ทั้งหมดเป็นความประทับใจของผม ที่ไม่มีโอกาสเล่าให้ใครฟัง แต่ผมได้บันทึกเรื่องราวเหล่านี้ไว้แล้ว ผมคิดว่าการให้ เป็นความมหัศจรรย์ของการอยู่ร่วมกัน เพราะการให้เป็นการเริ่มต้นการสร้างโลกที่เอื้ออาทรร่วมกัน ไม่มีเส้นแบ่งไม่ว่าเงื่อนไขใดๆ

เราจะซาบซึ้งและจดจำไว้ในใจเสมอ เมื่อเราได้รับบางอย่างจากคนที่ตั้งใจให้ เเละไม่ต้องนับมูลค่า เพราะสิ่งที่ให้ไม่สามารถบอกถึงปริมาณคุณค่านั้นได้ เมื่อเราตั้งใจให้ ผู้ที่ได้รับมีความสุข และเมื่อผู้รับมีความสุข พลังแห่งความสุขนั้นก็แผ่กำจายไปรอบๆ

พลังที่ดีงามจากการให้และรับ จึงเป็นบรรยากาศที่มีความสุข สมหวัง และเป็นพลังที่งดงาม สร้างสรรค์ 

Have you heard? คุณเคยได้ยินไหม..

ว่าเมื่อเราให้สิ่งใดกับใครไป เท่ากับว่าเราได้ส่งสิ่งนั้นให้กับคนอื่นๆต่อไปอีกสามคน ต่อมาคนสามคนที่ได้รับจากเรา ก็ส่งมอบต่อไปยังคนอีกสามคนของเขา เเละจะเพิ่มทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวน “ผู้ให้” และในแต่ละวันคนเหล่านั้นทุกคนจะส่งผ่านการให้ต่อไปอีกสามคน เป็นอย่างนี้เรื่อยๆเป็นคลื่นกระเพื่อมของความดี

"Pay it Forward"

ภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นเรื่องราวของเด็กชายคนหนึ่ง ที่คิดทฤษฎีเปลี่ยนแปลงโลกขึ้นมา!!! ที่น่าสนใจคือ ทฤษฎีนี้ง่ายมากๆ โดยการเริ่มที่ตัวเองก่อนเริ่มที่จะช่วยเหลือคนรอบข้าง เช่น  แม่  ครู  และคนข้างถนน จนในที่สุดก็เกิดกระแสแห่งความดีกระเพื่อมไปทั่วทั้งประเทศ ...

เกี่ยวกับผู้เขียน "Pay it Forward" Catherine Ryan Hyde ได้เล่าถึงแรงบันดาลใจในการเขียนนวนิยายเรื่องนี้ว่า เกิดจากเหตุการณ์จริงที่ประสบกับตัวเธอเมื่อประมาณกว่า ๒๐ ปีมาแล้ว


"... กลางดึกคืนหนึ่งฉันขับรถอยู่บนถนนสายเปลี่ยว แล้วรถเกิดเสียขึ้นมา มีควันเข้ามาในรถ

ภายใต้ความตกใจกลัว...

ฉันเห็นชายสองคนเดินเข้ามา ในใจคิดว่าเขาจะมาปล้นหรือทำร้าย ปรากฎว่าเขาเข้ามาช่วยดูรถให้ และช่วยชีวิตฉันจากการระเบิดของเครื่องยนต์ รวมทั้งตามหน่วยกู้ภัยมาให้...

และขณะที่ฉันกำลังพูดคุยอยู่กับเจ้าหน้าที่กู้ภัยอยู่นั้น ฉันก็พยายามมองหาชาย ๒ คนนั้นเพื่อจะกล่าวคำขอบคุณ แต่ก็ไม่เห็นพวกเขาเสียแล้ว...

ฉันเองอยากจะตอบแทนพวกเขา แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร

ตั้งแต่นั้นมาฉันจึงคอยมองผู้คนรอบข้างที่ต้องการความช่วยเหลือ และช่วยเหลือพวกเขา...

