ฝึกจริยธรรม กระตุ้นให้นิสิตเรียนรู้การเปลี่ยนแปลงตนเองจากภายในด้วยจิตสำนึกของคนดี
ได้รับเกียรติจากคณบดีคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา อาจารย์เติมศักดิ์ สุขวิบูลย์ เชิญเป็นวิทยากรในหัวข้อ "จริยธรรมผู้นำ" ให้นิสิตนักศึกษา ฟังในวันพฤหัสบดี ที่ 16 ธันวาคม 2553
เนื่องจากผมยังไม่รู้จักและคุ้นเคยกับนิสิตที่จะเข้าร่วมฟัง แถมมีเวลาแค่ 3 ชั่วโมง อย่างไรก็ตามผมจะใช้เวลา 3 ชั่วโมงให้มีค่าที่สุด เพื่อทำให้นิสิตที่เข้าฟังได้รับประโยชน์ที่สุด และเป็นการเริ่มต้นในการจุดประกายให้นิสิตเหล่านี้เริ่มต้นเป็นผู้นำที่ดีของเพื่อนฝูงเพื่อเตรียมความพร้อมที่จะเป็นผู้นำและกำลังที่เข้มแข็งของประเทศชาติในอนาคต
ผมเตรียมเปิด blog นี้ไว้เพื่อให้นักศึกษาได้ทำการบ้านที่ผมมอบหมายให้ และให้ใช้ blog นี้เป็นเวทีในการสร้างผู้นำที่มีจริยธรรม ของประเทศชาติในอนาคต
เป็นเรื่องสำคัญมาก สังคมเราผู้นำขาดจริยธรรมกันมาก จึงต่ำทรุดลงเรื่อยๆ
สวัสดีครับ ท่านอาจารย์ ม.ล.ชาญโชติ
อาจารย์สบายดีนะครับ ผมแวะเข้ามาแสดงความชื่นชม เห็นหัวข้อที่อาจารย์บรรยายแล้ว รู้สึกตื้นตันใจครับที่สังคมไทยบ้านเรายังคงมีผู้ใหญ่ที่ดี ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้ และผมก็เชื่อว่ายังมีอีกมากแต่ส่วนใหญ่เป็นพลังเงียบที่ไม่ค่อยได้รับโอกาสเปิดสู่สังคมภายนอก
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมมีโอกาสได้ไปสนทนาธรรมกับหลวงตา ที่วัดบ้านอ้อ จ.อยุธยา หลวงตาเล่าให้ผมฟังว่า ท่านอุปการะเลี้ยงดูเด็กๆที่ขาดพ่อ-แม่ มาเป็นเวลานานแล้วจนถึงปัจจุบันท่านก็ยังรับอุปการะเด็กๆเหล่านี้อยู่ ท่านบอกว่าเด็กหลายคนเติบโตมีชีวิตจากข้าวก้นบาตรของหลวงตา แล้วไปได้ดิบได้ดี เป็นใหญ่เป็นโต มีตำแหน่งหน้าที่การงานที่ดี เด็กพวกนี้ส่วนใหญ่ไม่เคยลืมอดีตของตนเอง ไม่เคยลืมคำสอนของหลวงตา ทำงานอย่างมีจรรยาที่ดี มีศีลธรรมในการใช้ชีวิต อาจมีบ้างที่ลืมตัวนอกลู่นอกทางแต่หลวงตาก็บอกว่ามีส่วนน้อย "เราคงไม่สามารถทำให้ใครเป็นคนดีได้ทั้งหมด" ผมฟังหลวงตาเล่าก็รู้สึกปลาบปลื้ม ปีติ ครับและคิดว่าหากเราในฐานะเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา หากเรามีโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิต ได้พบเจอผู้บังคับบัญชา ผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีจิตใจเต็มไปด้วยคุณธรรม ก็ถือได้ว่าไม่เสียโอกาสในการได้เกิด และถือว่าเป็นมงคลอย่างหนึ่งในชีวิตนี้เลยก็ว่าได้
ขอชื่นชมท่านอาจารย์ในการทำหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ คนทั่วไปมีความเห็นอย่างไรผมไม่ทราบ บางคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่สำคัญ ใครๆก็รู้กันอยู่แล้ว ความจริงแล้วก็คือแค่รู้จักเท่านั้นครับ แต่น้อยคนนักที่จะรู้จริง รู้แจ้ง และรู้จบ ด้วยการลงมือปฏิบัติ ฝึกฝนด้วยตนเอง เท่านั้น
มีโอกาสผมจะแวะมาเยี่ยมชมแลกเปลี่ยนเรียนรู้อีกนะครับอาจารย์
ขอบคุณ คุณครูหยุย และคุณธนากรครับ ที่ให้ความสนใจ และแสดงความคิดเห็น โดยเฉพาะคุณธนกรณ์ ขอขอบคุณมากๆครับ ที่แสดงความชื่นชมผม ถือว่าเป็นน้ำทิพย์สำหรับผมครับ ความจริงเรื่องนี้ต้องยกให้เป็นความดีของ อาจารย์ มุขสุดา พูลสวัสดิ์ จากคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยเกษตร วิทยาเขตศรีราชา เจ้าของโครงการ ครับ ท่านเป็นผู้กำหนดหัวข้อ และติดต่อเชิญผมเป็นวิทยากร ใช้เวลาติดต่อกันหลายวันก่อนจะลงตัวครับ พรุ่งนี้ผมจะออกเดินทางจากกรุงเทพ ช่วงสายๆเพื่อไปบรรยาย ในตอนบ่าย ค่อนข้างหนักใจเพราะไม่ทราบ จำนวนและข้อมูลของผู้ที่จะเข้าฟังการบรรยาย อย่างไรก็ตามจะพยายอย่างเต็มที่เพื่อใช้เวลา 3 ชั่วโมงจุดประกายผู้เข้ารับฟังให้เกิดการตื่นตัวและเห็นความสำคัญ ตามที่ท่านเจ้าของโครงการ อาจารย์มุขสุดา คุณครูหยุย คุณธนกรณ์ ท่านคณบดี อาจารย์เติมศักดิ์ สุขวิบูลย์ และผม รวมถึงอีกหลายๆท่าน ได้ผลอย่างไรจะเรียนให้ทราบครับ
