หากยังจำกันได้ว่า บันทึกที่ผ่านมา "เจ้าบ่าว" ได้ชูนิ้ว ๒ นิ้วเอาไว้ ซึ่งหลายคนก็ต่างคาดเดากันต่าง ๆ นานาว่า เลข ๒ นั้น คืออะไร จนผมต้องเขียนกำกับเอาไว้ว่า ให้ผู้ปกครองโปรดวิจารณญาณก่อนให้บุตรหลานได้ชม

หากจำภาพนั้นไม่ได้ ผมจะรีเพลย์ภาพอย่างช้า ๆ ให้ท่านดูอีกรอบหนึ่ง ติ๊ก ติ๊ก ติ๊ก ภาพกำลังมาอย่างช้า ๆ

 

น้านนไง อะไรคือ เลข ๒ กันน้า ... คิดไม่ตกจริง ๆ

 

 

ข้าม Shot มาอีกรอบ ขณะนี้เจ้าบ่าวได้เดินผ่านประตูเงินในด่านแรกมาแล้ว และกำลังเฝ้ารอเพื่อได้มีโอกาสพบหน้าเจ้าสาวสักครั้ง เพื่อบอกความในใจอะไรบางอย่างให้กับเธอผู้เป็นดวงใจ (สังเกตสายตา สีหน้า ท่าทาง และริมฝีปากให้ดี ๆ ;)

 

 

 

 

เมื่อได้เวลาอันเป็นมงคลฤกษ์ ... เวลาที่รอคอยก็มาถึง ...

 

 

พิธีเจ้าบ่าวค้นหาและรับตัวเจ้าสาว ... เวลา ๐๙.๕๙ น.

 

 

คุณครูตูมตามเดินนำเจ้าบ่าวมายังห้องซ่อนตัวของเจ้าสาว แต่ปรากฎว่า ...

 

ยังเหลือ "ประตูทอง" อีกประตูที่เจ้าบ่าวจะต้องใช้กำลังภายในง้างออกมาให้ได้

เพื่อได้พบเธอผู้เป็นที่รัก ...

 

 

 

ว่าแล้ว เจ้าบ่าวจึง "ยื่นซองขาว" ให้กับคุณป้าคุณอาที่กั้นประตูทันที

 

จำได้ว่า การบรรยายในบันทึกของพี่ชายเจ้าสาวนั้น มันยากมาก ๆ ที่จะเข้ามาได้

 

แต่ ... โอ้ ... ไม่น่า ... ซองยังไม่ทันแตะมือผู้กั้น ...

ประตูก็เปิดออกมาอย่างง่ายดาย ;)

 

โอ้ ! หากไม่ใช่เหตุผลในเรื่องของความเอ็นดูที่มีต่อเจ้าบ่าว ก็คงจะเป็นว่า นึกว่าจะไม่มีใครมาขอซะแล้ว รอมาตั้ง ๓๐ ปีปู้นนนน กะว่าใครมาช่วงนี้จะได้รับโปรโมชั่น "ขอเจ้าสาว แล้วได้ข้าวสารไปอีก ๒ กระสอบ ฟรี !" อิ อิ

 

 

 

ความดีใจคงไม่มีใครเกินมากไปกว่า ผู้ซึ่งเลี้ยงดูเจ้าบ่าวและเจ้าสาวมากับมืออย่างแน่นอนครับ ;)

(ข้าวสารของเรา ๆ)

 

 

แล้วในที่สุด ...

 

เพลงในใจของทั้งสองคนก็ดังขึ้น

"หนึ่งความรักที่ฉันมี..หมดใจนี้ฉันให้เธอ จบแล้วการเดินทางอันโดดเดี่ยว"

 

 

การตามหาความรักของคนทั้งสองตลอดชั่วชีวิตของเขาและเธอ ... ก็สิ้นสุดลง ณ ปาย

 

 

 

นอกเหนือจากเจ้าสาวและเจ้าบ่าวแล้ว ยังมีช่างภาพทุกมือวาง อยู่รอบห้องเลย อิ อิ

นี่ถ้าเห็นภาพจริง ช่างภาพแต่ละคนจะทำตัวเป็น Wall Paper ;)

 

 

 

สงสัยว่า คุณครูตูมตาม แม่งานคนเก่งจะทำกลีบกุหลาบร่วง เป็นคำว่า "ฮัก & ผูกพัน" เน้อ ...

 

 

 

พิธีกร (คุณครูตูมตาม) กับ พิธีกรหญิงท่านหนึ่ง (เป็นคุณครูเหมือนกัน) แต่งกายด้วยชุดแบบไทยใหญ่ เริ่มดำเนินพิธีการต่อไป ...

 

 

 

พิธีสินสอดทองหมั้นจากขันหมาก ... เวลา ๑๐.๑๙ น.

 

 

ขันหมาก สินสอด ทองหมั้น และขนมอันเป็นมงคลสำหรับชีวิตคู่ เตรียมพร้อมแล้ว ...

