การพับกระดาษ Origami กับศิลปะการเรียนรู้และพัฒนาการตัดสินใจ 

ผมขอร่วมบันทึกแบ่งปันเป็นความประทับใจผ่านการร่วมเรียนรู้กิจกรรมของชมรมคนรักมวลเมฆและเครือข่ายการเรียนรู้ของท่าน ดร.ชิว : ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ ในบางด้านที่อาจจะเป็นเกร็ดความน่าสนใจและเพิ่มความรอบด้านมากยิ่งๆขึ้น โดยจะเป็นแง่มุมเกี่ยวกับศิลปะและการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ ซึ่งผมได้ทำเป็นเชิงอรรถบทความไปบ้างแล้วที่บันทึก เวทีจัดการความรู้แห่งชาติ NKM5 กับเวที'ยิ่งให้ยิ่งได้รับ'ของ GotoKnow : วิธีเชิงรุกของวัฒนธรรมความรู้สู่ Life Style  แต่ก็เกรงว่าจะยาวไปและรู้สึกเสียดาย จึงขอนำมาบันทึกเผยแพร่ไว้ให้แก่ผู้สนใจที่บันทึกนี้ เหมือนกับเป็นร่วมทอดผ้าป่า 'ทำบุญ-ทำทานความรู้' ช่วยกัน ต่อเนื่องจากเวที 'ยิ่งให้ยิ่งได้รับ' ของ GotoKnow ใน NKM 5 เมื่อ ๒๒-๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา

  วิถีภาวนาและการพัฒนาการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมปฏิบัติ 

ผู้เขียนเคยไปศึกษาดูงานที่ประเทศญี่ปุ่นและได้เข้าร่วมกิจกรรมการจัดดอกไม้แบบอิเคบานะ : Ikebana ของญี่ปุ่นซึ่งเป็นกิจกรรมทางศิลปะที่เป็นที่นิยมทั้งในหมู่คนญี่ปุ่นและมีผู้สนใจทั่วโลก ทำให้ได้ทราบวิธีคิดของคนญี่ปุ่นอย่างหนึ่งว่า การพัฒนาตนเองไปอย่างสูงสุดนั้น จะให้ความสำคัญกับภาวะที่เรียกว่า ซาโตริ หรือ เซน เต๋า มาก

ภาวะซาโตริ นั้น คงจะเทียบได้กับความเป็น สุญญตา นิพพาน รวมทั้งความเป็นอิสรภาพหลุดพ้นจากความเป็นวัตถุและความเป็นเหตุผล บางแห่งจะเรียกว่าความไร้ซึ่งเหตุผล ซึ่งจะไม่ใช่ความไม่มีเหตุผล ทว่า หมายถึงภาวะไร้ซึ่งเหตุผลด้วยวิถีแห่งปัญญาหรือเกินจะเข้าถึงได้ด้วยวิธีการทางเหตุผลหรือวิธีคิดเชิงวัตถุ 

วิธีเข้าถึงภาวะซาโตรินั้น สังคมต่างๆจะมี Tacit Knowledge หลากหลายกันไป วิถีวัฒนธรรมอันเป็นที่มาของวัฒนธรรมการพับกระดาษก็เช่นกัน ก็จะมีการพัฒนาวิถีและวิธีปฏิบัติไปได้อย่างหลากหลายแนว ซึ่งก็จะเหมือนกับวิถีแห่งมรรค ๘ ที่เราจะต้องรู้กาละเทศะในการถือเอามรรคข้อใดข้อหนึ่งเป็นตัวนำมิติอื่นๆอีก ๗ มิติให้เหมาะสมกับสถานการณ์และความจำเป็น เช่น บางกิจกรรมและบางสถานการณ์ก็ต้องใช้การประกอบสัมมาอาชีวะเป็นตัวนำองค์ประกอบอื่น เป็นต้นว่าเป็นคนทำมาค้าขายก็ต้องมุ่งนำชีวิตด้วยสัมมาอาชีวะเป็นตัวนำ หากใช้ด้านอื่นนำก็จะไม่สอดคล้องกับเงื่อนไขของชีวิต 

