บ่ายวันที่ ๒๒ ต.ค. ๕๓ พอรถของน้องชายเข้าเขตตลาดนัดตำบลท่ายาง ผมก็ตื่นตาตื่นใจกับการเปลี่ยนแปลงของถนนปรมินทร์มรรคาช่วงที่ผ่านหน้าบ้านที่ผมเคยอยู่และเวลานี้เป็นบ้านน้องชาย ที่เป็นผู้ดูแลแม่อยู่
จากถนนที่สมัยผมเด็กๆ เป็นถนนลูกรัง หน้าฝนเป็นหลุมเป็นบ่อ มีน้ำอยู่ในหลุม เวลารถยนต์วิ่งผ่านอาจทับลงไปในหลุมทำให้น้ำสีส้มกระเด็นมาเปื้อน หน้าแล้งรถแล่นผ่านก็พาเอาฝุ่นกระจาย ผมขี่จักรยานไปโรงเรียนผมแดงทุกวัน
ถนนเป็นเช่นนี้อยู่นานมาก จนแม้ผมเรียนจบเป็นหมอแล้ว ถนนก็ยังเป็นถนนลูกรัง จนผมแปลกใจว่าถนนสายเศรษฐกิจ (ลำเลียงสัตว์น้ำที่ได้จากการประมงจากปากน้ำไปยังตัวเมืองหรือส่งกรุงเทพ) ทำไมทางการจึงปล่อยให้อยู่ในสภาพเช่นนั้น
ต่อมาเป็นถนนลาดยาง เมื่อมีนโยบายให้ถนนสายหลักๆ ของประเทศเป็น ๔ เลน ถนนสายนี้ก็ยังเป็น ๒ เลนอยู่นานมาก จนเมื่อ ๓ – ๔ ปีที่แล้ว ก็ค่อยๆ ขยายถนนนี้จากตัวจังหวัดอย่างช้าๆ มาทางบ้านผม โดยที่ขณะนั้นถนนปรมินทร์มรรคาส่วนจากตัวเมืองไปยังสี่แยกปฐมพร เป็นถนน ๔ เลนไปนานแล้ว
ถนนปรมินทร์มรรคาจากตัวจังหวัดมาถึงประมาณ ก.ม. ที่ ๕.๕ เป็นถนน ๔ เลนตามปกติ แต่ส่วนต่อจากนั้นมาผ่านหน้าบ้านผมไปหยุดที่วัดพิชัยยาราม เป็นถนน ๔ เลนพิเศษ คือมีเลนริมให้รถจอดข้างละเลน และมีเกาะกลางกว้างใหญ่มาก รวมทั้งมีไฟถนนสว่างไสว คือจริงๆ แล้วเป็นถนน ๖ เลน ที่ให้รถวิ่งได้ ๔ เลนนั่นเอง
จากหมู่บ้านที่เงียบ และมืด เวลาไปดูหนังกลางแปลงที่วัดเดินถือไต้ไป และเด็กบ้าอ่านหนังสืออย่างผมใช้ตะเกียงน้ำมันก๊าดให้แสงสว่าง เวลานี้ไปนั่งอ่านหนังสือที่ถนนได้
ผมถามน้องสะใภ้ผู้เป็นเจ้าของบ้านว่าต้นขนุนหน้าบ้านอยู่ตรงไหน เขาบอกว่าอยู่ที่เกาะกลางถนนตรงขอบด้านบ้านเรา และห้องนอนของเขาในอดีตอยู่กลางถนนพอดี ต้นขนุนนี้พ่อผมปลูกไว้หน้าบ้านด้วยความรอบคอบว่าจะช่วยป้องกันอันตรายจากรถยนต์ที่เสียหลักวิ่งมาชนบ้าน มีชีวิตอยู่ประมาณ ๓๐ ปีโดยไม่เคยต้องทำหน้าที่ปกป้องนั้น แต่ได้ทำหน้าที่ให้ผลสุก
สมัยผมเด็กมากๆ บริเวณบ้านหลังนี้และบริเวณที่กลายเป็นถนนเป็นที่ว่างมีต้นไม้ประปราย และตอนนั้นที่บ้านเราไม่มีส้วม เวลาจะถ่ายอุจจาระก็เดินเข้าสวนส่วนที่รกหน่อย ถือจอบกับกระดาษหนังสือพิมพ์ไปด้วย จอบใช้ขุดหลุมตื้นๆ อึเสร็จชำระด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ที่ขยี้ให้นุ่ม แล้วกลบดิน ต้นไม้แถวนั้นงามมาก ขออภัยที่เอาเรื่องนี้มาเล่า ตอนนั้นผมเห็นหลักปูนซีเมนต์ปักอยู่เขียนว่า ขทล ผู้ใหญ่บอกว่าย่อมาจากเขตทางหลวง เป็นการบอกให้รู้ว่าถนนอาจขยายมาถึงตรงนั้น เท่ากับว่าแถวทางเท้าริมถนนเวลานี้ สมัย ๖๐ ปีก่อนผมเคยมานั่งถ่ายอุจจาระ ขออภัยเป็นครั้งที่ ๒ ที่เล่าเพราะต้องการให้เด็กรุ่นหลังได้ทราบว่าชีวิตบ้านนอกสมัยก่อนเราอยู่กันอย่างไร
