ผมเรียกรถเเท้กซี่ ยาวจากศาลายาไปสถานีนครชัยแอร์ หมอชิต คราวนี้ตั้งใจเดินทางด้วยรถ เพราะไม่ได้รีบร้อนอะไร เเต่ที่กังวลลึกๆคือ นอนบนรถทัวร์มักนอนไม่หลับ นั่งคุยกับคนขับรถเเท้กซี่จนเพลิน ลงสะพานพระราม ๕ รถติดพอสมควรสำหรับเย็นวันนี้...

ถึงสถานีนครชัยเแอร์...ราวหนึ่งทุ่ม ถือว่ามาก่อนเวลาสองสามชั่วโมงเลยทีเดียว เเต่มาก่อนก็ดีคือไม่ต้องรีบรนมากนัก นั่งใช้เวลาอ่านหนังสือ ดูผู้คน ใช้ internet หากเมื่อยมากๆว่าจะนั่งนวดรอขึ้นรถ(อะไรจะขนาดนั้น) เเต่ไม่ได้นวดเพราะมัวเเต่เพลินกับการอ่านหนังสือ จนเวลาล่วงไปจนถึงพนักงานเรียกขึ้นรถ

สถานีนครชัยแอร์ บริการดี ข้างในสถานี renovation ใหม่หมด ระบบบริการน่าชื่นชมกับการนำร่องเพื่อคุณภาพผู้บริโภคอย่างเรา ผมคิดว่า เขาจับหัวใจของงานบริการได้ คือ ผู้บริการล้วนต้องการ VIP ดังนั้นงานบริการที่ตอบรับความพึงพอใจได้ ถือว่าเป็นเลิศ เมื่อเทียบกับรถสวยๆของ บริษัทอื่นๆ ที่สวยเเต่รูป เวลาไปใช้บริการเราก็มักผิดหวังเสมอๆ

เรื่องราวอันละเอียดอ่อนที่ผมเจอคือ การปลุกผู้โดยสารหากถึงเวลา(ในขณะที่ผู้โดยสารหลับไหล) นครชัยแอร์จะใช้วิธีการเปิดเพลงเบาๆ เพราะๆ นำก่อนสักพักใหญ่ ค่อยๆเพิ่มความสว่างของไฟในรถ ผู้โดยสารก็ตื่นอย่างมีความสุข 

เคยเจอรถบางคัน เขาเปิดเพลงกรอกหูเสียงดัง เปิดไฟสว่างจ้าในทันที ผู้โดยสารที่หลับไม่ทันได้ปรับท่า(ที่กำลังอยู่ในอิริยาบถส่วนตัว) ผมยุ่งเป็นกระเซิง หน้าตามันแผล็บ บางคนตกใจ ใจสั่น กับลีลาการปลุกที่ฉับพลัน เเบบนี้ผมว่าใช้ไม่ได้

ผมขึ้นรถราวสามทุ่มครึ่ง...เบาะนั่งสบายดีทีเดียวครับ สามารถปรับหมอนหนุนตรงลำคอได้ ให้กระชับเวลานอนพิง เสียงเพลงเบาๆ บรรยากาศสุนทรียะใช้ได้ครับ คนในรถล้วนเป็นหนุ่มสาว มุ่งหน้าสู่เชียงใหม่...

ผมมักนอนไม่หลับ...ครั้งนี้ก็หลับเเบบ "หลับนก" คือ หลับแป้บๆ ก็ตื่น โดยความไม่ชินของการนั่งรถที่ปวดเมื่อย รถสั่น (น่าจะเกิดจากนั่งตรงที่นั่ง ๖เอ ที่ตรงกับล้อรถด้วย) ถึงเชียงใหม่ราว ๖ โมงเช้า โทรศัพท์เเจ้ง อ.Was เพื่อนัดหมายนั่งพูดคุยประสามิตรภาพ พร้อมกับคุยเรื่องงานก่อนที่ผมจะเดินทางกลับปายต่อหลังจากนั้น

อ.เสือผู้อารี มารับผมที่สถานีขนส่งอาเขต ราว ๘ โมงเช้า คงเห็นสภาพผมที่แบกกระเป๋าหลายลูก ทั้งลากแและเเบก ส่วนหนึ่งคือ กล้องกับคอมพิวเตอร์ที่ต้องติดตัว มีกระเป๋าลากอีก พะรุงพะรังน่าดู ...จัดการฝากกระเป๋า ก่อนนั่งรถไปหาที่หลบมุมคุยกัน

เรานั่งคุยกันที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง...บรรยากาศเป็นกันเอง เพราะเข้าใจว่า อ.เสือ เป็นลูกค้าประจำที่นี่

ผมคุยกับ อ.เสือ เรื่องเกี่ยวกับ งานที่ผมต้องมาเป็นวิทยากรปัจฉิมนิเทศ "วิชาสุดท้ายที่ มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน" ให้กับว่าที่ครู กว่า ๕๐๐ ชีวิตที่ภาคเหนือ ทั้งเเนวคิด กระบวนการ ผมให้ความสำคัญเรื่องนี้มาก คิดกับตัวเองว่า ผมจะมีอะไรที่จะถ่ายทอดให้ว่าที่คุณครูเหล่านั้น ที่พอจะเป็นประโยชน์กับชีวิตเขา เเละเป็นเเรงบันดาลในการทำงานได้ เเน่นอนว่าหากผมมองชีวิตผม ก็เป็นชีวิตที่ต่อสู้ ในมุมของผม...พยายามออกแบบว่าจะพูดกันกันในเรื่องราวอย่างไรดี เเต่ที่เเน่ๆ ก็มาจัดกระบวนการให้ครูได้ใช้พื้นที่ในการขบคิดกับตัวเอง สะท้อนไปสู่สังคมข้างนอกด้วยกัน

เวลามีความสุขมักจำกัด ...ผมต้องขึ้นรถกลับบ้านเเล้ว...

ผมได้รถมินิบัสน่ารักๆ มีผู้โดยสารเต็มรถ เข้าใจว่ารอผมคนเดียว..  ผมขึ้นรถพร้อมออกได้ในทันที

ตลอดระยะทางที่ไปปาย ผมรู้สึกดีมากกับ กิจกรรมของชุมชนที่ผ่านตาตลอดระยะทาง ด้วยวันนี้เป็นวันพ่อแห่งชาติ ชุมชน ออกมาทำกิจกรรมสาธารณะประโยชน์กันอย่างคึกคัก น่าชมเชยครับ...ผมชอบบรรยากาศแบบนี้มากๆครับ

ที่น่าสังเกตอีกอย่างก็คือ ร้านกาแฟ ระหว่างทางไปปาย มีเยอะมาก เเละทุกร้านต่างมีสไตล์เป็นของตัวเอง น่านั่งไปเสียทุกร้าน (เท่าที่ผ่านตา)

รถราที่มุ่งตรงไปปายมากมายราวกับมด ...อากาศกำลังดี ดอกไม้กำลังสวย..

ผมเห็นปายกวักมือเรียกผมอยู่ไกลๆ

ผมถึงปายเเล้วครับ