พบข้อความของคุณธนินท์ ในเวปไซด์ เลยนำมาให้อ่านครับ
ชาญโชติ
"ธนินท์"แนะจริยธรรมผู้นำ
เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ แนะผู้นำประเทศต้องมีคุณธรรม ควบคู่กับจริยธรรม
นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้กล่าวถึงจริยธรรมของผู้นำประเทศในสถานการณ์ปัจจุบัน ว่าต้องมีจริยธรรมควบคุมกับคุณธรรม และถ้าอยากให้บ้านเมืองสงบสุข ต้องมีความยุติธรรม พร้อมย้ำว่าสังคมจะต้องรู้จักการให้อภัยกัน เพื่ออยู่รวมกันอย่างสงบและสันติ นอกจากนี้จะต้องรู้จักตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ที่สำคัญพ่อแม่ผู้ปกครองต้องสอนลูกหลานให้รู้จักกตัญญู ปลูกฝังการทดแทนบุญคุณตั้งแต่ยังเด็ก และควนสอนให้รู้จักเสียเปรียบ อย่าเอาเปรียบผู้อื่น เพราะจะเป็นการสร้างศัตรู ที่สำคัญต้องรู้จักมองความดีของผู้อื่น อย่าดูถูกคนที่ด้อยกว่า และควรจะยกย่องเค้าด้วย เพราะจะทำให้คนรักและเคารพด้วยใจ อยู่ที่ไหนก็จะปลอดภัยซึ่งทั้งหมดจะนำมาสู่โอกาสในการเป็นผู้นำ
ส่วนการแก้ปัญหาภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันของรัฐบาล ยังมองว่ารัฐบาลมาผิดทางไม่เข้าใจปัญหาเพราะหากต้องการให้เศรษฐกิจและประเทศเดินหน้าจะต้องยึดหลัก 2 สูง คือให้ขึ้นเงินเดือนข้าราชการ และการเพิ่มราคาสินค้าเกษตร อย่าไปกดราคา ซึ่งเศรษฐกิจไทยในภาวะที่ผ่านความวุ่นวายมาแล้ว เชื่อว่าจะสามารถขยายตัวได้ดีกว่าที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้ เพราะมีปัจจัยบวกหลายเรื่อง ทั้งเรื่องของการส่งออก และการได้เปรียบดุลการค้า
Content by Voice TV
27 พฤษภาคม 2553 เวลา 19:03 น.
View 2199 : comment 0
ได้บรรยายให้นักศึกษาปี 4 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยเกษตร วิทยาเขตศรีราชา จำนวนประมาณ 40-50 คนส่วนมากเป็นนักศึกษาหญิง ในวันที่ 16 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา กำหนดการเริ่มเวลา 14.00-17.00 น ฝนตกหนักในเวลา 13.30 น จึงทำให้มีนักศึกษาจำนวน 8-10 คนสามารถมาเข้าห้องบรรยายได้ทันเวลา ส่วนที่เหลือทยอยกันมา นักศึกษาส่วนมากเรียนเรื่องจริยธรรมจาก อาจารย์มุขสุดา มาก่อนแล้ว มีเพียงไม่กี่คนที่ไม่ได้เรียนเรื่องจริยธรรมจากอาจารย์มุขสุดา
ผมแบ่งการบรรยายออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ
1.ให้ทำความเข้าใจว่า คน คือทรัพยากรมนุษย์ที่มีค่าที่สุดขององค์กร แต่ประเทศไทยไม่ได้ให้ความสำคัญกับคน ไม่เหมือนกับประเทศสิงคโปร์ หรือ อิสราเอล การพัฒนาคนต้องพัฒนาทั้งชีวิต โลกกับการเปลี่ยนแปลงในยุคต่างๆจนถึงยุคปัจจุบัน แนวคิดเรื่องทุนมนุษย์ และแนวคิดและทฤษฏีเพื่อการเรียนรู้ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้และประสบความสำเร็จ ของ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ กล่าวถึงความหมาย รู้-รัก-สามัคคี แนวคิด ก่อนเริ่มทำงานใดๆ และหลักการทำงาน ของพระเจ้าอยู่หัว หัวข้อนี้ได้มอบหมายให้นักศึกษาทำการบ้าน โดยให้แต่ละคน กำหนดงานที่จะทำให้เสร็จภายใน 7 วัน โดยยึดแนวคิด 4 ข้อของพระเจ้าอยู่หัว ได้แก่ ทำอะไร ทำอย่างไร ทำเพื่อใคร ทำแล้วได้อะไร ส่งการบ้านใน blog นี้
