เยาวชน ท้อง แท้ง ทิ้ง


เยาวชน ท้อง แท้ง ทิ้ง  

                                                 

                                                                     

            สองข่าวใหญ่เกี่ยวกับปัญหาเพศของเยาวชนไทย ที่เวทีผู้ใหญ่ใส่ใจพูดถึงอยู่เสมอ

            1.สังคมไทยมีแม่วัยเด็ก  มากเป็นอันดับหนึ่งของเอเซีย หรืออันดับสี่ของโลก (สถิติมาจากไหน ใครพูดไว้ ต้องติดตามหา )  แต่ที่แน่แท้คือ เรามีแม่วัยเด็กเพิ่มขึ้นมากจริงๆ 

            2.สังคมไทยมีวัยรุ่นท้องแล้วไปทำแท้งกันมาก  หมอบางคนบอกว่ามีมากกว่า  2  แสนคนในแต่ละปี (สถิติมาจากไหน ใครพูดไว้ ต้องติดตามหา) แต่ที่แน่แท้คือ เรามีวัยรุ่น ตกทุกข์ตกอับหาทางออกด้วยการไปทำแท้งมากจริงๆ

            จึงเป็นที่สรุปได้ว่า สังคมไทยมาถึงทางสองแพร่งแห่งความน่าสงสาร

            ทางสายที่หนึ่ง  วัยรุ่นกลัวบาป กลัวเจ็บ มีคนช่วยเหลือ  ตัดสินใจกัดฟันอดทนดูแลเด็กในท้องจนคลอด  กระทั่งตัวเองกลายเป็นแม่วัยเด็ก  ที่ผู้ใหญ่ห่วงกังวลว่าแม่วัยขนาดนี้จะเลี้ยงดูลูกไหวหรือ  หรือเลี้ยงลูกได้ดีหรือเปล่า  หรือคลอดแล้วจะนำลูกไปทิ้งตามที่ต่างๆ  จนผู้ใหญ่กำลังคิดทำการใหญ่ ยกเอาเรื่องนี้ขึ้นเป็นวาระแห่งชาติในเร็ว ๆ นี้

            ทางสายที่สอง  วัยรุ่นตกอับ หมดทางไป กลัวอายไม่กลัวเจ็บไม่กลัวบาป  มีคลีนิคบางแห่งคอยช่วยเหลือ  ตัดสินใจแอบไปหาไปทำแท้ง  หลุดจากความทุกข์ ออกมาตั้งหลักชีวิตใหม่ที่จะไม่พลาดไปท้องซ้ำ (สถิติที่เขามักกล่าวกันคือ ทำแท้งซ้ำมีอยู่ราวร้อยละ 10 ) คำถามคือ  เรื่องนี้จะถูกยกขึ้นป็นวาระแห่งชาติอีกไหม

         เรื่องนี้ผมถูกสอบถาม ถูกสัมภาษณ์มาก  ลงข่าวตรงมั่งไม่ตรงมั่ง เป็นธรรมดา  จึงขอสรุปความคิดเห็นของตัวเองให้ประจักษ์ชัดเจนไว้ ดังนี้

              หนึ่ง  ผมไม่ปฏิเสธการมุ่งสอนให้เด็กหญิง  รักนวลสงวนตัว  ควบคู่ไปสอนเด็กชายไม่ไปละเมิดทางเพศเด็กหญิง  สอนและบอกกันให้มากเถิดครับ จะได้เป็นหนทางป้องกันที่ได้ผลต่อไป บทบาทนี้ครอบครัวต้องไม่ปฏิเสธการทำหน้าที่ ที่ ต้องจริงจัง

              สอง   ผมยอมรับความจริงว่า เด็กวัยรุ่นสมัยนี้มีเพศสัมพันธ์กันง่ายและมาก  แต่ผมไม่ยอมรับการมีเพศสัมพันธ์ที่มั่วและไม่รู้จักป้องกันตนเอง  ผมจึงขอเสนอให้ระดมการสอนเด็กและวัยรุ่นให้เข้าใจในเรื่อง การป้องกันการตั้งครรภ์  ทั้งรู้จักการใช้ถุงยางอนามัย  การรู้จักยาคุมกำเนิดและยาคุมฉุกเฉินหลังมีเพศสัมพันธ์ไม่เกิน 72 ชั่วโมง  โดยมีข้อห่วงใยที่ต้องตระหนักร่วมว่า

