เกือบหนึ่งปีที่ผ่านมาที่เล่าเรื่องย่อ ๆ ไว้ ที่นี่ วันนี้มีเรื่องราวมาเล่าต่อจากเรื่องจริงผ่านประสบการณ์ของคนว่างงานและไม่มีอาชีพ เนื่องจากได้รับการชักชวนให้ไปช่วยกันทำมาหากิน ซึ่งผู้เชิญได้โปรยโจทย์ไว้มากมายระหว่างการพูดคุย สนทนา แต่เพื่อเป้าหมายเดียวเท่านั้นคือ "การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก" ให้มีรูปแบบการพัฒนาที่เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของชุมชนและบริบทท้องถิ่น
หลังจากที่คุยกันมาก่อนแล้ว ๒ วัน และฉันรับปากว่าจะไปช่วยด้วยความเต็มใจในการประชุมชาวบ้านเพื่อเตรียมการเป็นเจ้าภาพ "จักรยานเพื่อน้อง" เมื่อวาน ผอ.ณัฏฐ์ ฯ มารับที่บ้านตามนัดหมาย เราคุยกันหลากหลายประเด็นที่มาจากความตั้งใจ และช่วยกันคิดหาวิธีการ ฉันแวะเยี่ยมเพื่อนครูและนักเรียนที่โรงเดิมของฉัน ส่วน ผอ.ณัฏฐ์ฯ ไปประชุมที่อำเภอ และกลับมารับฉันในตอนบ่าย เพื่อเดินทางไปโรงเรียนบ้านห้วยกอกพัฒนา
"หากการทำงานเหมือนเส้นทางในภาพนี้ ที่เป็นการเดินไปสู่จุดหมาย ก็พอมองเห็นความสำเร็จและคงไม่ไกลเกินฝัน" ระหว่างทางฉันยกกล้องขึ้นมาจับภาพเป็นระยะ ๆ ธรรมชาติสองข้างทางงดงามมาก แต่ฉันคิดว่าจะกลับมาเก็บภาพตอนกลับ อีกอย่างเรากำลังคุยหารือเรื่องงานกันไปตลอดทาง โดยลืมนึกไปว่าต้องกลับกลางคืน
นักเรียนตัวน้อยเดินลงมาทักทายและสวัสดี ได้ช่วยรับของไปจากพวกเรา ฉันมองเด็กชายตัวน้อยสองคนและนึกในใจแบบสำนวนลิเก ๆ ว่า "เธอคืออนาคตของบ้านห้วยกอก" ... (ยังไม่ต้องไปถึงชาติหรอก)
หลวงพ่อแดง
คุณครูผู้ชายเพียง ๒ ท่านที่มีอยู่ในโรงเรียนนี้ ต่างมาทักทายกันแล้ว ฉันได้เดินแยกตัวไปใต้ถุนอาคาร มีเสื่อปูอยู่ก่อนแล้วอย่างเป็นระเบียบ และเห็นหลวงพ่อนั่งอยู่รูปหนึ่ง จึงเข้าไปกราบท่าน ถือโอกาสสนทนาโลกและธรรม เพื่อรอประชุมชาวบ้านเวลา ๑๘.๓๐ น.