2.กล่าวถึง อุปนิสัย 7 ประการของผู้มีประสิทธิภาพสูง นักศึกษาแจ้งว่าเคยเรียนมาแล้ว จึงได้ให้ตัวแทนของแต่ละกลุ่มอธิบายกลุ่มละหนึ่งอุปนิสัย ปรากฎว่า เข้าใจแบบท่องจำแต่ยังไม่สามารถทำความเข้าใจแบบลึกซึ้ง จึงได้อธิบายและยกตัวอย่างเพิ่มเติมเพื่อให้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง และให้ซึมซับเป็นนิสัยประจำตัวของแต่ละคน หัวข้อนี้ให้แต่ละคนค้นหา ความเป็นตัวตนของแต่ละคน(ค้นหาอุปนิสัยที่หนึ่งของแต่ละคน) ให้ส่งการบ้านใน blog นี้เช่นกัน
3.ยกตัวอย่างคุณสมบัติของผู้นำที่มีชื่อเสียง สำหรับหัวข้อนี้ได้ให้การบ้านสองข้อ ได้แก่ เลือกผู้นำคนไทย 3 คน อธิบายลักษณะของผู้นำเหล่านั้น 3 เรื่องที่มีผลกระทบต่อประเทศไทย ให้กำหนดว่าตัวเองจะเป็นผู้นำแบบไหน
การบ้านทุกข้อให้ตอบทาง blog นี้
ผมปล่อยเวลาให้ล่วงมา 2 วันเพื่อดูว่าจะมีใครส่งการบ้าน หรือเข้ามาอ่าน blog นี้บ้าง แต่ผลที่ออกมาติดลบ จึงต้องหาสาเหตุว่าเป็นเพราะอะไร โดยผมยังไม่ด่วนสรุป เพราะเป็นไปได้ว่า เด็กจะมีการสอบในวันที่ 18-26 จึงต้องรอให้สอบเสร็จก่อนจึงจะหันมาทำการบ้าน
ขอโทษครับ ก่อนหน้านี้ลงเดือนผิด จริงๆต้องเป็นเดือน ธันวาคม ไม่ใช่เดือน พฤศจิกายนครับ
สวัสดีค่ะ ม.ล.ชาญโชติ
ดิฉันต้องขอขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งที่กรุณาจัดทำพื้นที่เพื่อเสนอข้อมูลข่าวสารดีถึงกัน พื้นที่ตรงนี้ที่ท่านกรุณาสร้าขึ้นดิฉันจะใช้ให้เป็นประโยนช์ต่อไปค่ะ จะเอาไปเผยแพร่ และให้มีกิจกรรมต่อเนื่องร่วมกับรายวิชาที่สอนค่ะ
ขอขอบพระคุณครูหยุย และคุณธนากรณ์ ใจสมานมิตร ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นและให้กำลังใจค่ะ
ก่อนหน้าที่ท่านม.ล.ชาญโชติ จะมาบรรยายในหัวข้อดังกล่าว ก็ให้งานนิสิตไปลงพื้นที่เพื่อสืบหาวัฒนธรรมไทยที่แทรกตัวอยู่ในเมืองใหญ่ที่ศิวิลัย เพื่อให้เขาได้สัมผัสกับวิถีชีวิตและเก็บเกี่ยวภูมิปัญญาของบรรพบุรุษเป็นทุนทางวัฒนธรรมของพวกเขาเยาวชนรุ่นใหม่ อนาคตและกำลังของชาติ พวกเขาจะเข้มแข็งและพัฒนาประเทศชาติไปในทางที่ถูกต้องและยั่งยืน เขาต้องรู้ภูมิหลังของประเทศตนเองให้ดีเสียก่อน จึงให้งานไปและจะนำเสนอในห้องเรียนหลังปีใหม่ นับว่าเป็นโอกาสที่ดีที่ท่าน ม.ล.ชาญโชติ เปิดพื้นที่ตรงนี้ขึ้น จึงขอถือโอกาสเป็นเวทีหนึ่งที่จะให้นิสิตได้เอาผลงานของเขามาเผยแพร่ต่อไป
อย่างไร ก็ขอความกรุณาเข้ามาติชม และให้กำลังใจกันด้วยนะคะ เพื่อเสริมสร้างเยาวชนของประเทศ ให้มีคุณธรรม จริยธรรม พร้อมด้วยความเก่งค่ะ เพราะกิจกรรมยังมีอีก 2 กิจกรรมที่กำลังดำเนินอยู่ค่ะ
ขอบพระคุณทุกท่านค่ะ ที่เมตตา กรุณา
มุขสุดา พูลสวัสดิ์
สวัสดีครับ อาจารย์มุขสุดา
วันที่ 18 และ วันที่ 19 ธันวาคม ผมได้ไปสังเกตการณ์ โครงการอบรม เส้นทางสู่ฝัน หรือ Recipe to Dream "What Ingredlients are needed to cook your dream" ของ ดร.เอกฤทธิ์ เลี้ยงพาณิชย์ ตลอดเวลาสองวันเต็ม ดร.เอกฤทธิ์ ได้ทุ่มเทความรู้ความสามารถอย่างเต็มที่เพื่อเป็นโค้ชให้กับผู้เข้าอบรมในการสร้างแผนที่ชีวิตเพื่อประสบความสำเร็จ เป็นโครงการณ์ที่ดีมากครับ ผู้เข้าอบรมได้เรียนรู้ความต้องการที่แท้จริงของแต่ละคนและวิธีการที่จะทำให้เข้าถึงความต้องการนั้นได้
ดร.เอกฤทธิ์ มีแผนชีวิตที่ประทับใจผมมาก ต้องการเป็นโค้ชให้กับเด็กในการสร้างแผนที่ชีวิตเพื่อประสบความสำเร็จ ดร.เอกฤทธิ์จัดโครงการที่กล่าวถึงมาถึงสองรุ่นแล้ว และมีโครงการที่จะจัดรุ่นที่สามในเดือน พฤษภาคม 2554 โครงการนี้เป็นโครงการฟรี เพราะต้องการให้เด็กทุกคนมีโอกาสได้เรียนรู้ ถือว่าเป็นงบสร้างกุศลของ ดร.เอกฤทธิ์ (5% ของรายจ่ายรวมของ ดร.เอกฤทธิ์ )
ผมอยากให้อาจารย์มุขสุดา พิจารณานำโครงการของ ดร.เอกฤทธิ์ ไปจัดให้กับลูกศิษย์ของอาจารย์ ติดต่อ ดร.เอกฤทธิ์ ได้ที่ e-mail address; [email protected] โทร 081-4324994 อย่างไรก็ตาม ผมจะติดต่อ ดร.เอกฤทธิ์ ให้เข้ามาแสดงความคิดเห็นและนำเสนอรายละเอียดโครงการของ ดร.เอกฤทธิ์ใน blog นี้ด้วยครับ
