เมื่ออ่านแล้วก็อ่านจบจริงๆค่ะ
หัวข้อเรื่อง "อย่าลืมอ่านให้จบนะคะ อยากให้อ่านกันจัง "
ได้รับจากเพื่อนส่งมาให้อ่านวันนี้ อ่านไปทำเอาน้ำตาซึมไปด้วยก็อ่านจนจบตามหัวข้อเรื่อง อ่านจบก็นำมาฝากให้อ่านกันด้วยนะคะ ความรักของน้องชายกับพี่สาว ที่เป็นแบบอย่างที่ประทับใจค่ะนำมาทั้งหมดนะคะ ก่อนจะเริ่มอ่านผู้เขียนเรื่องส่งมาให้ ก็ยังมีการย้ำอีกนะคะให้อ่านให้จบ .......
" อ่านเรื่องนี้ให้จบให้ได้นะ..........
ฉันเกิดในหมู่บ้านบนภูเขาที่ห่างไกลผู้คน แต่ละวันพ่อแม่ของฉันต้องพรวนดินในไร่ท่ามกลางแดดที่ร้อนระอุ ฉันมีน้องชายอยู่หนึ่งคน อายุน้อยกว่าฉัน 3 ปี วันหนึ่งฉันขโมยเงินของพ่อ เพื่อไปซื้อผ้าเช็ดหน้าที่เพื่อนๆของฉันมีกัน จากนั้นพ่อก็รู้เรื่องพ่อให้ฉันกับน้องคุกเข่าหันหน้าเข้าหากำแพง โดยที่ในมือพ่อมีก้านไม่ไผ่อยู่หนึ่งก้าน"ใครขโมยเงินไป" พ่อตวาดฉันกลัวมาก ไม่กล้าพูดอะไรออกไป น้องชายฉันก็เช่นกัน
พ่อจึงเอ่ยขึ้นว่า"ก็ได้ ในเมื่อไม่มีคนรับสารภาพก็ต้องโดนลงโทษทั้งคู่นั่นล่ะ"พ่อชูก้านไม้ไผ่ในมือขึ้นทันใดนั้น น้องชายของฉันก็ลุกขึ้นคว้าข้อมือของพ่อไว้....แล้วพูดว่า"ผมขโมยเองครับ"ก้านไม้ไผ่ก้านนั้นได้กระหน่ำลงบนหลังของน้องของฉันอย่างต่อเนื่องพ่อโกรธมาก พ่อตีน้องของฉันไม่หยุดจนพ่อหอบด้วยความเหนื่อย
พ่อนั่งลงบนเก้าอี้และด่าว่าน้องชายของฉัน" ของคนในบ้านแกเอง แกยังขโมยได้ต่อไปแกจะทำชั่วอะไรอีกแกน่าจะโดนตีให้ตาย ไอ้หัวขโมย"คืนนั้น ฉันกับแม่กอดน้องชายของฉันไว้หลังของน้องมีแผลเต็มไปหมดแต่เขาไม่ได้ร้องไห้แม้แต่น้อยกลางดึกคืนนั้น ฉันนอนร้องไห้เสียงดัง และนานมาก น้องเอามือเล็กๆ ของเขามาปิดปากฉันไว้ แล้วพูดว่า" พี่ครับ ไม่ต้องร้องไห้นะมันผ่านไปแล้ว "ยังไงฉันก็อดที่จะเกลียดตัวเองไม่ได้ที่ไม่มีความกล้าจะบอกความจริงกับพ่อ
ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 17 ปี ส่วนฉันอายุ 20ปี .....ด้วยเงินที่พ่อยืมมาจากคนในหมู่บ้านรวมกับเงินที่น้องชายของฉันได้รับเป็นค่าจ้างมาจากการทำงานเป็นกรรมกรแบกหาม ที่ไซท์ก่อสร้างท่าเรือ .......
ฉันจึงสามารถเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้จนถึงปี 3 วันหนึ่งขณะที่ฉันกำลังอ่านหนังสืออยู่ในห้องพักเพื่อนร่วมห้องของฉันได้เข้ามาบอกว่า"มีชาวบ้านมาหาเธอ...อยู่ข้างนอกแน่ะ"ฉันเดินออกไปแล้วมองเห็นน้องชายของฉันยืนอยู่ตัวของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นปูนและทรายจากงานก่อสร้าง...ฉันถามเขาว่า"ทำไมไม่บอกเพื่อนพี่ไปว่าเป็นน้องชายพี่ล่ะ"น้องชายของฉันตอบยิ้มๆ ว่า"ก็ดูผมสิสกปรกมอมแมมออกอย่างนี้...ขืนทำไมชาวบ้านถึงมาหาฉันล่ะ ??? ขืนบอกว่าเป็นน้องพี่ เพื่อนๆก้อได้หัวเราะเยาะพี่กันพอดี" ฉันค่อยๆ เอื้อมมืออันสั่นเทาไปปัดฝุ่นให้น้อง และพยายามพูดด้วยเสียงเครือๆในลำคอ" พี่ไม่สนใจว่าใครจะพูดยังไงเธอเป็นน้องของพี่ ไม่ว่าเธอจะดูเป็นอย่างไรก็ตาม
"จากนั้น น้องของฉันได้ล้วงบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกงเป็นกิ๊บหนีบผมรูปผีเสื้อ เขาติดกิ๊บให้ฉันแล้วพูดว่า"ผมเห็นสาวๆ ในเมืองเค้าติดกัน ผมเลยอยากให้พี่ติดบ้าง"ฉันหมดเรี่ยวแรงลงในทันใดดึงน้องชายเข้ามาสวมกอด และร้องไห้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นเวลานาน
ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 20 ปี ส่วนฉันอายุ 23 ปี วันที่ฉันพาแฟนหนุ่มของฉันมาที่บ้านเป็นครั้งแรกฉันสังเกตเห็นว่าหน้าต่างบ้านที่เคยแตกไป ได้ถูกซ่อมเรียบร้อยแล้วเมื่อเข้าไปในบ้านก็เห็นว่าบ้านสะอาดขึ้นมากหลังจากที่แฟนของฉันกลับไป
ฉันพูดกับแม่ว่า"แม่ไม่ต้องเสียเงินเพื่อทำความสะอาดบ้านกับซ่อมกระจกเพียงเพราะหนูจะพาแฟนมาที่บ้านหรอกนะคะ"แม่ยิ้ม แล้วพูดว่า" แม่ไม่ได้จ้างหรอก...น้องชายลูกต่างหากวันนี้เค้าขอเลิกงานเร็วเพื่อกลับมาทำความสะอาดบ้าน ลูกยังไม่เห็นมือน้องหรอกเหรอน้องโดนกระจกบาดตอนกำลังเปลี่ยนกระจกบานใหม่น่ะ"ฉันรีบเข้าไปหาน้องที่ห้องนอนของเขาฉันรู้สึกเหมือนถูกเข็มนับร้อยเล่มทิ่มลงกลางใจเมื่อได้เห็นบาดแผลบนมือฉันจับมือน้องเอาไว้อย่างเบามือที่สุด "เจ็บมากไหม"ฉันถาม"ไม่เจ็บสักหน่อย พี่ก็รู้นี่ผมทำงานก่อสร้างนะ วันๆมีหินตกมาใส่เท้าผมเต็มไปหมดแต่มันก็ไม่ได้ทำให้ผมคิดเลิกทำงานหรอกนะและ... "น้องชายของฉันยังพูดไม่จบประโยค แต่ก็ต้องหยุดพูดเพราะฉันหันหน้าหนีเขาน้ำตาไหลอาบหน้าของฉันอีกครั้ง"เพราะพี่เป็นพี่สาวของผมนี่ครับ"
ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 23 ปี ส่วนฉันอายุ 26 ปี...หลังจากนั้น ฉันก็ได้แต่งงานและย้ายเข้าไปอยู่ในเมืองหลายครั้งที่สามีของฉันชักชวนให้พ่อแม่ของฉันย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองด้วยกัน...แต่ท่านทั้งสองก็ปฏิเสธท่านบอกว่า ท่านเคยย้ายออกจากหมู่บ้านครั้งหนึ่งแต่เมื่อออกไปแล้วท่านไม่รู้จะทำอะไรดีจึงได้ย้ายกลับเข้ามาใช้ชีวิตในหมู่บ้านตามเดิมน้องชายของฉันก็ไม่เห็นด้วยกับการที่จะให้เขาและพ่อแม่ย้ายออกไป ...เขาบอกกับฉันว่า"พี่คอยอยู่ดูแลพ่อและแม่ของสามีพี่ทางนั้นเถอะ ผมจะดูแลพ่อและแม่ทางนี้เอง
