วันนี้ได้ความรู้อีกมากมายจริงๆ มานั่งดูแพลเน็ตของตัวเองที่เพิ่มขึ้นมา 4 แพลเน็ตแล้ว บอกตรงๆ ว่า

อ่านไม่ทัน

เริ่มรู้สึกตัวว่าตัวเองเป็นคนตะกละ กระหายข้อมูลความรู้มากแค่ไหน

แต่เริ่มหวั่นๆ ว่าจะย่อยไม่ทัน จะกลายเป็นคนอ้วนไป อิอิ (เข้ามาก็ออกไปหมดแย่เลย)

เห็นทีจะต้องฟิตออกกำลังสมองให้มากขึ้นเพื่อจะได้ย่อยความรู้ทัน

ฟิตๆ ฟิตๆ

การเขียนบันทึกทุกวันทำให้ผมเริ่มใช้เวลาน้อยลงในการนึกเขียนบทความ


วันนี้ได้อ่านบทความนี้ของคุณจตุพรในเรื่อง

“สุขภาพพอเพียง” เริ่มต้นความสุขบน…ต้นทุนสุขภาพ

พบว่าแนวความคิดเรื่องพอเพียงนี้ช่างกว้างไกลจริงๆ ทำให้ผมหูตาสว่างขึ้นอีกเยอะ

วันก่อนอ่านเรื่องราวของคุณจตุพรแล้วผมชื่นใจที่มีคนที่คิดถึงอนาคตเด็กๆ ไทยอยู่

ทำให้ผมเริ่มเห็นความสดใสของประเทศครับ

แทนที่ข่าวการเมืองที่ทำให้ผมหดหู่ที่เห็นคนมาตีกันเรื่องอะไรกานเนี่ย

บ้านสุขภาพ_Go2No

เป็นอีกที่ๆ ผมเข้าไปอ่านประจำและทุกวันนี้กำลังค่อยๆ ตามอ่านย้อนหลัง

คุณหมอวัลลภท่านเป็นคนอัธยาศัยดีมากๆ

และยอมรับรู้สิ่งใหม่ๆ เสมอจนผมนับถืออยากเอาเป็นแบบอย่างมาก

เรื่องลดน้ำหนักที่ผมกำลังเขียนนี้ ข้อมูลบางส่วนก็ได้จากคุณหมอด้วยครับ

แนะนำว่าใครอยากรู้เรื่องสุขภาพไปอ่านรับรองไม่ผิดหวังแน่ๆ

และจากเว็บคุณหมอนี่เองทำให้ผมได้คิดว่า

คนจะมีสุขภาพดีต้องควบคุมน้ำหนัก

และเมื่อนึกถึงที่คุณจตุพรพูดเรื่อง ความพอเพียง ก็ทำให้รู้ว่าคนเราต้องการความพอเพียงในทุกด้านจริงๆ

การควบคุมน้ำหนักเป็นหนึ่งในความพอเพียงที่กินกว้างไปถึงอาหารการกิน การออกกำลังกาย การพักผ่อน  

ปัจจุบันการลดน้ำหนักสมัยใหม่ จะใช้โค้ชหรือเทรนเนอร์

ผู้ซึ่งมีความรู้รอบด้านทั้งด้านโภชนาการ สรีระร่างกาย การบริหารร่างกาย สุขภาพ โรคภัยไข้เจ็บที่เกี่ยวข้อง สามารถค้นหาได้ว่าการอ้วนของคนดังกล่าวเกิดจากอะไร ร่างกายมีการเจ็บป่วยสามารถออกกำลังได้มากแค่ไหน ทำให้ผมอึ้งทึ่งเป็นอย่างมาก นับเป็นศาสตร์ล้ำลึกอีกปแขนงหนึ่งที่เกิดจากการประสานกับความรู้หลายๆ อย่าง

แต่ผมยิ่งดูก็ยิ่งรู้สึกว่า ความพอเพียงนี้ใกล้กับหลักพุทธศาสนาเข้าไปอีก

พี่ๆ ที่ทำงานหลายคนแปลกใจที่ผมไปนั่งอ่านตำราพุทธศาสนามากขึ้น ผมเองก็ประหลาดใจเหมือนกัน

พูดตามตรงผมไม่ได้เคร่งศาสนาอะไรเลยแต่ก็ไม่เคยหลบหลู่คนนับถือศาสนาครับ แถมตัวเองก็ไม่ได้ชอบเข้าวัดเข้าวาอะไรกับเขาเลย

เพียงแต่ช่วงหลังๆ มานี่ยิ่งได้ความรู้มากขึ้น ผมก็ยิ่งมาศึกษาศาสนามากขึ้น ลองไปห้องสมุดหาหนังสือธรรมมะมาอ่าน เล่มล่าสุดเรื่อง "ทำอยาสงไรจะหายโกรธ" ของท่านพระธรรมปิฏก

อ่านแล้วอ้าปากค้างเลยครับ ได้แง่คิดดีๆ หลายอย่างไว้จะเล่าทีหลังเดี๋ยวจะยาว

หรือว่าบางที การดำรงชีวิตที่ดีสำหรับคนเราคือการปฏิบัติตามพุทธศาสนา

ผมไม่ทราบแต่จะค่อยๆ ค้นคว้าไปเรื่อยๆ ตามที่พระพุทธเจ้ากล่าวไว้ว่าให้เชื่อเมื่อทดลองทำ ถ้าทำแล้วเป็นจริงแสดงว่าเป็นจริง (หลักวิทยาศาสตร์ก่อน คศ. อันน่าทึ่งที่ผมชื่นชอบมาก)


จบท้าย ผมเริ่มเป็นห่วงครับ การใช้ชีวิตแบบพอเพียงต้องอาศัยความรู้มากมาย การเข้าถึงความรู้ทั้งหลายนี่ย่อมมีจำนวนคนน้อยนิด

แล้วคนจำนวนมากที่ไม่ทราบความรู้ต่างๆ จึงดำรงชีวิตไม่ถูกต้อง เพียงเรื่องสุขภาพนี้ก็ต้องเรียนรู้มากมายแล้ว ท่าทางคนเราคงต้องเรียนรู้กันตลอดชีวิตแน่เลย

ตอนนี้ที่ผมกำลังเขียนบทความนี้อยู่ ผมเริ่มคิดต่อไปเรื่อยๆ....

  • ทำยังไงคนไข้จึงได้ความรู้ที่ควรรู้
  • ความรู้ที่ว่าต้องการแค่ระดับไหน
  • ถ้าญาติเป็นคนรับ ญาติจะบอกข้อมูลได้ถูกต้องไหม
  • แล้วคุณหมอ พยาบาล นักบำบัดเขาให้คำแนะนำอะไรกับคนไข้บ้าง
  • ข้อมูลที่ได้รวมกันแล้วมันขัดแย้งกันหรือเปล่า
  • ข้อมูลมันเยอะเหินไปหรือไม่
  • คนไข้สามารถรวมยอดข้อมูลที่ได้สกัดเป็นความรู้ได้ไหม
  • คนไข้เคยเรียน KM หรือเปล่า.....
  • คนไข้ใช้กระบวนการไหนในการแยกสกัดความรู้....

ผมรู้สึกตัวเองชักฟุ้งซ่านแล้วครับ พอแค่นี้ท่าจะดี ไม่งั้นคืนนี้ผมคงนอนก่ายหัวอีกคืน

ดูเวลาสองทุ่มกว่า รีบกลับไปดูรายการ Mega Cleber รายการโปรดครับ

รวมเวลาเขียนบทความนี้ 50 นาที ฝันดีทุกท่านนะครับ