นับถือ
ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท
ขอบคุณครับหม่อมชาญโชติที่มาเป็นเกียตในการสัมมนาของผม และขอขอบพระคุณที่เป็นกระบอกเสียงเพื่อเผยแพร่สิ่งที่เป็นประโยชน์กับสาธารณชนครับ
เมื่อวานตอนจบ ผมเพิ่งเข้าใจจากสิ่งที่ผู้เข้าสัมมนากล่าวไว้ว่า ก่อนมาเข้าก็คิดว่าจะไม่มาเพราะคิดว่ามีธุรกิจแอบแฝง
ทำให้ผมเข้าใจเลยว่าทำใมประชาสัมพันธ์ตามมหาวิทยาลัยถึงได้ยากนัก ทั้งๆที่ไปให้ทำฟรีแท้ๆ
แต่ก็ดีใจครับที่ทุกคนเข้าใจและประทับเลยว่า สัมมนาคล้ายๆกันที่เก็บเงินเป็นหมื่นๆแต่มาที่นี่ฟรีจริงๆ
หากอาจารย์มุขสุดา เห็นว่าการที่ผมจะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการปรับทัศนคติและแนะนำวิธีการวางแผนชีวิตอย่างมีแบบแผน สามารถสร้างประโยชน์ให้กับนศ.ได้ ผมยินดีเข้าไปจัดสัมมนาให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆในการจัดครับ และยินดีที่จะได้ให้ข้อมูลในรายละเอียดหากมีความประสงค์ครับ
นับถือ
ดร.เอกฤทธิ์ เลี้ยงพาณิชย์
สังคมปัจจุบันนี้ น่าเป็นห่วง ขาดจริยธรรม หลอกลวงกันโดยไม่เลือกเวลา เลยทำให้คนดี ที่หวังทำประโยชน์ให้กับสังคมจริงๆทำงานยากขึ้น หลายๆคนถูกหลอกลวง และบอกต่อๆกันไป จนทำให้ไม่มีใครเชื่อใคร กลายเป็นของดีไม่มีฟรี ทำให้ผู้จัดเสียกำลังใจ และทำให้เด็กไทยขาดโอกาส
เวทีเป็นเรื่องสำคัญครับ คนดีๆที่มีความสามารถต้องการทำประโยชน์ให้กับสังคมด้วยความบริสุทธิใจมีเป็นจำนวนมากที่ไม่มีเวที ทำให้ขาดคนไทยขาดโอกาสทั้งผู้แสดงและผู้เข้าชม
ผมยินดีเป็นผู้ประสานงานเพื่อหาเวทีให้ ดร.เอกฤทธิ์ และขอฝากข่าวไปถึงสถาบันการศึกษาทุกแห่งโปรดพิจารณาด้วยครับ
สวัสดีค่ะ ม.ล.ชาญโชติ
ขอขอบพระคุณค่ะ ที่ยังเป็นห่วงและดูแลโครงการจริยธรรม ได้เข้าไปดูรายะเอียดของโครงการแล้วค่ะ
โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ กำหนดเส้นทางสู่ความฝัน Recipe To Dream “What ingredients are needed to cook your dream” วันที่ 18-19 ธันวคม 2553
วันที่ 18-26 เป็นสัปดาห์สอบมิดเทอมค่ะ นิสิตจึงไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ค่ะ โอกาสหน้า หรือมีโครงการดีดีเช่นนี้ และตรงกับวัน เวลว่างของนิสิต ดิฉันยินดีสนับสนุนโครงการค่ะ
สำหรับเรื่องที่ท่านฝากพิจารณานำโครงการของ ดร.เอกฤทธิ์ ไปจัดให้กับลูกศิษย์ นั้น ด้วยความยินดีและเป็นพระคุณอย่างยิ่งเลยค่ะ แล้วดิฉันจะหาวันเวลา และห้องอบรมที่เหมาะสม ทั้งดร.เอกฤทธิ์ และนิสิต ให้ตรงกัน แล้วจะติดต่อดร.เอกฤทธิ์ ภายหลังค่ะ
ด้วยความนับถือ
มุขสุดา พูลสวัสดิ์
สวัสดีปีใหม่ครับ
ผมพบหนังสือที่น่าสนใจและอยากแนะนำให้ทุกๆท่านหาซื้อและเก็บไว้อ่านในครอบครัวครับ หนังสือเล่มนี้ชื่อ "ฉลาด ......ได้อีก
เขียนโดย ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ "วิศวกรนาซ่า" ผู้เข้าถึงความรู้ใหม่ จะเปิดมุมมองชีวิตให้คุณรู้ว่า การใช้ชีวิตที่ "ชาญฉลาด" เขาทำอย่างไร ขอยกบางประโยคจากหนังสือมาให้อ่านเป็นตัวอย่างครับ
องค์กรแห่งการเรียน "รู้" คือ เรียนให้มีสติ ให้เจอผู้รู้ ให้ค้นหาความรู้ของตนเองให้เจอ
คนไทยเข้าใจผิด ไปตีความว่า "เรียนรู้" คือ ท่องจำ คิดให้เหมือนครู แต่จริงๆแล้วคือ เรียนเพื่อให้มีความรู้ ตัวรู้ที่ปรากฎเพื่อจะให้เราแฮ็กระบบตัวเอง
เมื่อผู้บริหารทั้งหลาย ห่างไกลพระธรรม ห่างบัณฑิต ทำให้พวกเขาใช้ชีวิตไหลไปกับกระแสกิเลส ขาดการสังเกต ขาดการยับยั้งชั่งใจ ฯลฯ
เป็นหนังสือของสำนักพิมพ์ DMG ราคาเล่มละ 195 บาท