ในบางสถานการณ์ก็อาจจะต้องเน้นสัมมาทิฏฐิเป็นตัวนำมิติอื่น เช่น เมื่อเป็นผู้นำการประชุมก็ต้องถือความมีสัมมาทิฏฐิสำหรับการฟังและตัดสินใจเป็นตัวนำ หากถือมิติสัมมาอาชีวะเป็นตัวนำก็ย่อมไม่สอดคล้องกับกาละเทศะ ดังนี้เป็นต้น ทั้งนี้ ทุกด้านก็ยังคงต้องเป็นองค์ประกอบแห่งการปฏิบัติให้ครบเช่นกัน เพียงแต่ต้องมีวิธีพิจารณาเพิ่มขึ้นมาอีกว่าในเงื่อนไขนั้นๆ ต้องการวิธีเข้าถึงการปฏิบัติที่จำเป็นอย่างไร

วิธีคิดการเข้าถึงภาวะแห่งเซน เต๋า ซาโตริ หรือสุญญตา ในวัฒนธรรมของญี่ปุ่นก็เช่นกัน ก็จะมี วิถีแห่งมรรรค ดังกล่าวนี้หลายวิถีแตกต่างกันไป เช่น การเขียนบทกวีให้เห็นภาวะย้อนแย้งและหลุดกรอบซึ่งเป็นเงื่อนไขให้เข้าถึงภาวะเซนและเต๋าได้ วิถีจัดดอกไม้ วิถีแห่งชาและการชงชา วิถีกระบี่ซามูไร เหล่านี้เป็นต้น

  เป็นความสำคัญต่อชีวิตและจิตวิญญาณของสังคม 

ในวิถีและวิธีปลีกย่อยมากมายเหล่านี้ แต่ละคนและในสาขาอาชีพต่างๆก็อาจจะมีวิธีการที่เหมาะสมไปตามเงื่อนไขที่แตกต่างกันออกไป การฝึกเขียนพู่กันและอักษร การเขียนบทกวี การจัดงานพบปะและกิจกรรมชงชา การทำงานศิลปะพับกระดาษและพับผ้า การเล่นดนตรี เหล่านี้ จึงเป็นวัฒนธรรมที่มีอยู่ในหมู่ปัญญาชนและในครอบครัวของชาวญี่ปุ่นทั่วไป เพราะถือว่าเป็นวัฒนธรรมการกล่อมเกลาปัญญา ฝึกฝนความเป็นศิลปะวิทยาให้ลึกซึ้ง เปรียบได้กับในวิธีการในพุทธธรรมที่มีวิธีการทำในใจให้แยบคายด้วยกระบวนการโยนิโสมนสิการ

ผู้เขียนเคยได้ฟังการเปรียบเปรยความเป็นคนญี่ปุ่นว่า หากเดินอยู่กับฝูงชนชาวญี่ปุ่นแล้วโยนก้อนหินขั้นไปบนฟ้า หินที่ตกลงมาจะโดนหัวกวี ๓ คนในกลุ่มคนญี่ปุ่น ๑๐ คนกลุ่มนั้น ซึ่งหมายความว่าความมีศิลปะและการพัฒนาความละเอียดอ่อนด้านในด้วยศิลปะ บทกวี อาหาร เสื้อผ้า งานวรรณกรรม ดนตรี กระบี่ ตลอดจนงานฝีมือต่างๆนั้น เป็นสิ่งที่คนญี่ปุ่นปฏิบัติเป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งของวิถีดำเนินชีวิต

  การพับกระดาษ Origami กับนัยยะต่อวิถีปฏิบัติต่อทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม 

การพับกระดาษอย่างที่ ดร.ชิวเผยแพร่ให้กับผู้สนใจทั่วไปด้วยอยู่เสมอนี้ อาจจัดว่าเป็นแนวหนึ่งของวิถีแห่งศิลปะ ซึ่งในญี่ปุ่นนั้นจะนับว่าเป็นการปฏิบัติทางปัญญาที่ได้มีการพัฒนาให้เกิดความก้าวหน้าเป็นอย่างสูง หนังสือและงานศิลปะพับกระดาษเป็นแนวหนึ่งที่แพร่หลาย อีกทั้งทำได้อย่างงดงามที่สุด  