น้องชายนักโบราณคดีชาวบ้านสันนิษฐานว่าบริเวณบ้านนี้สมัย ร. ๑ – ๒ เป็นชายขอบของเมือง และเป็นป่าช้า ของวัดโบราณที่อยู่ริมคลองและร้างไปนานมากแล้ว ตอนผมเป็นเด็กก็ร้างไปนานแล้ว แต่ก็รู้กันว่าบริเวณนั้นเคยเป็นวัด ตอนที่พ่อของผมจะมาปลูกบ้านอยู่ยังมีคนว่าบริเวณนี้ใครมาอยู่จะไม่เจริญ แต่บ้านผมทั้งบ้านไม่เชื่อเรื่องแบบนี้ พ่อผมจึงมาอยู่อย่างไม่สะทกสะท้าน และช่วงที่มาอยู่บ้านนี้แหละที่การก่อร่างสร้างฐานะขึ้นสู่ขีดสูงสุด
บริเวณนี้เรียกว่าตลาดนัดท่ายาง ซึ่งสมัยผมเด็กๆ ติดตลาดในวันอาทิตย์และวันพฤหัส ใช้ถนนเป็นที่ติดตลาดนัด ผมได้รับการฝึกเป็นพ่อค้าที่นี่ โดยสินค้าได้แก่ถั่วงอก ปลีกล้วย กล้วยน้ำว้า หัวมัน ใบตอง เป็นต้น ปูเสื่อวางของขายริมทาง ลูกค้าเดินดูของกันกลางถนน นานๆ รถยนต์มาก็หลบเข้าข้างทาง จนต่อมารถยนต์แล่นไม่ขาดสายตลาดนัดก็เข้าไปอยู่ในพื้นที่วัดเก่า และค่อยๆ โรยราไป เพราะเวลานี้ไปซื้อที่ตลาดก็สะดวก ระยะทางแค่ ๖ ก.ม.
เรื่องผลการฝึกเป็นพ่อค้าที่ตลาดนัดของผมนั้น แม่ประเมินผลว่าไม่มีหน่วยก้าน เพราะเป็นเด็กขี้อาย ไม่ฉะฉานพอที่จะเป็นพ่อค้าที่ดี แม่จะเปรียบเทียบกับเด็กอีกคนหนึ่งที่อยู่ที่ปากน้ำและอายุปีเดียวกับผม ที่เป็นคนคล่องแคล่วด้านการติดต่อค้าขายมาก แม่บอกทำนองเสียใจว่าลูกชายคนโตไม่เอาถ่าน
พอมีถนนทันสมัยแบบนี้ แถวนี้ก็กลายเป็นย่านชุมชนที่บ้านเรือนสวยงามและคึกคัก บริเวณที่เมื่อร้อยปีก่อนเป็นย่านตลาด ยาวไปตามแนวคลอง ก็กลายเป็นย่านเมืองเก่าที่อยู่กันแบบเงียบๆ เรียบๆ ความคึกคักย้ายมาอยู่ริมถนนนานแล้ว ตั้งแต่ผมเป็นเด็ก และเวลานี้ความแตกต่างยิ่งชัดเจนยิ่งขึ้น
วิจารณ์ พานิช
๒๕ ต.ค. ๕๓
|
ถนนหน้าบ้านยามค่ำคืนไฟถนนสว่างไสว ไฟที่เห็นไกลๆ เป็นบริเวณงานวัดพิชัยยารามที่อยู่ห่างออกไปประมาณ ๔๐๐ เมตร
|
|
บ้านน้องชายที่สร้างโดยพ่อเมื่อประมาณ ๔๐ ปีมาแล้ว ที่ดินว่างนั้นเมื่อก่อนเคยเป็นโรงสี
|
|
ถนนหน้าบ้าน ยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์
|
|
ถ่ายจากหน้าบ้านไปทางฝั่งตรงกันข้ามและหันไปทางทิศใต้
|
|
แม่กับลูกชายคนที่ ๓ และคนที่ ๖ คุยกันหลังครวจความดันโลหิตและเจาะเลือดตรวจเบาหวาน ลูกของแม่ ๖ คน เป็นเบาหวานแล้ว ๓ คน คือคนที่ ๑, ๓, ๔
|
|
หลานชายอายุ ๑๒ ขวบ เรียน ป. ๖ อ่านหนังสือ Sherlock Holmes ฉบับเขียนใหม่ให้อ่านง่าย เป็นภาษาอังกฤษ
|
|
แม่กับลูกชายคนที่ ๑
|
|
หมวกชนิดที่ผมใช้กันฝนสมัยเด็กๆ เรียกว่าหมวกกุยเล้ย เดี๋ยวนี้หาดูยาก น้องชายซื้อมาจากทางเหนือ
|
|
ด้านในของหมวก
|
|
ชาวประมงเอาปูม้าเป็นๆ มาขาย เขารู้ว่าบ้านนี้เป้นเจ้าประจำ
|