สวัสดีปีใหม่ แด่ท่านอาจารย์มุขสุดา และนักศึกษา ทุกท่านครับ ขอให้ทุกๆท่านมีความสุขมากๆครับ ไม่ทราบว่าจะมีโอกาสได้อ่านการบ้านที่ให้ไว้หรือไม่ครับ ขอฝากข้อความที่ได้จากหนังสือ ของ ดร.วรภัทร์ เป็นของขวัญปีใหม่ แด่อาจารย์มุขสุดา และนักศึกษาทุกท่าน
“จริงๆแล้วความฉลาดมีสองแบบ คือ
1.ความฉลาดทางโลก
2.ความฉลาดทางธรรม
ความฉลาดทั้งสองด้านนี้จะเกื้อกูลกัน พูดถึงความฉลาดทางโลกเรียนให้ตาย เรียนอีกร้อยปีพันปี มันก็ไม่มีวันจบสิ้น ยุคนี้บอกเรียนเรื่องนี้ว่าดี ยุคโน้นบอกว่าเรื่องนี้ไม่ดี ยุคนี้บอกว่าเข้าท่ายุคต่อไปบอกว่าไม่เข้าท่า เรื่องทางโลกมันไม่แน่ไม่นอนหรอก
แต่ความฉลาดทางธรรม มันมีวันจบ เพราะจะไปจบตรงที่ “ตัวรู้” เมื่อรู้แล้วก็จะมี “วิชชา” เกิดขึ้น เมื่อมีตัววิชชาเกิดขึ้นตัวอวิชชาก็ดับลง ก็แค่นี้เอง พวกเราอาจจะเรียนรู้อะไรมามากมาย จบปริญญาตรี โท เอก ได้รับใบประกาศหลายใบ
แต่ความรู้เหล่านี้ มันทำให้เราอยู่แค่ในกรอบ ไม่มีวันที่จะรู้หรือฉลาดได้มากไปกว่านี้ ยังทำให้หลงในอวิชชา สร้างเวร สร้างกรรม ให้ตนเองและผู้อื่นต่อไป
สำหรับหนังสือเล่มนี้ ผมจึงอยากให้ทุกคนกลับมาศึกษาความฉลาดที่เรายังไม่ได้ใช้ หันกลับมาศึกษาเรื่องภายในตัวเราทั้งหมด ซึ่งคุณจะพบว่า ขุมปัญญาอันยิ่งใหญ่ของมวลมนุษย์ไม่ได้อยู่ภายนอกเลยแต่กลับอยู่ในตัวเรานี่เอง
สวัสดีครับ เข้ามาเยี่ยมชมครับ ขอบพระคุณมากครับ จากชาวTalented NIA
สวัสดี คุณ หม่อมหลวง ชาญโชติ ค่ะ ดิฉันเป็นนิสิตจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และได้มีโอกาสเข้าร่วมฟังบรรยายค่ะ ขอโทษแทนเพื่อน ๆ ทุกคนด้วยค่ะที่ยังไม่ได้เข้ามาตอบคำถามเนื่องจากยังไม่มีการรู้เวปที่แน่ชัด แต่อาจารย์มุขสุดาได้ให้เวปกับเพื่อนภายในห้องแล้วค่ะ คาดว่าคงจะมีการทยอยมาเรื่อย ๆ นะคะ
1.ให้ทำความเข้าใจว่า คน คือทรัพยากรมนุษย์ที่มีค่าที่สุดขององค์กร แต่ประเทศไทยไม่ได้ให้ความสำคัญกับคน ไม่เหมือนกับประเทศสิงคโปร์ หรือ อิสราเอล การพัฒนาคนต้องพัฒนาทั้งชีวิต โลกกับการเปลี่ยนแปลงในยุคต่างๆจนถึงยุคปัจจุบัน แนวคิดเรื่องทุนมนุษย์ และแนวคิดและทฤษฏีเพื่อการเรียนรู้ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้และประสบความสำเร็จ ของ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ กล่าวถึงความหมาย รู้-รัก-สามัคคี แนวคิด ก่อนเริ่มทำงานใดๆ และหลักการทำงาน ของพระเจ้าอยู่หัว หัวข้อนี้ได้มอบหมายให้นักศึกษาทำการบ้าน โดยให้แต่ละคน กำหนดงานที่จะทำให้เสร็จภายใน 7 วัน โดยยึดแนวคิด 4 ข้อของพระเจ้าอยู่หัว ได้แก่ ทำอะไร ทำอย่างไร ทำเพื่อใคร ทำแล้วได้อะไร ส่งการบ้านใน blog นี้
ตอบ: ทำอะไร คือทำงานที่ค้างคาให้เสร็จก่อนที่จะไปงานบอลลูนนานาชาติค่ะ
ทำอย่างไร ตรวจสอบวิชาที่ค้างไว้ว่าวิชาไหนที่มีกำหนดส่งเร็ว ๆ นี้บ้าง แล้วหาว่าหากกลับมางานจะเสร็จทันหรือไม่ หากไม่ทันก็ลิสต์รายชื่อแยกออกมา พร้อมกับเริ่มทำซึ่งมีเวลาเหลือประมาณสี่วันก่อนจะไปทำงานบอลลูน หลังจากนั้นดูว่าหากวิชาไหนที่ต้องใช้ความคิดมากพอสมควรก็จะเลือกทำในเวลาดึก เนื่องจากตอนกลางวันใต้หอพักกำลังซ่อมอาคาร ซึ่งเป็นเสียงรบกวนทำให้งานอาจออกมาไม่ดีก็ได้
ทำเพื่อใคร ทำเพื่อตัวเองคือเป็นการรับผิดรอบในส่วนงานที่ทำ เพื่อกลุ่ม คือมีงานกลุ่มบางวิชาที่ต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบในการทำงานชิ้นนั้น หากเราทำงานในส่วนนี้ไม่ดี ก็อาจทำให้งานกลุ่มนั้นไม่มีความเรียบร้อย และไม่ประสบความสำเร็จ
ทำแล้วได้อะไร ได้ความภูมิใจว่าสามารถทำหน้าที่ที่เรามีได้ครบถ้วน ซึ่งแสดงถึงความรับผิดชอบและตั้งใจที่จะทำ นอกจากนี้ยังถือเป็นการช่วยเหลืองานกลุ่มอีกด้วย
