การถอดบทเรียนคราวนี้ของผู้เขียน...ยากมาก เพราะเป็นการผสมผสานระหว่างการบรรยายและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเรื่อง“KM พื้นฐาน สร้างสานสู่ LO” และที่สำคัญ เครื่องมือการบันทึกใน Blog(ของผู้เขียน)ไม่เอื้อ

ถ้าถามถึงความรู้ทางทฤษฎีเรื่องของการจัดการความรู้ หรือ KM(Knowledge Management) ณ ปัจจุบันเราท่านคงหาอ่านกันได้ไม่ยาก... อาจเป็น ที่นี่ที่นี่, ที่นี่ หรือ....... ........

แต่การที่คณะกรรมการ KM คณะแพทย์ฯ มข.ซึ่งได้รับการแต่งตั้งขึ้นมาใหม่เสนอให้มีการจัดการให้ความรู้เรื่องนี้เพื่อให้เข้าใจในเครื่องมือชิ้นนี้มากยิ่งขึ้น สามารถใช้ KM เป็นเครื่องมือสนับสนุนให้ภารกิจของคณะแพทย์ทั้ง 4 ด้านบรรลุเป้าหมายได้อย่างมั่นใจ เป็นการสนองนโยบายคณะแพทย์ฯที่ให้ใช้ KMในทุกภารกิจ เชื่อว่าการมีความเข้าใจ KM ลึกซึ้งขึ้นจากผู้มีประสบการณ์สูงทำให้การดำเนินกิจกรรมนี้บังเกิดผลลัพธ์ที่ต้องการได้ 

ทางสำนักงานการจัดการองค์ความรู้ นำโดยท่าน อ.สุรพล วีระศิริ รองคณบดีฯ และผู้อำนวยการ สนง.ได้สนองตอบต่อความต้องการดังกล่าวโดยได้รับความอนุเคราะห์จากท่านที่ปรึกษา รศ.จิตเจริญ ไชยาคำ ผู้มีความรู้และประสบการณ์มาหลายปีเป็นผู้ถ่ายทอด

Ico256

ท่านอ.จิตเจริญเริ่มต้น ด้วย Mind Mapping “การจัดการความรู้” ของท่านเชื่อมโยงสู่แนวคิดพื้นฐาน KM, พรบ.การศึกษาแห่งชาติ ปี 2553, มาตรฐานอุดมศึกษา, คู่มือการประกันคุณภาพการศึกษา จึงมีคำถามเรื่องของความเชื่อมโยงในกิจกรรมที่เรากำลังปฏิบัติกันอยู่กับตัวชี้วัด(KPI) ที่คณะฯต้องการ(ตามกติกาทั้งหลาย...) และหากสามารถทำให้เป็นเรื่องเดียวกันหรือเอื้อประโยชน์กันได้หรือยิงนัดเดียวได้นกหลายๆตัวก็น่าจะดี (เรียกว่าเหนื่อยน้อยลง...) การนำตัวบ่งชี้ด้านการเรียนการสอนที่เกี่ยวข้องได้แก่ตัวบ่งชี้ที่ 2.6, 4.2 และ 7.2 ตามมาตรฐานการศึกษาแห่งชาติจึงถูกนำมาพูดคุยกัน

มาตรฐานการศึกษาแห่งชาติต้องการให้เกิดผลผลิตทางการศึกษาที่ได้คุณภาพและมาตรฐาน โดยมี มาตรฐานที่1 ด้านคุณภาพบัณฑิต มาตรฐานที่2 ด้านการบริหารด้านการอุดมศึกษา และมาตรฐานที่3 ด้านการสร้างและพัฒนาฐานความรู้และสังคมแห่งการเรียนรู้ จึงทำให้เกิดการประกันคุณภาพภายในภายใต้ตัวบ่งชี้ตามองค์ประกอบคุณภาพ 9 ด้าน

 

อาจารย์จึงนำผังนี้มาให้เรียนรู้ ซึ่งมีการพูดคุยต่อยอดกันมากมายในการนำสู่การปฏิบัติจริงจากผู้มีประสบการณ์ท่านอื่น

นอกจากนั้นท่านอ.จิตเจริญกล่าวว่า การจัดการความรู้เกี่ยวข้องกับ คน องค์การ  ความรู้ เทคโนโลยีและการเรียนรู้ร่วมกัน การพัฒนาตนเองโดยการเรียนรู้จากผู้อื่นทำได้ง่าย แก่นการจัดการความรู้จึงเป็นการดำเนินการของกลุ่มผู้ทำงานที่ทำกันอยู่แล้ว เพียงแต่ทำงานให้เข้มข้นขึ้น ก่อให้เกิดการใช้ความรู้ที่เข้มข้นขึ้นเท่านั้น