"สามีฉันได้ขึ้นเป็นประธานของบริษัทของ ครอบครัวเราทั้งคู่อยากให้น้องชายของฉัน เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการบริษัท...แต่น้องชายของฉันก็ไม่รับตำแหน่งนี้ เขาขอเข้าทำงานในตำแหน่งพนักงานธรรมดาวันหนึ่ง น้องชายของฉันต้องปีนบันไดขึ้นไปซ่อมสายเคเบิลและตกลงมาเพราะโดนไฟดูดเขาถูกรีบหามส่งโรงพยาบาลฉันและสามีรีบไปเยี่ยมเขาที่โรงพยาบาล น้องชายของฉันขาหักต้องเข้าเฝือกที่ขา... ฉันโกรธมาก จึงตวาดน้องไปว่า" ทำไมถึงไม่ยอมรับตำแหน่งผู้จัดการ หา!!!ถ้าเป็นผู้จัดการก็จะได้ไม่ต้องมาทำงานเสี่ยงๆอย่างนี้ดูตัวเองซิ...เจ็บเจียนตายอยู่แล้ว ทำไมถึงไม่ยอมฟังพี่บ้าง"
คำตอบจากปากน้องของฉันรวมถึงสีหน้าเคร่งเครียดยังยืนยันความคิดเดิมของเขา"พี่ลองคิดถึงพี่เขยสิครับ พี่เขยเพิ่งจะได้เป็นประธานส่วนผมมันการศึกษาต่ำถ้าผมได้เป็นผู้จัดการคงจะมีเสียงนินทาว่าร้ายเต็มไปหมด" น้ำตาปริ่มดวงตาของฉันรวมทั้งสามีของฉันด้วย .....ฉันบอกกับน้องว่า"แต่ที่เธอไม่ได้เรียนต่อก็เพราะพี่...""ทำไมต้องพูดถึงเรื่องที่ผ่านไปแล้วด้วยล่ะครับ"น้องชายของฉันจับมือฉันไว้
ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 26 ปี ส่วนฉันอายุ 29 ปี...เมื่อน้องชายของฉันอายุได้ 30 ปี เขาได้แต่งงานกับผู้หญิงในที่ทำงานที่เดียวกันในงานแต่งงาน ประธานในงานได้ถามน้องชายของฉันว่า" ใครคือคนที่คุณรักที่สุดในชีวิตนี้"น้องชายของฉันตอบอย่างไม่ลังเล "พี่สาวของผมครับ" .....
และเขาก็เล่าเรื่องราวที่แม้แต่ฉันยังจำไม่ได้"ตอนผมอยู่โรงเรียนประถม โรงเรียนอยู่อีกหมู่บ้านหนึ่งเราสองคนพี่น้องต้องใช้เวลาถึง 2 ชม.เพื่อเดินไปเรียน...และเดินกลับบ้านวันหนึ่งในวันที่หิมะตกหนักผมทำถุงมือหายไปข้างหนึ่ง พี่สาวผมจึงได้ให้ถุงมือของเธอข้างหนึ่งและเธอก็ใส่ถุงมือเพียงข้างเดียวเดินเป็นระยะทางไกล เมื่อเรากลับถึงบ้านมือเธอบวมแดง เพราะอากาศหนาวเธอไม่สามารถจับช้อนทานข้าวได้ด้วยซ้ำ .......
นับจากวันนั้นผมสาบานกับตัวเองว่าตลอดชีวิตของผม ผมจะดูแลพี่สาวของผมให้ดีและจะทำดีกับเธอ"เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วสายตาทุกคู่ของแขกเหรื่อหันมาจับจ้องที่ฉันคำพูดจากปากฉันออกมาอย่างยากลำบาก ......."ในโลกใบนี้คนเดียวที่ฉันรู้สึกขอบคุณที่สุด คือน้องชายของฉันค่ะ"ในวาระที่มีความสุขที่สุดเช่นนี้ น้ำตาได้รินไหลออกมาจากสองตาของฉันอีกครั้ง...
จงรัก และห่วงใย คนที่คุณรักในทุกๆวัน ในชีวิตของคุณและเขาคุณอาจจะคิดว่าสิ่งที่คุณทำให้ใครสักคนเป็นเพียงสิ่งเล็กๆน้อยๆ แต่สำหรับคนคนนั้นอาจจะมีความหมายมากอย่างคาดไม่ถึง ไม่ว่าเขาคนนั้นจะคือพ่อ แม่ พี่ น้อง ญาติ คนรัก เพื่อน หรือแม้คนที่คุณไม่รู้จัก ก็ตาม........