ทั้งนี้เพื่อเป็นการตอบแทนคนแปลกหน้าที่ ๒ คน ที่เขาเคยช่วยฉันในคืนนั้นนั่นเอง..."


เรื่องราวเหล่านี้ ผมคิดถึง Gotoknow.org

ที่ Gotoknow.org นี่เป็นปรากฏการณ์ Pay it Forward อย่างแท้จริง ผมคิดว่า Blogger หลายท่านก็ได้สัมผัสปรากฏการณ์มหัศจรรย์แห่งการให้ผ่านเครือข่าย Gotoknow มาทุกคน อย่างน้อยเมื่อท่านได้เริ่มต้นเขียน เขียนในสิ่งที่คิด สิ่งที่ตกผลึกภายใน ไม่ว่าเรื่องราวเหล่านั้นจะถูกตีค่าโดยสังคมอย่างไรก็แล้วแต่ สิ่งที่เขียนจึงเป็นเสมือนการบอกกล่าวความเป็นไปของชีวิต มุมเล็กมุมน้อย รวมถึงความรู้สึกที่สะท้อนผ่านตัวอักษร ตรงนั้นถือว่าเป็นการให้ทานทางปัญญา เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ เปิดพื้นที่ให้ทุกคนเข้าถึงความรู้ แม้จะเป็นความรู้เฉพาะตนที่ฝังลึก (Tacit knowledge) คนเขียนบันทึกทุกคนก็ยินดีที่แบ่งปัน นั่นเฉพาะการเขียนบันทึกนะครับ เรายังไม่นับการสร้างเครือข่ายผู้คนจากการเชื่อมไมตรีผ่าน Blog อีกมากมาย หลากหลายกลุ่มและหลากกิจกรรม เกิดเป็นกลุ่ม “จิตอาสา” สร้างชุมชนเรียนรู้อย่างไม่เป็นทางการ ทั้งหมดล้วนแต่เป็นกิจกรรมเพื่อความวิวัฒน์สังคม และเป็นความสุขร่วมของสังคมผ่านช่องทาง "การให้" ทั้งนั้น

เคยทราบสถิติบางอย่างที่น่าสนใจเหล่านี้หรือยังครับ?

 

Gotoknow.org

พื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ระยะเวลา ๕ ปี (๒๕๔๙ – ๒๕๕๓)

ณ ปัจจุบันมีข้อมูลในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ดังนี้

สมาชิกประมาณ ๑๓๐,๐๐๐คน

บันทึกรวมประมาณ ๓๐๐,๐๐๐บันทึก

ความคิดเห็นรวม ๒ ล้านความคิดเห็น

การเข้าชม เว็บไซต์ ๑ ล้านกว่าครั้งในหนึ่งเดือน

เว็บไซต์ถูกจัดเป็นอันดับที่ ๓๘ ของประเทศ

 

 

ทั้งหมดเป็นที่มาของ เวทีการสนทนาแลกเปลี่ยน “ยิ่งให้ ยิ่งได้รับ” ซึ่งเป็นแนวคิดที่นำเสนอเป็นส่วนหนึ่งในเวทีมหกรรมการจัดการความรู้แห่งชาติ ครั้งที่ ๕  KM inside – Lively Learning Land วันที่ ๒๒  - ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ บางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว กรุงเทพฯ  ซึ่งเวทีเล็กๆของเรา อยู่ในโซนเทือกเขา ปัน ปัน  เป็น session ช่วงบ่ายของวันแรกของงานมหกรรม

ผมได้รับการติดต่อให้ร่วมให้ร่วมเป็น ๑ ในผู้ร่วมสนทนา แลกเปลี่ยนประสบการณ์ “ยิ่งให้ยิ่งได้รับ” จากทีม Gotoknow.org ก่อนหน้านั้น ด้วยเหตุผลหนึ่งคือ การขับเคลื่อนงาน “จิตอาสา” ที่ผมมีโอกาสได้ทำ ทั้งหมดก็ผ่านเครือข่าย Gotoknow และจิตอาสาทุกครั้งสมาชิกที่เดินทางร่วมกันล้วนแล้วแต่เป็น blogger ที่ “เอาใจนำพา เอาศรัทธานำทาง” เดินทางกันอย่างทรหด อดทน เพื่อได้ทำภารกิจเป็น “ผู้ให้” ร่วมกัน