ในทางศิลปะและการพัฒนากระบวนการเรียนรู้นั้น ถือว่าสิ่งสำคัญของการพับกระดาษ Origami ไม่ได้อยู่ที่ชิ้นงานที่อยู่ข้างนอกเท่านั้น ทว่า อยู่ที่กระบวนการคิดและตัวปัญญาที่จะเกิดขึ้นอย่างลงตัวไประหว่างการพับกระดาษ กิจกรรมการพัฒนากระดาษจึงเป็นวิธีศึกษาค้นคว้าอย่างเป็นองค์รวม พัฒนาการเรียนรู้ภายในและการอยู่กับตนเอง ได้ฝึกฝนการจัดวางทางความคิดและทดลองออกแบบองค์ประกอบทั้งหมดให้ลงตัว ตรวจสอบการมีความหมาย มีคุณค่า และมีความสมบูรณ์อยู่ในตนเองของทุกสิ่งอย่างลึกซึ้งและให้รอบด้านถ้วนทั่วอย่างที่สุดของความคิดและกิจกรรมที่กำลังทำนั้น

กล่าวได้ว่า การพับกระดาษ Origami นั้นเป็นหนึ่งในหลายวิธีการที่ผู้มุ่งความเป็นเลิศสูงสุดของตนเองในทุกแขนงจะนำมาใช้เป็นวิธีทำงานความคิดในระดับที่จำเป็นต้องพึ่งสติปัญญาตนเอง ซึ่งแหล่งปัญญาและประสบการณ์ผู้อื่นจะช่วยได้เพียงเป็นสภาพแวดล้อมให้ได้เท่านั้น ก่อนที่จะออกแบบและแปรสู่การปฏิบัติระดับทฤษฎีหรือการจัดวางองค์ประกอบทางวัตถุและกายภาพอีกทีหนึ่งต่อไป

ในวิถีปฏิบัติอื่นๆก็จะมีภาวะแห่งเซน เต๋า หรือการบรรลุธรรมด้วยจริตและมรรควิถีแตกต่างกันออกไป เช่น ในวิถีกระบี่ก็จะเน้นจิตใจที่เป็นหนึ่งกับกระบี่และความว่างเพื่อความเป็นอิสระและเด็ดขาด การเขียนพู่กันก็จะมุ่งเป็นหนึ่งกับปัจจุบันขณะ ความแม่นยำ วิถีดอกไม้ผ่านการจัดอิเคบานะ ก็จะมุ่งเข้าถึงความเป็นเช่นนั้น ดุลยภาพและความเรียบง่ายของธรรมชาติ เหล่านี้เป็นต้น ซึ่งภาวะเหล่านี้จะทำให้ผู้ปฏิบัติเข้าถึงปัญญาสำหรับใช้ดำเนินชีวิตสูงสุดและงอกงามไปตามวิถีแห่งตนได้

  วิถีแห่งพุทธะและวิถีแห่งปัญญา เป็นแนวหนึ่งของการเรียนรู้ทางสังคม  

ความสำคัญในการฝึกและพัฒนาการศึกษาเรียนรู้ให้แก่พลเมืองในวิถีทางดังกล่าวของญี่ปุ่นจะเห็นจากการสะท้อนอยู่ในการ์ตูน อิกคิวซัง : เณรน้อยเจ้าปัญญา ซึ่งก่อนการตัดสินใจต่างๆทุกครั้งนั้น อิกคิวซังจะต้องนั่งสมาธิและมีวงแหวนสัญลักษณ์ทางปัญญาญาณผุดขึ้นเหนือศีรษะ สื่อการ์ตูนดังกล่าวสร้างขึ้นเพื่อเป็นสื่อพัฒนาการเรียนรู้ให้ประชาชนเข้าถึงวิธีคิดต่อกระบวนการทางปัญญาในระดับเหนือความเป็นเหตุผล รวมทั้งส่งเสริมให้พลเมืองใช้วิถีแห่งวิจารณญาณและการใช้ปัญญาอันแยบคายในการแก้ปัญหา

อย่างไรก็ตาม ในหลักการนั้นจะสอดคล้องกับวิธีคิดแบบเซน แต่เซนจะเน้นผสมผสานกับงานและการดำเนินชีวิตจริง ไม่เน้นวิธีนั่งสมาธิดังในการ์ตูนอิกคิวซัง.