มีการนำเสนอสิ่งน่าเรียนรู้ อาทิเช่น รูปแบบ/การประเมินที่เหมาะสมที่อาจให้นักศึกษามีส่วนร่วมในการประเมิน, จริยธรรมทัศนคติของนักศึกษาแพทย์มีความจำเป็นยิ่งต่อการประกอบวิชาชีพในอนาคต อาจารย์จิตเจริญได้นำเสนอประสบการณ์ตรงในการสอน นศพ.โดยให้ดูภาพยนตร์ที่สอดแทรกจริยธรรม สอนให้มีความอดทนต่อความยากลำบาก วิธีนี้ช่วยปรับทัศนคติของ นศพ.ต่อวิชาชีพให้ดีขึ้นได้ ซึ่งนักศึกษาสนใจและประทับใจกับเทคนิคการสอนวิธีนี้มาก

 

ส่วนสำคัญอีกส่วนหนึ่งได้แก่ วิธีการถอดบทเรียน ซึ่งประกอบด้วย

1)   BAR (Before action review) เป็นการวิเคราะห์สถานการณ์นำมาสู่ปัจจัยนำเข้า

2)   DAR (During action review) เป็นการดำเนินการให้เกิดการเรียนรู้ เป็นกระบวนการสู่ผลผลิต

3)   AAR (After action review) เป็นการติดตามดูผลลัพธ์ที่ได้ซึ่งได้แก่การเกิดความรู้ใหม่ หรือทักษะหลังการเรียนรู้ อาจติดตามดูได้ในหลายรูปแบบ ได้แก่ KUSAPDeVa (Knowledge : มีความรู้, Understand : มีความเข้าใจ, Skill : มีทักษะ ความถนัด และประสบการณ์, Attitude : มีทัศนคติที่ดี, Performance : มีการนำสู่การปฏิบัติหรือลงมือทำ, Development : มีการพัฒนา และ Value : มีคุณค่า)

ในส่วนขององค์กรแห่งการเรียนรู้นั้นการเชื่อมต่อเป็นเครือข่ายเป็นสิ่งจำเป็น ข้อจำกัดขององค์กรใหญ่ทำให้เครือข่ายอาจทำได้ยาก แต่สิ่งที่ทำได้ง่ายและมีความเป็นไปได้สูงคือการสร้างเครือข่ายระหว่างกลุ่มงานหรือหน่วยงานที่คล้ายคลึงกัน  เทคนิคการทำเป็นลูกโซ่ แล้วนำมาเชื่อมต่อกันจึงเป็นช่องทางที่เราอาจทำให้องค์กรแห่งการเรียนรู้เกิดได้กว้างขวางขึ้นในอนาคต

จะอย่างไรก็ดี ผู้เขียนใคร่ขอนำกรอบแนวคิดการจัดการความรู้ ที่สคส.กล่าวไว้มาเพิ่มเติมดังนี้

สคส.ได้เขียนกรอบแนวคิดการจัดการความรู้ ว่า มี 4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่

1)   กำหนดความรู้ที่จำเป็นสำหรับองค์การ

2)   การถ่ายทอดความรู้ที่จับต้องไม่ได้(tacit knowledge)เป็นความรู้ที่จับต้องได้(explicit knowledge) และจัดเก็บให้เป็นระบบ

3)   ส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยน(sharing) แบ่งปัน สร้างคุณค่าเพิ่ม(value creation)ของความรู้ให้ใหม่ๆ ทันสมัย และ

4)   ดำเนินการให้การจัดการความรู้เป็นส่วนหนึ่งของการนำยุทธศาสตร์สู่ความสำเร็จ

ผู้เขียนคิดว่าการนำกรอบแนวคิดนี้ร่วมไปกับความรู้จากท่านอ.จิตเจริญมาใช้จัดการความรู้ในทุกพันธกิจที่เราตั้งใจทำในตอนแรก น่าจะทำให้เราดึงประเด็นและดำเนินการได้ง่ายขึ้น

 

ผู้เขียนมองว่าโดยแนวคิดและหลักการพื้นฐานทั่วไปของ KM ไม่แตกต่างจากการพัฒนางานคุณภาพที่ผู้เขียนพอมีประสบการณ์เท่าใดนักในการตั้งเป้าหมาย หากจะต่างคงเป็นเรื่องของเทคนิคของกระบวนการ KM ที่ใช้วิธีการเสาะแสวงหาความรู้ในตัวคนทำงานเพื่อนำมาแก้ปัญหา พัฒนางาน และปฏิบัติภารกิจให้บรรลุ  งานด้าน KM จึงเกี่ยวข้องโดยตรงกับฝ่ายทรัพยากรบุคคล

และสักระยะหนึ่งผลลัพธ์ของการนำความรู้ที่ได้ไปใช้ หรือในส่วนของความรู้ที่แตกยอดจากการแสวงหาความรู้เพิ่มเติมหรือจากคำถามที่เกิดจากข้อสงสัยของผู้ฟังเองคงได้ แสดงผลและนำกลับมาเล่าสู่กันฟังได้

(ขอขอบพระคุณท่านอ.จิตเจริญ ไชยาคำ ผู้ให้ความอนุเคราะห์ความรู้และภาพถ่ายค่ะ ส่วนเนื้อหาที่เก็บมาได้ไม่สมบูรณ์ หลายท่านที่มีส่วนร่วมรับฟังคงช่วยกันต่อเติมได้ดี ขอบคุณค่ะ)