                     --ต้องเตรียมครูให้พร้อม  มีอุปกรณ์การสอนที่เป็นสื่อเข้าใจง่ายและถูกต้องให้แก่ครู

                     --ต้องชี้ให้ผู้ปกครองเด็กและเยาวชนเข้าใจว่า ต้องสอนเรื่องเหล่านี้  การสอนเช่นนี้ไม่ใช่การชี้โพรงให้กระรอก  และไม่ได้มีส่วนเพิ่มการมีเพศสัมพันธ์ให้แก่เด็ก เพราะเด็กเรียนรู้การมีเพศสัมพันธ์และถูกกระตุ้นความต้องการทางเพศจากสื่อลามกในหลายๆ หนทาง  มีเหล้าและยาที่ทำให้ขาดสติจนเสียตัวได้ง่ายเป็นองค์ประกอบสำคัญ เป็นสิ่งกระตุ้นเร้ามากกว่าการสอนเรื่องเหล่านี้

                     --มิติการให้ความรู้นี้ จำเป็นต้องอาศัยสื่อทันสมัยเป็นส่วนสำคัญในการสร้างการเรียนรู้อย่างกว้างขวางและฝ่ายการแพทย์เองต้องมีส่วนก้าวเข้ามาร่วมให้ความรู้เคียงคู่ไปกับครูทั้งหลายด้วย ไม่ใช่มุ่งออกกฎหมายบังคับให้ครูสอนเรื่องเพศศึกษาแก่เด็กโดยฝ่ายการแพทย์ไม่เข้ามีส่วนร่วมเหมือนที่กำลังจะทำอยู่ในอีกไม่นาน

                สาม   แม้จะให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องเพศแล้ว  เชื่อว่าการพลาดจนตั้งท้องก็ยังคงมีอยู่ไม่น้อย  ดังนั้น ภายใต้สภาวะที่หญิงหรือวัยรุ่นท้อง พวกเธอเหล่านั้นจะตกอยู่ในภาวะเคว้งคว้าง  จำเป็นที่จะต้องมีศูนย์ให้คำปรึกษาที่เข้าถึงได้ง่าย มีผู้รู้ เครื่องมือและคำตอบชี้แนะให้ เพราะการมีศูนย์เช่นนี้จะช่วยให้หญิงหรือวัยรุ่นที่กำลังตั้งครรภ์ได้เข้าถึงคนที่เข้าใจและช่วยได้  ผลการทำงานในลักษณะนี้ของหลายองค์กร ทำให้พวกเธอจำนวนมากตัดสินใจเอาลูกไว้  ภายใต้การใส่ใจประคับประคองดูแลเธอและลูกในท้องไปจนคลอดและหลังคลอดอย่างปลอดภัย ไม่ทุกข์ยากลำบาก

                  สี่  ขยายขอบเขตการทำแท้งให้มากกว่าเงื่อนไขเดิมที่ให้ทำเฉพาะกรณีหญิงถูกข่มขืนหรือแม่จะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต  ส่วนจะขยายไปในกรณีเช่นไร มากเพียงไหน ภายใต้การมีส่วนร่วมตัดสินใจของหญิงตั้งครรภ์  เป็นเรื่องที่ควรจะถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณากันอย่างจริงจังเสียที

                  หวังว่าข้อเสนอเหล่านี้ จะพอเพียงแต่การคิดต่อ ต่อการนำไปสู่การเยียวยาสังคมและบาดแผลของวัยรุ่นหญิงทั้งหลายได้บ้าง

...............................................................................................

คำสำคัญ (Tags): #ท้อง แท้ง ทิ้ง
หมายเลขบันทึก: 409496เขียนเมื่อ 21 พฤศจิกายน 2010 15:10 น. ()แก้ไขเมื่อ 24 มิถุนายน 2012 00:21 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (62)

  ***  รอคอยคุณครูหยุย  แสดงความคิดเห็นและเสนอแนะแนวทางการแก้ปัญหานี้อยู่ด้วยความหวังนะคะ     สิ่งแวดล้อมของสังคมไทยเปิดรับวัฒนธรรมที่ให้อิสระกับเยาวชนทุกๆด้านเร็วไปหน่อย  โดยไม่ทันได้วางแผนให้รอบคอบ   ซึ่งบางครอบครัวมองข้ามความสำคัญในด้านการปลูกฝัง-อบรมสั่งสอนทั้งด้านคุณลักษณะนิสัยและระเบียบวินัยขั้นพื้นฐาน ที่มีความจำเป็นในการปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมสมัยใหม่ที่มีความยั่วยุทางกิเลส -ตัณหา และอบายมุขต่างๆฯลฯ ไปอย่างน่าเสียดาย ***



                                                          Devil drinks                   

K.Pually ครับ เรื่องนี้ค่อนข้างยากและละเอียดอ่อน แต่คงต้องลุกขึ้นทำอะไรกันบ้างเพื่อปกป้องดูแลเยาวชนที่รู้ไม่เท่าทันนะครับ