 

 

 

เจ้าบ่าวนั่งยิ้ม อิ อิ ... ส่วนเจ้าสาวกำลังสงสัยเรื่องเลข ๒ อยู่ ;(

 

 

 

เอาล่ะ ได้ฤกษ์อันเป็นมงคลสำหรับการเปิดสินสอดทองหมั้นของฝ่ายเจ้าบ่าว (ว่าครบตามที่ตกลงกันไหม ข้าวสารคงอยู่หลังครัว) ... คุณครูตูมตาม ละไมค์มาเป็นผู้ตรวจสอบแทน (กะว่าถ้าไม่ครบ ก็จะยึดข้าวสารแทน)

 

 

 

เจ้าบ่าวก็จ้องดูด้วยความสงสัยในความครบถ้วน ส่วนเจ้าสาวดีใจที่ต้องเสียข้าวสารให้กับทางเจ้าบ่าว ๒ กระสอบ เพราะอุตส่าห์เตรียมไว้หลายปีแล้ว อิ อิ

 

 

 

ส่วนคุณแม่ของเจ้าสาวกำลังรอส่งแหวนทอง ส่วนพี่ชายของเจ้าสาว ... จับกล้อง ??? (ไป..ทำ..ไม กันคร้าบ คุณเอก)

 

 

เอาล่ะได้ฤกษ์สวมแหวนแล้วนะครับ ...

 

 

เจ้าบ่าวกราบคุณแม่อย่างงดงามที่สุด (ผมเชื่อว่า คุณแม่ปลาบปลื้มสุดใจที่เห็นลูกกำลังจะได้เป็นฝั่งเป็นฝาครับ)

 

"ความกตัญญูเป็นเครื่องหมายของคนดี" ... จะทำให้คนมีเจริญก้าวหน้าในทุก ๆ เรื่อง

 

 

 

เจ้าบ่าวรับแหวนทองจากคุณแม่มาถือไว้ด้วยมือข้างซ้าย ... เจ้าสาวนำมือซ้ายไปไหวข้างหลัง เพื่อแอบเช็ดเหงื่อที่ออกมาด้วยความตื้นเต้น

 

 

คุณครูตูมตาม ประกาศ "เจ้าบ่าวสวมแหวนให้กับเจ้าสาวได้"

 

 

 

 

"แหวนที่นิ้วนางข้างซ้าย" เป็นเครื่องหมายของการมีใครสักคนแล้วนะ ... (ช่างภาพสำรองอิจฉาบ่ะเฮ้ย)

 

 

 

หลังจากนั้น เจ้าสาวก็รับแหวนจากคุณแม่และพี่ชายเช่นกัน (พี่ชายที่รักน้องสาวที่สุดในโลก ตัวเองเลยไม่ยอมมี อิ อิ)

 

 

 

 

แล้วเจ้าสาวก็มอบแหวนอันเป็นที่รักให้กับคนที่ตนเองรักสุดหัวใจเช่นกัน ...

 

 

ขั้นตอนต่อมา ... เจ้าบ่าวจะสวมสร้อยคอทองคำให้กับเจ้าสาว ...

 

 

เจ้าบ่าวรับสร้อยคอทองคำจากคุณพ่อและคุณแม่ ...

 

 

 

เจ้าบ่าวรับสร้อยมาแกะขอ ...

 

 

 

แล้วโอบคอของเจ้าสาว (แต่ไม่ตีเข่า) ... เจ้าบ่าวบรรจงสวมสร้อยที่คอของเจ้าสาวอย่างนิ่มนวลที่สุด

 

 

เมื่อสวมแหวนและสวมสร้อยกันเรียบร้อยแล้ว ... เกิดเหตุการณ์สำคัญ คือ

คุณครูตูมตาม คุยไปคุยมา ถามประชาชีว่า "ใครอยากเห็นเจ้าบ่าวหอมเจ้าสาวบ้าง ให้ตบมือดัง ๆ"

เรียบร้อยสิท่านผู้ชมมมม ... เฮกันลั่นเลย

 

 

ตอนแรกเจ้าบ่าวยังยิ้ม ๆ นิ่งๆ สงวนท่าทีเอาไว้ก่อน แต่ด้วยเสียงเชียร์จึงอดรนทนไม่ไหว

 

ผมทนดูไม่ได้ ดูภาพเองแล้วกันครับ

 

 

น้านนนน ... ท่าทีขวยเขินจริง ๆ เจ้าบ่าวของเราเนี่ย ???  ส่วนเจ้าสาวเขากำลังหันหน้าให้กล้องอยู่ 555 แต่คิดว่า คงเปี่ยมด้วยความสุขครับ (เค้าอยากมีสักคนอ่ะ)

 

 

ยังไม่พอครับ เจ้าบ่าวของเรา ...