ปล. ปัจจุบันผู้เป็น พี่สาวอายุ 86 ปี
ตำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารใหญ่ บริษัทฮุนได
และในเครือกว่า 20 บริษัท
น้องชายอายุ 83 ปี เป็นผู้ก่อตั้งบริษัทเล็กๆ
ที่มีชื่อเป็นภาษาเกาหลีว่า"ซัมซุง"
" ตั้งสติ ก่อนสตาร์ท"
กษิดิศ ขันธรัตน์
สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.)
ชั้น 1 อาคารราชประชาสมาสัย กรมควบคุมโรค
กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี 11000
โทร. 02-5883769 โทรสาร. 02-580-0518
มือถือ. 089-9432450
แนะนำบล็อก www.kasidisk.blogspot.com
เคยได้อ่านจาก FM เหมือนกัน แต่อ่านกี่ครั้งกี่ครั้งก็น้ำตาซึมอย่างว่าเลย
ความรักยิ่งใหญ่จนสามารถทำให้มีชีวิตที่ประสบผลสำเร็จได้อย่างสวยงามและน่าภาคภูมิใจ
เพราะฉะนั้นเราควรมอบความรักและความหวังดีให้กับคนที่เข้ามาในชีวิตของเรากันดีกว่านะคะ....
อ่านแล้วอึ้งเหมือนกันครับ กับความเด็ดเดี่ยวที่มีต่อความรักของสอพี่น้อง
อ่านกี่ครั้งก็ยัง ทรงคุณค่า ครับ ผ่านมาเยี่ยมเยียน
เอากล้วยมาฝากครับ
สวัสดีค่ะพี่ดา
ขอบคุณบันทึกดีๆ ขอให้พี่ดามีความสุขค่ะ
ขออนุญาตค่ะ...
แซวใน FB ยังไม่พอ ตามมาแซวถึงนี่อี๊ก...
สวัสดีค่ะพี่ดามาอ่านอีกครั้งจากที่ได้รับในFW นะคะ เป็นการเสียสละเพื่อน้องและในที่สุดก็ต้องพึงพาตนเอง อิอิ วันนี้คงสนุกกับการชมกระทงใหญ่นะคะ
อรุณสวัสดิ์เจ้าปี้ดา .. อ่านแล้วได้เวลาเตรียมนึ่งข้าว พอดีเลยค่ะ .. ลอยกระทงที่เวียงฯ เป็นไงบ้างคะพี่ สุขสันต์นะคะ
กึดเติงหาปี้ดาเจ้า เพราะว่าน้องเอากะลามาใส่ใบหัวปลี แล้วตกแต่งเป็นกระทง เจ้าน้องชายแซวว่า เดี๋ยวไปถึงแล้วเตรียมสั่งผัดไทย กินริมน้ำเลย ๕ ๕ ..
ขอบคุณสำหรับน้ำผลไม้หลากหลาย ได้ไอเดีย มากๆ ค่ะ :)
ประทับใจความรักที่มีคุณค่านี้..คุณดา เป็นผู้มีจิตใจดี จึงซาบซึ้งกับเรื่องเช่นนี้นะคะ..ขอบคุณที่นำมาแบ่งปัน..
เล่าเสร็จทั้งครูและเด็กต่างน้ำตาซึม อิอิ อายจัง...
