"ตลาดสด น่าซื้อ"  เป็นมาตรฐานของตลาดสด  ที่กำหนดขึ้นโดยกรมอนามัย   เพื่อพัฒนาตลาดสดในประเทศไทยให้เป็นตลาดที่สะอาดได้มาตรฐานสำหรับให้บริการแก่ประชาชน   โดยมาตรฐานนี้ได้อิงตามกฏกระทรวงว่าด้วยสุขลักษณะของตลาด พ.ศ.2551

          ปัจจุบันมีตลาดสด  ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานตลาดสด น่าซื้อ มากกว่าร้อยละ 80      ซึ่งไม่รวมตลาดสดใน กทม. 

          ตลาดสด อย่างไรที่เรียกว่า "ตลาดสด น่าซื้อ"  

          ในความคิดของเราๆ ท่าน ๆสิ่งที่นึกถึงเป็นอันดับแรกคือ  สถานที่ต้องสะอาด  ไม่มีกลิ่นเหม็น  ภายในตลาดมีความเป็นระเบียบ   การจัดวางสินค้าสวยงามน่าซื้อ 

           ซึ่งเกณฑ์มาตรฐานเหล่านี้กำหนดไว้ 40 ข้อ  ส่วนหนึ่งก็มาจากสิ่งที่ทุกคนคิด โดยเรื่องสำคัญเช่น

-  ภายในตัวตลาดต้องมีการระบายอากาศ 

-   มีการจัดการดูแลควบคุมบริเวณแผง  ทางเดินในตลาด  ถนนรอบตลาด  ที่วางถังขยะ  ที่รวมขยะต้องสะอาดเรียบร้อย

-  ตลาดต้องไม่มีน้ำขังแฉะ  รางระบายน้ำเสียต้องใช้การได้  ไม่มีขยะ/น้ำเน่าอุดตัน 

-  ต้องมีห้องส้วมสะอาดแยกชาย-หญิง 

-  มีน้ำใช้พอเพียง 

-  การจัดวางสินค้าเป็นระเบียบ  ไม่ขวางทางเดิน 

-  ไม่วางสินค้าเกี่ยวกับอาหารบนพื้น  ควรวางสูงไม่ต่ำกว่า 60 เซนติเมตร  เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกโสโครกกระเด็นใส่

- มีการล้างตลาดครั้งใหญ่ตามหลักสุขาภิบาลอย่างน้อยเดือนละครั้ง

- การจัดการขยะ  ถังขยะถูกหลักสุขาภิบาล

- มีบ่อดักไขมัน

- โครงสร้างต้องแข็งแรง

และยังมีเกณฑ์ข้ออื่น ๆ อีกค่ะ  ซึ่งข้อที่กล่าวมาเป็นหลักที่ขาดไม่ได้

ในพื้นที่ที่บ้านของท่านมีตลาดสด น่าซื้อหรือยัง  มีภาพตลาดสะอาด ๆ มาฝากค่ะ

                              

                                

                               

                              

                                  

เป็นไงคะ... สภาพตลาด  สมเป็นตลาดสด น่าซื้อไหมคะ ? ลองทายกันเล่น ๆ ว่าตลาดอะไร  ตลาดนี้ขายของดีมีคุณภาพ   แต่ถ้ามาซื้อต้องกระเป๋าหนักค่ะ          ผู้เขียนเคยมาเมื่อเดือนที่แล้ว  ซื้อกับข้าวหมดเงินไป 500 แทบไม่ได้อะไร  ซื้อแกงถุงละ 50 บาทค่ะ  ตอนนั้นทุเรียนขีดละ 40 บาท                                    ถ้าเป็นบ้านนอกจะได้กับข้าวเต็มตะกร้ากินได้หลายวัน

      แต่อย่างไรก็ตาม  ตลาดที่พัฒนาแล้ว  ยังมีข้อที่แก้ไขกันยากสักนิด         คงต้องใช้เวลาอีกนาน  เช่น

-เรื่อง  ผู้ขายใช้มือหยิบอาหารพร้อมบริโภค   (เขาจะทำตามความเคยชิน  ตราบใดที่ยังมีคนซื้อ  เขาก็ไม่เปลี่ยนพฤติกรรมค่ะ)

-เรื่อง  การแต่งกายของผู้ขายอาหารพร้อมบริโภค  ต้องมีการใส่เสื้อมีแขน  เพื่อกันเหงื่อที่ไหลจากรักแร้ลงมาตามแขน  และหยดใส่อาหารได้   ถ้าเสื้อมีแขนก็จะช่วยซับเหงื่อได้   ผู้ขายควรใส่หมวกคลุมผมเพื่อป้องกันผมร่วงใส่อาหาร

-สุดท้ายคือเรื่องตู้ครอบ  ปกปิดอาหาร  วางเปิดโล่ง  เสี่ยงต่อการปนเปื้อนน้ำลายจากการพูด ไอ จาม ของคนซื้อคนขาย

       ท่านมีความคิดเห็นอย่างไร ? ต่อ 3 ข้อที่แก้ไขยาก  ขอบอกว่าความรู้ก็ให้แล้ว...