 

 

หอมครั้งแรกผ่านไปยังไม่หนำใจ ตามด้วยการหอมครั้งที่สอง

นี่ถ้าเป็นภาพเคลื่อนไหว เจ้าบ่าวจะหอมแบบคลึงหน้าเจ้าสาวอย่างนาน ;)

 

 

นี่ไงครับ ... การชู ๒ นิ้วของเจ้าบ่าว

หมายถึง ขอหอม ๒ ที นั่นเอง (งั้นคืนนี้ ๒ ๒ อะไรเนี่ย อดนะครับท่าน) อิ อิ

แหม ! แล้วก็ไม่บอกตั้งแต่แรก ทำให้ผมคิดมากไปหลายวัน

 

 

เมื่อเจ้าบ่าวหอมเจ้าสาวแบบคลึงแล้ว คุณครูตูมตาม ประกาศ "แล้วเจ้าสาวล่ะว่าไง" อิ อิ

 

 

ผมยืนยันด้วยเกียรติของลูกเสือสำรองครับว่า "ไม่ถึง มันไม่ถึงแน่ ๆ" จมูกโดนนิดหน่อย แต่ปากของเจ้าสาวไปไม่ถึงแก้มของเจ้าบ่าว

(สังเกตหน้าเจ้าบ่าวสิครับ ลุ้นระลึก ถึง/ไม่ถึง ถึง/ไม่ถึง เสียใจด้วยน้า ไม่ถึง อ่ะ เพราะตัวเองได้ไป ๒ แล้วนี่ รอบนี้ อด อด)

 

 

 

ไม่ว่าพิธีการจะผ่านไปกี่ขั้นตอน ระทึกใจแค่ไหน แต่ดูพี่ชายของเจ้าสาวสิครับ ...

ง่วนกับโทรศัพท์มือถืออย่างเดียว อิ อิ คนชอบ "ถอด" น่ะครับ งานมันเยอะ ;)

 

 

บันทึกนี้ อิ่มใจแล้วเนาะ ... แหม ! ลุ้นกันอย่างเดียวเลยนะครับ

แต่ยังไม่จบนะครับ ความรักของคนทั้งสองเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นเอง

โปรดติดตามชมบันทึกต่อไป

 

บุญรักษา ทุกท่านครับ ;)

 

 

--------------------------------------------------------------------------------------

 

บันทึกนี้ทำให้ได้ยินเพลง "สองกายหัวใจเดียว" ของ ปาน ธนพร จริง ๆ ครับ

 

ชื่อเพลง : สองกายหัวใจเดียว

ผู้ขับร้อง : ปาน ธนพร แวกประยูร

 

ฉันก็เหมือนเรือ
ลำหนึ่งน้อยที่ลอยมา
คลื่นลมได้พัดพาจนไม่รู้ทิศใด
เหมือนนกที่บินไปกลางฝนอันโปรายปราย

ร่มไม้ให้พักกายฉันไม่มี
แล้วเมื่อพบเธอก็ได้พบกำลังใจ
ส่งเรือให้ลอยไปยังจุดหมายที่ดี
นกที่หลงทาง ที่อ่อนล้ามาแรมปี
ได้พักซักนาทีที่ใจเธอ

หนึ่งความรักที่ฉันมี..หมดใจนี้ฉันให้เธอ
จบแล้วการเดินทางอันโดดเดี่ยว
จากวันนี้ทั้งสองกายเราจะใช้หัวใจเดียว
ต่อเติมความผูกพันที่เรามี
จะใช้ทุกนาทีเพื่อรักเธอ (จะเดินเคียงข้างกันตลอดไป)

ไม่ได้คิดเลยว่าชีวิตจะมีวัน
เป็นคนที่สำคัญ เป็นที่รักของใคร
รักที่แท้จริงมีความหมายมากเพียงใด
เพิ่งรู้และเข้าใจเมื่อรักเธอ

หนึ่งความรักที่ฉันมี..หมดใจนี้ฉันให้เธอ
จบแล้วการเดินทางอันโดดเดี่ยว
จากวันนี้ทั้งสองกายเราจะใช้หัวใจเดียว
ต่อเติมความผูกพันที่เรามี
จะใช้ทุกนาทีเพื่อรักเธอ (จะเดินเคียงข้างกันตลอดไป)

เธอคือฝันที่สวยงามในชีวิตที่ฉันเจอ
ตอบแทนเธอด้วยสัญญาว่ารักนี้จะมีเพียงเธอ

หนึ่งความรักที่ฉันมี..หมดใจนี้ฉันให้เธอ
จบแล้วการเดินทางอันโดดเดี่ยว
จากวันนี้ทั้งสองกายเราจะใช้หัวใจเดียว
ต่อเติมความผูกพันที่เรามี
จะใช้ทุกนาทีเพื่อรักเธอ ( จะเดินเคียงข้างกันตลอดไป )

จะรัก รักเธอ ทั้งหัวใจ สองคน สองกายหัวใจเดียว

 

 

แหล่งอ้างอิง : http://www.siamzone.com/music/thailyric/index.php?mode=view&artist=!!bbd2b920b8b9bec320e1c7a1bbc3d0c2d9c3&song=!!cacda7a1d2c2cbd1c7e3a8e0b4d5c2c7

ฟังเพลง : http://www.naronk.org/uboard/listen.php?&id=T115

 

 

--------------------------------------------------------------------------------------

 

บันทึกที่เกี่ยวข้องกับ "พิธีกิ๋นแขก แต่งงาน ล้านนา Contemporary"

 

บันทึกที่เกี่ยวข้องกับ "ตามหาความรัก ณ ปาย"