"หลวงพ่อแดง" เป็นชาวจังหวัดนครสวรรค์ เดิมมีอาชีพเป็น chef อยู่ที่ภัตตาคารและโรงแรมระดับ ๕ ดาว แต่ภายหลังเมื่อสละทางโลกแล้วหลวงพ่อได้มาจำพรรษาที่วัดห้วยกอกเมื่อ ๑๐ ที่ผ่านมา และปัจจุบันหลวงพ่อเป็นเจ้าอาวาสและเป็นคณะกรรมการสถานศึกษาฝ่ายสงฆ์
เนื่องจากครูโรงเรียนบ้านห้วยกอกพัฒนามีเพียง ๒ คน หลวงพ่อจึงอาสามาช่วยสอนนักเรียนในความสำคัญของศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม และถ่ายทอดการประกอบอาหารทั้งคาวแลหวาน
นอกจากนี้หลวงพ่อได้ช่วยแก้ปัญหานักเรียนที่อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ และเด็กที่มีลักษณะไม่อยู่นิ่งหรือสมาธิสั้น ซึ่งทำให้เด็กเหล่านี้อ่านออกและเขียนได้ เป็นที่ยอมรับของครูและผู้อำนวยการโรงเรียน รวมทั้งผู้ปกครองนักเรียน
หลวงพ่อเป็นแบบอย่างของการสร้างจิตสำนึกสาธารณะ ซึ่งนอกจากหลวงพ่ออาศัยอยู่กระท่อมมากกว่าจะเรียกว่ากุฏิสงฆ์ หลวงพ่อได้แสดงความคิดเห็นว่า "การให้หรือการช่วยเหลือ บางครั้งบางปัจจัย ควรมองไปที่ประโยชน์ของผู้รับ ชุมชน สังคมและประเทศชาติเป็นสำคัญ"และการกระทำใด ๆ ไม่ว่าการใช้ชีวิตประจำวันหรือการทำงาน "หากขาดสติกิเลสจะเข้าครอบงำทันที จึงควรฝึกให้เป็นผู้มีสติและรู้ตัวตลอดเวลา และการฝึกสติไม่ใช่การอ่านมาแล้วทำได้ แต่เป็นเรื่องที่ต้องฝึกฝน"
หลังจากที่รับฟังพระธรรมคำสอนจากหลวงพ่อแล้วได้ไปเรียนรู้สภาพของชุมชน บ้านห้วยกอก ซึ่งได้พบกับสิ่งที่น่าทึ่ง น่าพิสมัย ถือเป็นความงดงามมาก น่าอิจฉาชาวบ้านแห่งนี้ ที่ได้เกิดมาอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ และแอบลุ้นช่วยให้ความฝันของ ผอ.ณัฏฐ์ ฯ พบกับความเป็นจริง.... คำพูดที่หนักแน่นของท่านคือ "ผมจะไม่ย้ายไปไหนจนกว่าผมจะทำได้" ยินดีและเต็มใจที่จะช่วยสร้างฝันค่ะ
พี่คิมได้ทำงานร่วมกับโรงเรียนขนาดเล็กด้วยความสุขอีกแล้วนะคะ
แล้วจะติดตามบันทึกต่อไปค่ะ...
ช่วงหยุดสามวันนี่จะไปลุยน่านก่อนพี่คิมแล้วนะคะ อิๆๆๆ
ลืมไปค่า...
เข้ามาอ่านแล้ว ได้ความรู้สึกที่ดี ๆ ครับ
-ปณิธิ
ยินดีด้วยครับที่ได้ทำงานที่รัก ทำแล้วมีความสุขนะครับ
คำพูดที่หนักแน่นของท่านคือ "ผมจะไม่ย้ายไปไหนจนกว่าผมจะทำได้"
ประโยคนี้ ดีมากๆ ครับ
สวัสดีค่ะพี่คิม
สวัสดีค่ะน้องkrugui Chutima
สวัสดีค่ะคุณครูปณิธิ ภูศรีเทศ
สวัสดีค่ะอาจารย์โสภณ เปียสนิท
สวัสดีค่ะน้องราชิต สุพร
สวัสดีค่ะคุณยาย
สวัสดีค่ะน้องครูแป๋ม
คนดี จะคิดแต่เรื่องดีที่มีคุณค่าเสมอ ขอให้ประสำความสำเร็จ
ในวาระวันพ่อแห่งชาติ ขอให้คุณครูยายคิม มีความสุขมากๆ ครับ
สวัสดีค่ะ ผอ.นายประจักษ์ ปานอินทร์
สวัสดีค่ะ พี่คิม
ระลึกและคิดถึงเสมอ...
มีความสุข ได้พักผ่อน และทำอะไรต่อมิอะไร ตามที่ตั้งใจไว้...อ่านบันทึกพี่คิมทุกบันทึก แล้วพลอยมีความสุขตามไปด้วย...
สุขสันต์วันพ่อค่ะ
สวัสดีค่ะน้องmena
ยินดีกับเรื่องดีๆ ในวันพ่อค่ะ พี่คิม
มีความสุขทุกๆๆๆๆวันนะคะ
สวัสดีค่ะน้องมนัญญา ~ natachoei ( หน้าตาเฉย)