นำกระบวนการ ลปรร. มาปรับใช้เพื่อพัฒนางาน
ใครที่เคยต้องใช้รถยนต์ราชการเพื่อไปราชการในพื้นที่ คงต้องได้ยินกับปัญหาเหล่านี้ เช่น
-
ไม่มีแผนการของใช้รถยนต์
-
ไม่มีใบขอใช้รถยนต์ (แบบ 3)
-
การควบคุมการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง
-
การคำนวณค่าเฉลี่ยการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง
-
การควบคุมทะเบียนประวัติรถยนต์
-
เขียนขอใช้รถแล้วไม่มีรถให้ใช้
-
ไม่ได้ พขร. ตามที่ต้องการ..
-
............
เวทีนี้..วันนี้... จึงเป็นการเอาปัญหาที่พบอย่างตัวอย่างข้างบนมาคุยกัน โดยผู้เล่า คือ อ้ายสุทัศน์ ทองคำฟู หัวหน้างานพัสดุ ศูนย์อนามัยที่ 10 ที่รับผิดชอบเกี่ยวกับงานยานพาหนะ
ฝ่ายบริหารทั่วไป เป็นฝ่ายที่ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของกลุ่มงานต่าง ๆ ให้บรรลุตามเป้าหมาย เป้าประสงค์ที่กำหนดไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งด้านการสนับสนุนด้านพัสดุ ด้านกำลังงาน ด้านบริการ โดยการดำเนินงานอยู่ภายใต้กรอบของระเบียบ หรือกฎหมายที่กำหนดให้กระทำได้ มีการตรวจสอบความถูกต้องการดำเนินการโดย หน่วยตรวจสอบภายในระดับส่วนราชการ และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ในระดับประเทศ
ยานพาหนะเป็นส่วนหนึ่งที่มีทำให้การดำเนินงานประสบความสำเร็จ ซึ่งจำเป็นต้องใช้ในการเดินทาง เพื่อติดต่อราชการ และการปฏิบัติงานตามแผนงานและโครงการต่าง ๆ ทั้งในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และพื้นที่ต่างจังหวัดในเขตรับผิดชอบ ทั้งนี้เนื่องจากศูนย์อนามัย เป็นหน่วยงานใหญ่ ดำเนินงานด้านวิชาการ ในการพัฒนา ส่งเสริมสุขภาพ และเฝ้าระวังโรค ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตของประชาชนซึ่งรับผิดชอบในพื้นที่ ๘ จังหวัดภาคเหนือ โดยออกนิเทศ ติดตาม ในบทบาทของงานบริหารที่ดูแลเรื่องการใช้รถยนต์ จำเป็นต้องให้การสนับสนุน
-
ยานพาหนะที่มีสภาพดีพร้อมใช้งานได้อย่างเพียงพอ
-
พนักงานขับรถที่มีประสิทธิภาพ
ผู้เข้าร่วม ลปรร. ในวันนั้น
จากปัญหาข้างต้นที่ผ่านมาได้มีความพยายามปรับแก้หลายครั้ง จนได้มาตรการซึ่งเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับการใช้รถ ดังข้างล่าง
มาตรการใช้รถยนต์
แต่ก็ยังพบว่ายังมีปัญหาอยู่เรื่อยมา เพราะที่ผ่านมาเป็นการแก้ไขโดยผู้รับผิดชอบเรื่องรถโดยผู้ใช้ไม่ได้เข้ามาร่วมวงด้วย ทีมงานบริหารจึงปรับแนวคิดใหม่ โดยนำกระบวนการ ลปรร. มาปรับใช้เพื่อพัฒนางาน เพราะมีความเชื่อว่า การใช้กระบวนการ KM จะสามารถ....
-
สร้างบรรยากาศของการแลกเปลี่ยนที่ดี
-
ทำให้คนที่มาล้อมวง ใจเย็น และรู้จักฟังคนอื่นมากขึ้น
-
ใช้กระบวนการสุนทรียสนทนา คิดบวก พูดในด้านสร้างสรรค์
-
เกิดความเอื้อ อาทร เห็นใจ กันและกัน
เวทีเรื่องเล่าฯในครั้งนี้ จึงเป็นเวทีให้ทั้งผู้ใช้รถและผู้รับผิดขอบรถ ได้เปิดอกมาคุยกัน ลองตามดูตัวอย่างการ ลปรร. ที่น่าจะแตกกอต่อยอดออกไป เพื่อพัฒนางานในครั้งต่อๆไปกันนะคะ
น้องปู (สุดธิดา ศิริธวนากุล)
“ บางครั้งมี พขร ไป 2 คน แต่ขับเพียงคนเดียวตลอดเส้นทาง น่าจะมีการทบทวนนะคะ..”
พี่ต้อย(อำนวยศรี เอกมณี)
“ ไม่แน่ใจว่า ศูนย์ฯเรามีการซ้อมแผน พขร.บ้างไปคะ?”
ตุ่น(กฤษณา เลิสเรืองปัญญา)
“ ควรจะมีระบบการจัดเก็บเอกสารของ พขร.นะคะ”
คุอเนก ศิริโหราชัย
“ บางครั้งเขียนแผนล่วงหน้าขอใช้รถไปแล้ว แต่ไม่มีรถให้ใช้ ควรจะทำอย่างไรดีครับ? ”
นพ.ภิศักดิ์ ( ผอ.โรงพยาบาล)
“ ควรกำหนดคุณสมบัติ พขร.ให้ชัดเจน”
“ ควรมีการสุ่มตรวจการใช้รถของบุคลากร เพื่อให้ปฏิบัติตามกติกาที่ถูกต้อง...”
อุดม (อดม เขียวเลางาม) ตัวแทน พขร.ที่เข้าร่วมวง กับข้อเสนอแนะที่สั้น
“ ในนามของตัวแทน พขร. อยากให้บุคลากรมีการปฏิบัติตามกติกาที่กำหนด”
ทำงานตามบทบาทที่ได้รับมอบหมาย
คือ...จัดเวทีและหาคนมาเล่าเรื่องดีๆจ้า
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะ
เห็นทีจะต้องนำไปคุยในวงสมาคมลูกจ้างสาธารณสุข เพื่อพัฒนาศักยภาพให้เกิดประสิทธิภาพในงานของลูกจ้าง
ขอบคุณพี่คิม
เจ้าของคงจะใจดีมากๆๆ
ถ้าได้ล้อมวงคุยกัน
เรื่องยากๆก็จะง่ายขึ้นค่ะ
เพียงแต่..ต้องฟังกันและกันให้มากขึ้น
พูดให้น้อยลง
และอยู่บนความเสมอภาค