เครื่องมือสู่องค์กรคุณภาพ
Too much and too many tools for organization development in Thailand.
Small Talk ในระหว่างการเดินทางกับพี่ที่เป็นทีมงานของหน่วยงานราชการแห่งหนึ่งซึ่งรับผิดชอบเรื่องสุขภาพคน น่าสนใจครับว่าสืบเนื่องจากการพัฒนาระบบราชการทำให้หน่วยงานของราชการตั้งใจที่จะพัฒนาสู่องค์กรแห่งคุณภาพประเด็นที่ได้รับฟังพี่ๆท่านเล่าสู่กันฟัง นอกจากกิจกรรม 5ส QCC PSO ซึ่งบางอย่างยังใช้เป็นเครื่องมือ บางชนิดเลิกใช้ไปแล้วแถมผู้รับผิดชอบถึงกับน้ำตาตกในเพราะได้รับมอบหมายให้ทำแบบ Home Alone จัดบรรยายโดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิแล้วหาคนสนับสนุนต่อเนื่องไม่พบ
บางกระทรวงมีวิวัฒนาการอย่างดีใช้เครื่องมือทั้ง HA HPH HNQA PMQA วิทยากรเยี่ยมยุทธ์พร้อมที่จะฉุดรั้งให้เข้าฟังบรรยาย แต่ ฟังแล้วไม่เข้าถึง เพราะงานประจำมีมากหลากหลาย แถมวิทยากรบางท่านสนใจใน “เครื่องมือ หรือ Tool ของตนเอง ไม่เชื่อมโยงกับงานประจำ” ทำให้ผู้เข้ารับการสัมมนาถึงกับเกิดอาการกระอักกระอ่วน เจ็บปวดเข้าถึงทรวง เพราะบางเรื่องต้องจ่ายค่าวิทยากรตามราคาที่กำหนด เช่น วันละหมื่นกว่าบาทสำหรับวิทยากรหลัก วันละ ๓๐๐๐ กว่าบาทสำหรับวิทยากรอีก ๓ ท่าน รวมทั้งสิ้นเป็นเวลา ๒ วัน แถมในหลักสูตรมีอีกหลายหัวเรื่องที่ต้องมีการ “สัมมนาเชิงปฏิบัติ การ” เช่นนี้ ลองคิด ค่าใช้จ่าย เวลาที่ใช้ เวลาที่ต้องกลับไปทำความเข้าใจ เวลาที่ต้องไปถ่ายทอดให้ทีมงานฟัง
“ทำไมเราไม่ให้โอกาส หรือ เปิดโอกาสให้หน่วยงานเลือกเครื่องมือในการพัฒนาสู่องค์กรแห่งความเป็นเลิศ โดยอิสระ หรือเหมาะกับจริตขององค์กรนั้นๆ”
ลอง ลปรร หรือ แลก เปลี่ยน เรียน รู้ เพื่อพัฒนาสู่องค์กรแห่งคุณภาพกันครับ
Healthy Work Place ก็เสมือนกับ กิจกรรม ๕ส ฝรั่งใช้ว่า House Keeping ทางกระทรวงสาธารณสุขมีการประกวดเรื่อง สถานที่ทำงานน่าอยู่ด้วยครับ

การทำให้ KM ต่อเนื่องและยั่งยืน เป็นประเด็นที่ท่านอธิการบดี ม.ข ได้เคยถามท่านอาจารย์หมอวิจารณ์ ก่อนที่เราจะเริ่มดำเนินการครับ
แนวทางจะให้ยั่งยืน ต้องทำความเข้าใจกับทีมงานครับ
" KM เป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งที่ไม่ต้องซื้อไม่ต้องหา ดึงออกมาจากสมอง นำมา ลปรร เพื่อพัฒนางานประจำของเรา "
