องการดำเนินไปของโรค และแผนการรักษาที่ควรจะไม่ agressive เพื่อไม่ให้น้องทรมาน

            สรุปว่าเช้านี้แม่คนไข้โทรหา “พี่กุ้งหนูจะได้พาลูกกลับบ้านวันนี้แล้ว หมอให้กลับได้   น้ำเสียงดูจะดีใจ  จริงๆแล้ว เราวางแผนร่วมกับทีมการพยาบาล 2ง ว่าจะจัดงานวันเกิดให้น้องเพราะวันที่ 16 มกราคม 2554 น้องจะมีอายุครบ 1 ปี และเชื่อว่านี่จะเป็นการจัดงานวันเกิดปีแรก และปีสุดท้ายสำหรับเขา แต่เมื่อคนไข้จะกลับบ้านเลยจะไม่ได้จัด

 

       ขณะสดับตรับฟังพระธรรมจากพระอาจารย์

เมื่อไปถึงหอผู้ป่วยสงฆ์อาพาธ พบว่าพระอาจารย์หมีนอนพักรักษาอยู่ห้องพิเศษหนึ่ง ทุกครั้งที่ท่านมานอนอาพาธ ก็จะได้โปรดพวกเราทุกครั้ง ครั้งนี้จึงไม่พลาดเช่นเดียวกัน และสิ่งที่ท่านเทศนาก็จะช่วยเตือนสติ และสะกิดใจเราได้เสมอ   “ความเจ็บไข้ได้ป่วยเป็นเหมือนบททดสอบใจเรา ว่าใจเรานิ่งแค่ไหน หากเราคิดว่าเรามีความตายเป็นธรรมดา เกิดแล้วก็ตาย นี่คือกรรม เราก้จะไม่ทุกข์ กรรมที่ว่าคือจำแนกสัตว์ ทำกรรมดีก็ได้เกิดในที่ดี คนมีเงินใช่ว่าจะมีความสุข คนมีเงินเป็นเศรษฐีทุกข์ก็มี ใจเท่านั้นที่เป็นเหตุ คนที่ป่วยใช่อยู่นะเขาเป็นลูกเรา เราก็ทุกข์ แต่ถ้าเราอยู่กับปัจจุบัน หากคิดว่าลูกเราต้องพรัดพรากจากเรา ก็เป็นกรรมของเรา กรรมของลูกเราเราคิดได้ดังนี้ก็จะไม่ทุกข์”

       นี่คือบางส่วนของพระธรรมเทศนาที่ฉันขอหยิบมาเล่าเเละทุกครั้งที่ได้ฟังเทศน์จากพระอาจารย์ฉันเองรู้สึกเบาสบาย รู้สึกต้องกับจริตตัวเองว่าคำสอนเเละลักษณะการสอนเเบบนี้เเหละที่จะช่วยฝึกจิตฝึกใจของฉันเองให้รู้จักจิตตัวเอง เเผนการในใจฉันวันนี้คืออยากช่วยเเม่ทั้งสองคน ให้ได้จับดูจิตตัวเอง เเละอยู่กับปัจจุบันเหมือนที่พระอาจารย์พูด เเล้วทุกข์ในใจก็จะเบาบางลง ทุกข์ที่เกิดจากความกลัวความพรัดพรากที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตัวเอง เเม่น้องเเก้มฟังไปน้ำตาก็ไหลพลาง " "ยามที่มีทุกข์สิ่งที่เป็นที่พึ่งของพวกเราก็คือพระ เเละพระธรรมนี่เเหละเจ้าค่ะ" นี้คือสิ่งที่เเม่เเก้มบอกกับพระอาจารย์ จากนั้นพระอาจารย์ก็สวดบังสุกุลตายอุทิศให้กับน้องเต้ย ที่เสียชีวิตเเละฝากปัจจัยมาทำบุญ พร้อมทั้งสวดบังสุกุลเป็นให้กับคนไข้คือน้องเเก้มเเละน้องโต๋เเละทุกคนที่ยังดำเนินชีวิตบนโลก "อันจอกหลอก"อันนี้พระอาจารย์พูดเป็นภาษาอีสานจอกหลอกหมายถึงโลกใบเล็กๆใบนี้ ท่านหยิบคำพูดของหลวงปูมั่นมาพูด  จากนั้นก็รับพร กรวดน้ำไม่มีน้ำท่นก็บอกว่ากรวดน้ำจิตน้ำใจนี่เเหละ

       เเม่น้องโต๋ซึ่งป่วยเป็นโรคมะเร็ง  บอกกับฉันหลังเสร็จสิ้นการทำบุญ ตอนนี้ยังหวังว่าลูกจะอยู่กับเรา เเม้เพียง  1% ก็ยังหวังเเละหวังว่าปาฏิหาริย์ จะเกิดกับตนเเละลูก ก่อนจากฉันตบไหล่เเม่น้องโต๋เบาๆ เเละบอกว่า "ถ้าเรายังมีความหวังเเละกำลังใจที่พร้อมจะสู้ ก็ขอให้สู้ต่อไป อย่าได้ท้อ เป็นกำลังใจให้ทั้งสองคนนะคะ"

         เสร็จจากบุญวันนี้ ฉันโทรหาอาจารย์ศรีเวียงเพราะทราบว่าอาจารย์มาดูคนไข้ที่ได้รับ consult ที่ฉัน approach เป็นเบื้องต้นเเล้วคือ คนไข้หอผู้ป่วย 2งที่ฉันพูดถึงข้างต้น ทราบว่าเเพทย์ได้ดำเนินการเขียนใบส่งต่อเพื่อรับการดูแลแบบประคับประคองต่อเนื่องที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน ตามความประสงค์ของครอบครัวที่อยากพาลูกกลับไปใช้ช่วงเวลาที่เหลืออยู่ที่บ้าน  เเล้วจึงชวนอาจารย์ไปดูคนไข้ที่หอผู้ป่วย 5ง เพื่อติดตามดูว่าหลังจากทำ multidisciplinary conference เเล้วเราได้มีการจัดการเรื่อง control pain เเละเรื่องอื่นๆ เช่นหนังสือเเสดงเจตนาสุดท้าย เเละการสื่อสารกันในทีมการดูแลรักษา เเต่เมื่อไปถึงทราบว่าผู้ป่วยเสียชีวิตเมื่อคืนนี้