คุณเคยโกหกบ้างไหม
โกหกขาว โกหกดำ
เพื่อเอาตัวรอด
คุณเคยพูดไม่ครบบ้างไหม
พูดแล้วเก็บบางส่วนไว้ในใจ
เพื่อให้ใจรอด
ที่ผ่านมา ขอโทษนะคนดี
เพราะชวนให้คุณหลงเชื่อ
คุณจะให้อภัยฉันไหมนะ
เพราะบางทีมันอาจเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้คุยกันอีก
และก่อนที่ฉันจะเผลอไผล
โกหกตัวเองอีกต่อไป
คนดีคนนั้นคงโกรธไม่ลงหรอกครับ ขอเพียงไร้นามได้กลับมา จุดธูปไปหลายครั้ง หมดไปหลายดอก กว่าจะได้มา ไปไหนเสียนานครับ หลาย ๆ อย่างเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิงอย่างที่ไร้นามเคยทราบและรับรู้ หรือเฝ้าดูอยู่แต่ไม่บอกกัน
บาปอยู่ที่เจตนาค่ะ แม้ผลลัพธ์จะไม่เลยร้ายแต่ใจเราบอกสิ่งที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง ก็บาปค่ะแต่บาปนั้นตกกับคนรู้ (ขอเห็นต่างกับคุณบวรค่ะ)
หวังว่าคุณไร้นามจะกลับมาถาวรนะคะ เป็นแฟนคลับอยู่เหมือนกันค่ะ ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะ
"หลาย ๆ อย่างเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิงอย่างที่ไร้นามเคยทราบและรับรู้ หรือเฝ้าดูอยู่แต่ไม่บอกกัน"
มีอะไรเป็นอนิจจังบ้างล่ะ คุณชายขอบ
ต้นไม้เมื่อเติบใหญ่ย่อมต้องแผ่กิ่งก้าน ขยายพันธุ์ ลูกผลที่น่านิยมจึงเป็นความผาสุกของคนปลูกต้นไม้..เคยเห็นไม้ใหญ่ไหม...ทำไมโคนต้นต้องพันผ้าเหลืองจีวรบูชา...คุณชายขอบลองก้มดูซิ....มีชายผ้าเหลืองผูกไว้ที่โคนต้นกี่ผืน...และกี่บล็อกที่มีคนไปปิดทอง...
เป็นเรื่องดีใช่ไหม...ล่ะ....แล้วคนพรวนดิน...อย่าลืมพรวนเยอะๆนะ...เหงื่อออกเป็นสมการผกผันกับ "ใจเหงา" ไม่ใช่หรือ
ไร้นามขอน้อมรับความเมตตาจากท่านอาจารย์ บวร
ไม่บาปในสังคม แต่บาปในใจที่ขัดไม่ออก...ไร้นามเฝ้าคิดว่า ไร้นามควรทำอย่างไร...
ท่านอาจารย์พูดเหมือนจะให้ไร้นามดูที่เจตนา...ยามนี้ ...
แต่ยามหน้าหากค้นพบความจริง
ท่านอาจารย์จะเอาคมแฝก หรือว่าชอล์ก ปาหัวไร้นาม...มิอยากจะคาดคิด และมีอยากจะคาดเดาเลยจริงๆ
ประวัติของคนสร้างมาบนฐานความน่าเชื่อถือและประวัติศาสตร์ก็บอกความจริงที่ไม่เคยโกหก ซื่อสัตย์ สม่ำเสมอ
ไร้นามเป็นคนของประวัติศาสตร์ที่นี่...อย่างนั้นแน่ๆ ...ไร้นามจะหวังว่า ความเมตตาของอาจารย์จะยังแผ่คลุมให้ไร้นาม...ไปตลอด...ไม่ใช่การเอาเปรียบอาจารย์หรอกหรือ
เป็นความคึกคัก ฮึกเหิมในใจ พลันที่อ่านพบว่า คุณเมตตา ผู้เด็ดเดี่ยว ม้วนเดียวจบ คุณแม่ลูกสองที่วาดผ้าบาติกได้อย่างวิเศษทั้งครอบครัว
เอื้อนเอ่ยให้ปิติยินดี ว่าอ่านงานของไร้นาม...
น่าเสียดายที่อารมณ์ชั่ววูบครั้งหนึ่ง ลบทิ้งหมดทุกบันทึก...
บันทึกตามช่วงเวลา อารมณ์ แบบคนเจียมตัว...ดูมีค่าขึ้นอักโข...
บนผืนดินที่กันดาร...น้ำหนึ่งหยด ก็ทำให้ต้นไม้ร่าเริงได้...แม้ว่าต้นไม้นั้นจะเป็นแค่ต้นหญ้าวัชพืช....แต่ความร่าเริง...ก็เป็นตัวต้านอนุมูลอิสระ เฉกเช่นที่ต้นไม้ใหญ่มี...เช่นกัน...
"ต้นไม้เมื่อเติบใหญ่ย่อมต้องแผ่กิ่งก้าน ขยายพันธุ์ ออกผลที่น่านิยมจึงเป็นความผาสุกของคนปลูกต้นไม้..เคยเห็นไม้ใหญ่ไหม...ทำไมโคนต้นต้องพันผ้าเหลืองจีวรบูชา...คุณชายขอบลองก้มดูซิ....มีชายผ้าเหลืองผูกไว้ที่โคนต้นกี่ผืน...และกี่บล็อกที่มีคนไปปิดทอง...เป็นเรื่องดีใช่ไหม...ล่ะ....แล้วคนพรวนดิน...อย่าลืมพรวนเยอะๆนะ...เหงื่อออกเป็นสมการ ผกผันกับ "ใจเหงา" ไม่ใช่หรือ"
คัดลอกมาจากข้างต้น ของคุณไร้นาม อ่านแล้วอ่านอีก ลุ่มลึก มากค่ะ ขออนุญาตนำมาประยุกต์กับงานของตัวเองนะคะ
มาเยี่ยมไร้นามบ่อยๆ นะคุณ Bright Lily
(อ้อนเล็กๆ)
สวัสดีค่ะ มาจะเอ๋กันพอดี