2.กล่าว ถึง อุปนิสัย 7 ประการของผู้มีประสิทธิภาพสูง นักศึกษาแจ้งว่าเคยเรียนมาแล้ว จึงได้ให้ตัวแทนของแต่ละกลุ่มอธิบายกลุ่มละหนึ่งอุปนิสัย ปรากฎว่า เข้าใจแบบท่องจำแต่ยังไม่สามารถทำความเข้าใจแบบลึกซึ้ง จึงได้อธิบายและยกตัวอย่างเพิ่มเติมเพื่อให้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง และให้ซึมซับเป็นนิสัยประจำตัวของแต่ละคน หัวข้อนี้ให้แต่ละคนค้นหา ความเป็นตัวตนของแต่ละคน(ค้นหาอุปนิสัยที่หนึ่งของแต่ละคน) ให้ส่งการบ้านใน blog นี้เช่นกัน
ตอบ : ใน 7 อุปนิสัยชอบเรื่องลับเลื่อยให้คมอยู่เสมอค่ะ ซึ่งในตอนนี้ชายคนนึงได้รับคำสั่งให้ตัดต้นไม้ แต่เนื่องด้วยจำนวนของต้นไม้มีมากและเวลาที่ไม่มากนัก ซึ่งอาจทำให้การตัดต้นไม้ที่เขาได้รับให้ทำนั้นอาจไม่ประสบความสำเร็จ แต่ถ้าเขานำเลื่อยที่มีอยู่มาลับให้คม เขาก็จะสามารถตัดต้นไม้ได้เสร็จภายในเวลาที่กำหนดได้ ซึ่งเหตุผลที่เลือกข้อนี้เพราะว่า ชีวิตเรานั้นอาจจะต้องเจอปัญหาที่มีความหนักบ้าง เบามาก เข้ามาวนเวียนอยู่ในชีวิตประจำวันเราทุกคน อาจจะเข้ามาสร้างให้เรามีความทุกข์บ้าง ท้อแท้บ้าง เหนื่อยบ้าง แต่ถ้าเราหมั่นลับเลื่อยให้คมอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไรเราก็สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที ซึ่งการลับเลื่อยให้คมอยู่เสมอนั้นอาจเป็นสิ่งที่เราทำอยู่เป็นปัจจุบัน เช่น การอ่านหนังสือ ออกกำลังกาย การทำงานอดิเรกที่เราชอบ เป็นต้น แค่นี้ก็ถือว่าเป็นการเตรียมตัวให้พร้อมทุกสถานการณ์ได้ค่ะ
3.ยกตัวอย่างคุณสมบัติของผู้นำที่มีชื่อเสียง สำหรับหัวข้อนี้ได้ให้การบ้านสองข้อ ได้แก่ เลือกผู้นำคนไทย 3 คน อธิบายลักษณะของผู้นำเหล่านั้น 3 เรื่องที่มีผลกระทบต่อประเทศไทย ให้กำหนดว่าตัวเองจะเป็นผู้นำแบบไหน
ตอบ : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ชอบทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงค่ะ ซึ่งท่านสอนให้คนรู้จักพอเพียง ไม่ฟุ้งเฟ้อมากไป และไม่ประหยัดมากเกินไป เราก็จะสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุขโดยที่ไม่ต้องเบียดเบียนใคร
รัชกาลที่ 5 พระองค์เป็นผู้บุกเบิกนำประเทศเข้าสู่ความเจริญทัดเทียมเท่ากับประเทศอื่น ๆ ทำให้ต่างชาติไม่ได้มองว่าประเทศเราเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนต่อไป แล้วทรงริเริ่มการสร้างถนน เส้นทางเดินรถ การแต่งกาย โรงเรียน ซึ่งเป็นต้นกำเนิดพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกกลับมาจนถึงปัจจุบัน
นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน นายกอภิสิทธิ์ ด้วยวัยและวุฒิภาวะทำให้ค่อนข้างเสียเปรียบกว่าคนอื่น ๆ แต่ดิฉันชอบตรงวาทศิลป์ในการตอบปัญหาต่าง ๆ ผ่านทางสื่อ ซึ่งถือเป็นคำพูดที่น่าเชื่อถือ ฟังแล้วประทับใจ ถึงแม้พรรคจะถูกโจมตีจากฝ่ายค้านตลอด แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ประทับใจคือ ความอดทนค่ะ อดทนในการเป็นผู้นำประเทศ ท่ามกลางการถูกประนามโจมตี
หากคิดว่าได้เป็นผู้นำแล้ว อยากจะเป็นผู้นำที่ดีก่อนค่ะ ดีในที่นี้คือเป็นแบบอบ่างที่ดี ไม่ว่าจะเป็นทั้งการประพฤติตัวปฏิบัติทั้งคำพูด การกระทำ หรือความคิดค่ะ เพราะหากเราคิดว่าเราเป็นคนที่ดีได้แล้ว ก็ย่อมเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกน้อง ให้พวกเขาเชื่อถือและยอมรับเชื่อฟังเราค่ะ
นางสาวนริศรา แซ่พัว ID.50205442 R05
สวัสดีครับ คุณนริศรา การนำเสนอของคุณดีมากครับ ทำให้ผมสรุปได้ว่า
1.คุณเป็นผู้ที่เอาใจใส่ในการเรียนรู้และมีความรับผิดชอบสูง
2.เป็นผู้ที่มีเหตุผล
3.เป็นผู้นำที่ดี
4.เป็นผู้ที่มีทุนมนุษย์สูง
เชื่อมั่นว่าคุณจะกำลังที่เข้มแข็งในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติในอนาคต
ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท
สวัสดีค่ะ ท่าน ม.ล.ชาญโชติ ดิฉัน นางสาว สราบุษ แก่นจันทร์ ที่ตอบคำถามของท่านว่าความรู้กับปัญญาแตกต่างกันอย่างไรด้วยมะเขือเทศนะค่ะ หวังว่าท่านจะจำได้ ดีฉันแวะมาตอบคำถามของท่านหลังจากที่ใช้เวลาคิดซะนานก็ขอสรุปสั้นๆแต่ได้ใจความนะค่ะ
1.วิธีคิดสี่แนวของพระเจ้าอยู่หัว
ทำอะไร
ดิฉันชอบที่จะนั่งจดสิ่งที่ต้องทำในวันพรุ่งนี้ว่ามีอะไรต้องทำและมีลิมิตที่จะทำให้เสร็จแค่ส่วนไหนเพื่อที่จะไม่โหมจนเกินไป และจะทำต่อเมื่อไรเพื่อให้เสร็จทันเวลาทั้งงานที่มหาวิทยาลัยและที่บ้าน
สรุป เรียงลำดับงานที่ต้องทำ
ทำอย่างไร
ดิฉันจะเริ่มทำตามแผนที่คิดและจดไว้แล้วแต่ถ้าคลาดเคลื่อนก็จะกลับไปข้อหนึ่งเพื่อปรับแผนทันที
สรุป ทำตามแผน และปรับเปลี่ยนเมื่อคลาดเคลื่อน
ทำเพื่อใคร
อยู่ที่ว่างานนั้นมีสาเหตุใดต้องทำ ถ้าเป้นการเรียนก็เพื่อคะแนนที่สวยงาม ถูกต้อง และโดนติน้อยที่สุดนำมาสู่เกรดสวยที่สุด แต่ถ้างานบ้านก็เพื่อความสะอาดเรียบร้อยเป็นระเบียบ
สรุป เพื่อชีวิตที่ดี ประสบความสำเร็จ
ทำแล้วได้อะไร
อย่างแรก ความสบายใจคนที่ทำงานเสร้จแบบเป็นstepมันจะไม่โหม ไม่กังวล งานเรียบร้อย เสร็จทันเวลา อีกอย่างมันฝึกให้เรารู้ว่าการลำบากเดินขึ้นเขาสุดท้ายก็เจอธรรมชาติที่สวยงาม
ข้อ สองผู้นำสามคน อธิบายคุณลักษณะของผู้นำเหล่านั้นในเรื่องที่มีผลกระทบต่อประเทศไทย
คนที่หนึ่ง คือ พระเจ้าอยู่หัว
ท่านมีคุณลักษณะที่เป็นนักคิดที่สำคัญคือทำด้วยไม่ได้คิดอย่างเดียว อุปนิสัยนี้มีผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างเห็นได้ชัดคือ คนไทยมีคำว่าพอเพียงเอาไว้ใช้เวลาตัวเองกินเกินตัว ใช้เกินตัว แต่ก็ได้แต่พูดกัน บอกเขาแต่ไม่บอกตัวเอง
คนที่สองคือ ท่าน ว.วชิระเมธี
ท่านมีอุปนิสัยพูดตรงโดยได้สร้างสรรค์ธรรมะที่ตรงกับคนสมัยนี้ เช่นคำที่ท่านกล่าวว่า คนฉลาดชอบแกล้งโง่ แต่คนโง่ชอบแสร้งว่าฉลาดและเรียนรู้ที่จะโง่ ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนั้นพอฟังใครเขาเล่าอะไรมาหน่อยก็ตีโพยตีพายยังไม่ได้คิดเลยมีผลกระทบกับคนไทยที่ว่าถ้ามีใครสักคนที่กำลังเป็นคนที่ไม่รู้รู้ว่าตนเองอวดฉลาดแล้วฟังท่านว. วชิเมธีสักนิดสังคมไทยคงไม่ต้องมีวันระลึกผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ต่างที่เราพูดกันอยู่ว่าทำเพื่อบ้านเมือง
คนที่สาม คือ มารดา ของดิฉันเอง อุปนิสัยของท่านคือการจะเปลี่ยนให้เป้นคนดี เราต้องดีก่อน แม่ไม่ดีลูกจะดีได้อย่างไร ด้วยอุปนิสัยแบบนี้มันมีผลต่อประเทศไทยคือถ้าแม่ทุกคนเป็นแบบนี้เยาวชนไทยอนาคตของชาติจะไม่อ่อนแอ ลุ่มหลงดาราหรือชอบทำตัวไร้สาระไปวันๆหรือมีแม่แต่ปัญหาทำแท้ง
ค่ะดิฉันข้อตอบต่อนะค่ะ
ดิฉันจะเป็นผู้นำแบบไหนดิฉันคงเป็นนักคิดแล้วต้องทำอย่างนายหลวงโดยตนเองต้องทดลองที่จะทำด้วยตนเองก่อนและอยู่ภายใต้สิ่งที่ผู้อื่นสามารถที่จะยอมรับและรู้สึกขัดแย้งน้อยที่สุด
3.อุปนิสัย ใน7ประการิอุปนิสัยที่เป็นที่หนึ่งของดิฉันคือ คือเริ่มต้นด้วยจุดมุ่งหมายในใจ เพราะดิฉันจะทำอะไรต้องคิดและมีการจดบันทึกเรียงลำดับว่าจะเริ่มตนด้วยสิ่งไหนโดยตั้งจุดมุ่งหมายในใจไว้ก่อนแล้ว
สุดท้ายนี้ดิฉันขอกล่าวสวัสดีปีใหม่ท่านนะค่ะ ถึงจะสายไปหน่อยดิฉันต้องขอกราบขอโทษด้วย และหากดิฉันตอบคำถามไม่ตรงประเด็นหรือใช่ถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมดิฉันต้องขออภัยมากอาจด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการฃ
ด้วยความเคารพอย่างสูง
นางสาว สราบุษ แก่นจันทร์
คณะวิทยาการจัดการ สาขาการจัดการโรงแรมและท่องเที่ยว