สวัสดีค่ะ คุณพี่กีร์
ค่ะเราต้องมอบความรักความห่วงใยกันไว้เสมอนะคะ
สวัสดีค่ะ คุณวอญ่า
ค่ะอ่านแล้วอึ้งมาก ต้องอ่านจนจบเป็นน้องชายที่น่ารักมากๆ
สวัสดีค่ะ คุณเบดูอิน
มีพี่สาวน้องชาย หรือเปล่าค่ะ พี่ดามีพี่ชาย 1 รักน้องสาวคนเดียวคือพี่ดามากมายค่ะ มีน้องชาย 2 ก็รักพี่ดามากมาย เช่นกัน ทั้งๆที่ ทั้ง 4 คนไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกันตั้งแต่เล็กๆ เอ่ยแล้วคิดถึงพี่กับน้องแล้วซิ
สวัสดีค่ะ อาจารย์เอื้องแซะ
คืนลอยกระทงดาดูพระจ้นทร์อิ่มตามากค่ะสวยมากมาย นนี้ติ๋วก็แวะมาหาดาค่ะ
สวัสดีค่ะ น้องตูม
ตอบวันนี้ก็สนุกกับการตอบกันเมื่อสักพักค่ะ ม่วนหลายๆ
สวัสดีค่ะ อ.ขจิต
ขำพีกีร์ 2 คนเลย เดี๋ยวต้องแอบไปบอกพี่กีร์นะคะ วันนี้มีเรื่องขำกันมากมายค่ะ คุณเบดูอินโดนรุม มือหงิกเลย
สวัสดีค่ะ น้องpoo
พี่ดาไปชมหมวกเมฆสีรุ้งงดงามมายังไม่ได้แวะทักทายนะคะ แล้วผัดไทยอร่อยหรือเปล่าค่ะ พี่ดาชอบกินปลีกล้วยมากค่ะ โดยเฉพาะกับผัดไทย เต้าเจี๊ยวหลน ขนมน้ำพริก ของโปรดค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณพี่ใหญ่
ดอกกล้วยไม้สวยค่ะของดาพึ่งโรยไปค่ะ อยู่ได้นานมาก ขอบคุณมากนะคะ
สวัสดีค่ะ คุณธรรมทิพย์
ค่ะอ่านแล้วน้ำตาซึม ไม่ต้องอายค่ะ น้ำตาซึมเหมือนกันค่ะ ผู้ก่อตั้งบริษัทใหญ่มาจากความขยันอดทนกันเป็นส่วนใหญ่ ปัจจุบันคงมีไม่มากนะคะ
ผมมีพี่ชายกับพี่สาว ส่วนผมน้องสุดครับ แต่ผมเป็นน้องสุดท้องที่เข้าใจพี่ๆทากครับ ไม่เคยรบกวน มีแต่ห่วงใยพี่ๆครับ
สวัสดีค่ะ คุณต้นกล้า
เลยต้นกล้วยเลยค่ะ ขอบคุณมากค่ะกล้วยเครือยาวมาก ทราบหรือเปล่าค่ะว่า แกนของต้นกล้วยที่ตัดเครือออกแล้วมีประโยชน์มากมาย แล้วจะไปแวะถามที่บันทึกอีกทีนะคะ
สวัสดีค่ะ น้องหนูรี
ใช้น้ำมันมะพร้าวเป็นอย่างไรบ้างค่ะ พี่ดาอ่านข่าวเรื่องน้ำตาลคิดถึงหนูรีอยู่นะคะ ซึ้อเก็บไว้บ้างหรือยังค่ะ ได้ข่าวบ้างหรือยังค่ะ น้ำตาลอาจจะขาดตลาดและแพงขึ้นเพราะผู้ผลิตนำไปขายต่างประเทศได้ราคาดีกว่า น้ำตาลอาจไม่พอขายให้คนไทย
คุณเบดูอิน
พี่ๆก็คงรักน้องชายมากซินะคะ ที่มีน้องชายน่ารักห่วงใยพี่ๆเสมอ และมีพี่ๆน้องๆขึ้นมาอีกหลายๆคนนะคะ
เเวะมาส่งอาหารสุขภาพครับ
สวัสดีค่ะ คุณต้นกล้า
เป็นเมนูอาหารที่ถูกใจมากค่ะเพราะชอบทานปลีกล้วยกับหลนเต้าเจี้ยว เพราะชอบทานมากแต่ที่ปรกติทานจะใส่หมู ดึมากๆเลยจะได้ทำตามสูตรนี้เพราะกำลังพยายามงดหมูค่ะ ขอบคุณมากนะคะ
สวัสดีค่ะ น้องกุล
ค่ะอ่านแล้วประทับใจนะคะ พี่ดาก็มีพี่ชายที่รักพี่ดามาก อ่านแล้วก็ยิ่งคิดถึงค่ะ เราพี่น้องคอยช่วยเหลือกันแล้วอุ่นใจนะคะ ถึงแม้จะไม่ได้อยู่ใกล้กัน เราก็ยังคิดถึงกันได้ทุกเวลา อุ่นใจว่าเรายังมีพี่ มีน้องอยู่
คุณครูต๋อมจะได้กลับบ้านเมื่อไหร่ค่ะ ไม่มีวิธีไหนหรือค่ะที่ไม่ต้องผ่าตัดอีก มีอะไรทำให้มันฝ่อไปมั๊ยค่ะ ไปอยู่ตรงสมองต้องระวังมากกว่าจุดอื่นๆนะคะ หมอบอกหรือเปล่าค่ะว่าทำไมต้องผ่าตัดอีกในครั้งที่ 4 นี้