Dscf28

Dscf2662

หากนึกย้อนไปในครั้งหนึ่งที่ผมถือว่าเป็นช่วงเวลาดีๆของชีวิตผม ในกลางดึกคืนหนึ่งที่หนาวเหน็บบนดอย ครั้งนั้นพวกเรา  “จิตอาสา Gotoknow” เดินทางไปที่ อ.ปาย แม่ฮ่องสอน และ เดินทางไปยังบนดอยสูง ทุรกันดาร เราใช้เวลาเดินทางกว่าค่อนวันเพื่อให้ไปถึงที่หมาย รถบรรทุกหลายคันที่ขนสิ่งของบริจาคขึ้นดอย ผู้คนมากมายที่ช่วยเหลือกัน

ดึกแล้ว...ท่ามกลางความมืดของค่ำคืน อากาศที่หนาวเหน็บบนดอยสูงของจังหวัดแม่ฮ่องสอน

เพื่อน “จิตอาสา Gotoknow” ของเราบางส่วนได้เข้านอนแล้ว บางคนยังก่อกองไฟผิงคลายหนาว นั่งล้อมวงพูดคุยเบาๆที่สนามหญ้าหน้าโรงเรียน ผมเดินออกห้องพักเล็กๆของครูเพื่อตามไปสมทบ แต่ขอนั่งดูบรรยากาศโดยรวมของค่ำคืนนี้ก่อน

ผมนึกย้อนภาพในตอนกลางวันการเดินทางที่ลำบากสำหรับคนดอยอย่างผม ก็ยิ่งลำบากมากว่าสำหรับคนในเมือง เหมือนจิตอาสา Gotoknow หลายคนที่ขึ้นดอยมาพร้อมกับผม ๕๐ ชีวิต  ผมเห็นถึงความตั้งใจของทุกท่านในค่ำคืนนั้นผมได้แค่คิดน้ำตาก็ไหลพรากคนเดียวเงียบๆ การให้ครั้งนี้ยิ่งใหญ่มาก และเป็นช่วงเวลาดีๆชีวิตผมอีกครั้งหนึ่ง

Dscf2564

เดินทางไปบ้านแกงหอม...บนเส้นทางที่ทุรกันดารกว่าค่อนวัน

Dscf2658

บ้านแกงหอม อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน

Ganghom

คำขอบคุณของเด็กน้อย บนดอยสูง..ให้กับ พวกเรา จิตอาสา gotoknow และผู้สนับสนุนทุกท่าน

 

ทั้งหมดเป็นความประทับใจของผม ที่ไม่มีโอกาสเล่าให้ใครฟัง แต่ผมได้บันทึกเรื่องราวเหล่านี้ไว้แล้ว ผมคิดว่าการให้ เป็นความมหัศจรรย์ของการอยู่ร่วมกัน เพราะการให้เป็นการเริ่มต้นการสร้างโลกที่เอื้ออาทรร่วมกัน ไม่มีเส้นแบ่งไม่ว่าเงื่อนไขใดๆ

ที่เวที “ยิ่งให้ ยิ่งได้รับ” ที่เทือกเขาปันปัน ใน งานมหกรรม KM แห่งชาติ วิทยากรที่รับเชิญมาทุกท่าน ก็จะมาร่วมแบ่งปันเรื่องราวที่น่าประทับใจนี้ เช่นเดียวกับผม

 

ผมขอชวนทุกท่าน ติดตามตอนต่อไปครับ...ว่าบรรยากาศในเวที “ยิ่งให้ ยิ่งได้รับ” จะน่าประทับใจเพียงใด

 


 

จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร

๒๒ พย.๕๓