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา
สวัสดีครับ คุณสราบุษ
ผมจำคุณสราบุษได้ครับ ได้อ่านข้อความของคุณแล้วชื่นใจครับ ผมเชื่อว่าเยาวชนไทยส่วนมากเป็นเด็กดี มีความคิดและฉลาด หลายๆคนมีจิตสำนึกที่ดี แต่หลายๆคนขาดโอกาส ต้องช่วยกันหาเวที ให้ผู้ใหญ่และเยาวชนทำกิจกรรมร่วมกัน ผู้ใหญ่ต้องเปลี่ยนแนวความคิดจากการเป็นผู้สั่ง ให้เป็นผู้ฟังที่ดี ปล่อยโอกาสให้เยาวชนได้แสดงความคิดเห็น และให้การสนับสนุนให้เยาวชนทำกิจกรรมดีๆให้กับสังคม ต้องพยายามลดช่องว่างระหว่างผู้ใหญ่และเยาวชนให้ได้ สถาบันการศึกษาและสถาบันครอบครัวต้องไปด้วยกันเพราะทั้ง 2 สถาบันต่างมีความสำคัญต่อการสร้างและพัฒนาเยาวชนของชาติให้เป็นกำลังที่เข้มแข็งของชาติในอนาคต คุณโชคดีที่มีทั้งคุณแม่และคุณครู อาจารย์มุขสุดา คอยให้การอบรมสั่งสอนและเป็นตัวอย่างที่ดี ขอแสดงความยินดีด้วยครับ
ขอให้มีความสุขและเป็นกำลังที่เข้มแข็งให้กับสังคมและประเทศชาติครับ
ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท
สวัสดีค่ะ ม.ล.ชาญโชติ
ดิฉันเป็นนิสิตคนหนึ่งที่ได้เข้าฟังอบรมที่ ม.ล. ชาญโชติมาบรรยายคะและรู้สึกเห็นด้วยกับอาจารย์เป็นอย่างมากคะ
การที่จะทำให้ประเทศเจริญไม่ใช่แค่การเจริญทางวัตถุเท่านั้นแต่ต้องมีการพัฒนาที่จิตใจด้วยคะจึงจะเป็น
ดิฉันจะตอบคำถามดังนี้คะ
1.ทำอะไร ทำอย่างไร ทำเพื่อใคร ทำแล้วได้อะไร
ตอบ การที่เราจะรู้ว่าเราทำอะไรอยู่นั้นเราต้องมีสติตลอดเวลาคะว่าเรากำลังทำอะไรอยู่เช่นขณะที่เราขับรถอยู่เราต้องตั้งใจขับรถไม่ใช่เล่นบีบีไปด้วยซึ่งการทำแบบนั้นอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุแบบข่าวใหญ่ที่เกิดขึ้นได้คะ เพราะว่าการรู้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ดีต่อตัวเราเองและคนอื่นด้วยคะ
ทำอย่างไรคือการที่เรารู้ว่าเราจะต้องทำอย่างไรให้สิ่งที่เราคาดหวังสำเร็จ เราต้องมีเป้าหมายและไล่ตามความฝันนั้นคะ เช่น การตั้งใจเรียน อ่านหนังสือทบทวน การค้นคว้าข้อมูล ถ้าสิ่งที่เราต้องการคือคะแนนที่ดี และถ้าต้องการเป็นคนที่ดีของสังคม เราก็อาจต้องรู้จักช่วยเหลือคนอื่นช่วยเหลือสังคม และไม่คดโกงคนอื่น เป็นต้น
ทำเพื่อใคร ก็คือว่าสิ่งที่เราทำนั้นจะหวังให้ใครดีใจละ เพื่อความสุขของตัวเอง หือการทำเพื่อสังคมก็แล้วแต่คนคะ ดูอย่างนักการเมืองบางคนที่ทำเพื่อตัวเองแต่ไม่เห็นแก่บ้านเมือง ทำให้บ้านเมืองเป็นแบบนี้แหละคะ เพราะว่าคนแบบนี้มีมากกว่าคนที่ทำเพื่อสังคมหรือประเทศไทยคะ
ทำแล้วได้อะไรคือผลประโยชน์ที่เราต้องการรับจากการที่เราได้ทำไป
2.อุปนิสัย 7 ประการของผู้มีประสิทธิภาพสูง
ตอบ ดิฉันเคยอ่านหนังสือเล่มนี้นานแล้วคะและมีความเห็นว่าอุปนิสัยทั้ง7เป็นหนังสือที่อ่านแล้วดีมากคะแต่ในความคิดเห็นของดิฉันอุปนิสัยทั้ง7ช่วยทำให้ชีวิตเราเป็นระเบียบมากขึ้น แต่ไม่ได้ช่วยให้เรามีจริยธรรมผู้นำคะ
3.ยกตัวอย่างคุณสมบัติของผู้นำที่มีชื่อเสียง ให้กำหนดว่าตัวเองจะเป็นผู้นำแบบไหน
ตอบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวคะเป็นแบบอย่างที่ดีหลายด้านไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเสียสละ ความเป็นผู้นำ
การเอาใจใส่ประชาชน เห็นความทุกข์ของประชาชน ท่านพูดสิ่งใดท่านก็ทำสิ่งนั้น (การกระทำดังกว่าคำพูด) ดิฉันคิดว่าท่านเป็นแบบอย่างของหัวหน้าที่คนไทย นักการเมือง ควรเอาอย่างเป็นอย่างมากท่านเสียสละ ท่านถ่อมตน ท่านเอาใจใส่ประชาชนฯลฯ
อยากเป็นผู้นำแบบไหน อยากเป็นผู้นำที่เสียสละ รักลูกน้อง ยุติธรรม ซื่อสัตย์ ไม่คดโกง ไม่คอรัปชั่น เห็นประโยชน์ของส่วนรวม และการคนดีของประทศ(แม้ว่าคนดีส่วนมากจะตายก็ตาม)
นางสาว รัตนาวดี ธาราพระคุณ 50205830 R05