นครวัด-นครธม (โตนเลสาบและพนมบาเค็ง)

 

นักท่องเที่ยวไต่ขึ้นพนมบาเค็ง

 

              ในวันศุกร์ที่ 26 พฤศจิกายน ก่อนจะเข้าเขมร คณะแวะชมปราสาทพนมรุ้ง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ที่มีขนาดเท่าเพียงซุ้มประตูหนึ่งของ นครวัด ได้บรรยากาศอีกแบบในยามแดดร่มลมตกและนักท่องเที่ยวชาวไทยที่มีพอสมควร

              เช้าวันเสาร์ที่ 27 รถแล่นออกจากสุรินทร์ถึงชายแดนด่านช่องสงึม จ.ศรีสะเกษ เวลา 9.30 น.ผ่านด่านในเวลารวดเร็ว(นับตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2553 นี้เป็นต้นไป ไทย-เขมรไม่ต้องทำวีซ่าเข้าประเทศซี่งกันและกันแล้ว) รถบัส 30 ที่นั่งพาคณะวิ่งไต่ขึ้นเทือกเขาพนมดงรักระยะทาง 136 กิโลเมตร และแล่นลงถึงเมืองเสียมเรียบในเวลา 12.00 น.

              ขณะนี้บริเวณฝั่งเขมรกำลังสร้างบ่อนคาสิโนขึ้นอีกแล้ว  เพียงแค่ทราบ ความรู้สึกก็บอกว่า แย่จริงๆ

              น่าสนใจมากคือสองข้างทางถนน ถูกทางการเขมรกำหนดให้เป็นเขตอนุรักษ์ป่าไม้ หลังจากที่ยุคก่อนได้ถูกสัมปทานโดยพ่อค้าไทยและเขมร ตัดไม้จนเกือบหมด ปัจจุบันเป็นทุ่งโล่งมีต้นไม้ขึ้นประปราย แต่ไกลออกไปยังเห็นดงทึบเขียวขจีของป่า จะเห็นท้องทุ่งนาก็ต่อเมื่อวิ่งเข้าใกล้เขตตัวเมือง

               หลังอาหารเที่ยง คณะเดินทางไปยังทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่สุดในเอเซีย เรียกว่า โตนเลสาบ      กว้างสุดลูกหูลูกตาและเห็นแหล่งจับปลาส่งออกนำรายได้เข้าประเทศมากพอควร แต่ที่ผมสนใจคือขณะเรือแล่นผ่านจากฝั่งก่อนสู่ปากอ่าว ต้องผ่านชุมชนคนเรือหรือเรียกว่าสลัมกลางน้ำก็ไม่ผิด เป็นชุมชนคนเวียตนามที่อพยพหนีภัยมาแต่ครั้งเวียตนามแตก ประชากรราว 1,000 คน สร้างบ้านบนแพหรือบนเรือ มีอาชีพจับปลาและเร่ขอทานนักท่องเที่ยว โดยใช้เรือพายแจวเข้าประกบแล้วให้เด็กๆ ร้องแบมือขอทาน เด็กๆ อยู่สภาพน่าเวทนามากเหมือนไทยเราสักเมื่อ 10 ปีที่แล้ว 

               ถ้ดจากท่องทะเลสาบ ก็ขึ้นรถไปยัง พนมบาเค็งเพื่อชมอาทิตย์อัสดง ช่วงนี้โกลาหลกันมากเพราะนักท่องเที่ยวหลายพันคน พากันเร่งเดินบนทางกว้างประมาณ 2 เมตร ที่ค่อยๆ ชันสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ประมาณสองกิโลเมตร

               บนยอดเขาจะมีปราสาทแบบขอมตั้งอยู่ ขึ้นยากมากเพราะบันไดอิฐโบราณที่แคบและชัน คนจำนวนมากที่อายุมากหรือน้ำหนักมากๆ จะปีนไม่ไหว ต้องนั่งชมอยู่ที่ฐานปราสาท

               ผมหายใจลึกๆ และตัดสินใจไต่ตามขึ้นไปจนถึงยอด

               ถึงยอดพร้อมพระอาทิตย์เริ่มอัสดง แดงกลม งดงามมากและค่อยๆ ลับขอบฟ้าไปพร้อมทอแสงทองไว้ ณ ขอบฟ้า แม้จะเหนื่อยแต่ก็คุ้มและงามสมราคาคุย 

               อาทิตย์เริ่มลับแล้ว ความมืดเริ่มโรยตัวตามมา พร้อมความโกลาหลของนักท่องเที่ยวที่ต้องไต่ลงจากปราสาทด้วยความทุลักทุเลและอันตรายพอควร ก่อนจะค่อยๆ เดินตามกันไปในความมืดลงมายังด้านล่าง ด้วยการอาศัยแสงจากไฟฉายของนักท่องเที่ยวและไกส์หลายคนที่นำติดตัวไป

               โปรแกรมวันแรกจบลงด้วยความเหนื่อยอ่อนจากการเดินทาง เดินขึ้นเขาและป่ายปีนสู่ยอดปราสาท ก่อนจะหลับลงที่โรงแรมระดับสี่ดาว ในเวลา 4 ทุ่มเศษด้วยความสุขใจ