เรียนท่านอาจารย์ครูหยุยครับ

  อ่านบทความของท่านอาจารย์ครูหยุยแล้วมีสองข้อที่ผมเห็นถึงทางแก้ที่พบบ่อยนั่นคือ
  เรา ต้องแก้ที่ ผล มากกว่าเหตุ หรือ เรา ต้องแก้ที่ เหตุ มากกว่า ผล
  เรา มักแก้ที่ ผล มากกว่า จะเหนื่อยมากกว่า เพราะ แก้ผลเสร็จ เหตุเกิดขึ้นใหม่ ก็ตามแก้ต่อไปเรื่อยๆ
  คำตอบเลยต้องลงเอยที่ เรา ต้องแก้ที่ เหตุ มากกว่า คำถามคือ จะแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่
  คำตอบบางทีเลยต้องบอกว่า เจอกันคนละครึ่งทาง คือ แก้ทั้งผล และ แก้ทั้งเหตุ
  บางคนก็บอกว่า แก้ที่แรงจูงใจที่ทำให้เกิดเหตุด้วย
ข้อคิดเห็นของท่านอาจารย์ ได้ข้อคิดดีจริงๆ ครับ

ขอบพระคุณครับ

สวัสดีค่ะอาจารย์

  • ติดตามข่าวด้วยความไม่สบายใจเลยค่ะ
  • บันทึกของอาจารย์เป็นบันทึกที่อ่านแล้วมีประโยชน์มากค่ะ
  • ไม่ปฏิเสธค่ะว่า เด็กหญิงสมัยนี้ ค่อนข้างจะปล่อยเนื้อปล่อยตัวจนเกินไป
  • เด็กตั้งครรภ์ในวัยเรียนมีมากค่ะ บางรายเพิ่งจะ ม.ต้น (ที่ไม่เป็นข่าว)
  • ข้อเสนอของอาจารย์น่าจะเป็นทางออกที่ดีได้ระดับหนึ่งนะคะ

คุณณัฐวรรธน์ครับ ก่อนอื่นขอเป็นครูหยุยก่อนนะครับ เพราะเป็นทั้งอาจารย์ทั้งครูแล้วเป็นมากไปครับ ส่วนอะไรแก้ที่เหตุ ที่ผล หรือแก้ไปพร้อมกันนั้น ผมสนใจทั้งนั้นครับ ขอให้ช่วยป้องกันหรือลดปัญหาหรือช่วยผู้ประสบปัญหาได้ ก็พอใจครับ

อิงจันทร์ครับ เพียงเห็นภาพเรียงรายเป็นตับ ใจก็ระส่ำและหดหู่มากแล้ว ก็ได้แต่พยายามทำทุกทางให้เป็นทางออกสำหรับเรื่องนี้บ้าง

สวัสดีค่ะ ครูหยุย

เห็นด้วยกับครูหยุยทุกข้อเลยค่ะ และขอเสริมเรื่องสถานศึกษาที่ต้องเปิดโอกาสให้ผู้หญิงที่ท้องด้วย

ทั้งมัธยม และมหาวิทยาลัย เคยอ่านความเห็นของคนที่คัดค้านเรื่องนี้ โดยเขาให้เหตุผลว่า

๑.เมื่อให้คนท้องเรียนต่อได้ ไม่ยุติธรรมในเรื่องการให้เกรด เช่น วิชาพละ "คนท้องทำได้ไม่เท่ากับคนปกติแล้วจะหยวนให้เกรดไปอย่างงั้นหรอ"

๒.เด็กอาย เข้ากับเพื่อนไม่ได้ ปัญหาสังคม

๒.ทำให้คนมีเพศสัมพันธ์มากขึ้น

หนูมีความเห็นว่า กฎหมายนี้เอื้อประโยชน์ให้หญิงชายเท่าเทียมในเรื่องการศึกษามากกว่า เวลามีเรื่องฝ่ายชายได้เรียนต่อ จบมีงานทำที่ดี แต่ฝ่ายหญิงถูกไล่ออกทันที หมดอนาคต (ยิ่งถ้าอยู่ม.๖ อีกสองเดือนจะจบ อดได้วุฒิม.๖ เลย) ถ้ากลัวไม่ยุติธรรมเรื่องเกรด ก็ให้เด็กพักการเรียน คงสถานะไว้ คลอดเสร็จ มาเรียนต่อให้จบ หรือย้ายโรงเรียนก็ได้ อย่างน้อยยังได้วุฒิ และหนูว่าคนที่จะมีอะไรๆ ก็เป็นกลุ่มคนนั้นๆอยู่แล้ว ส่วนคนที่ไม่ทำ อย่างไงๆก็ไม่ทำหรอกค่ะ ไม่น่าจะทำให้สถิติการมีเพศสัมพันธ์มากขึ้นหรือน้อยลง

มีแค่รู้หรือไม่รู้เท่านั้น

ท.อินทร์ครับ กฎหมายที่เขากำลังพยายามเสนอ ก็เน้นกรณีท้องเรียนได้ ลาคลอด คลอดเสร็จเรียนต่อได้ แต่คงมีรายละเอียดที่ต้องหารือกันให้ชัดว่า เมื่อมีสถานการณ์จริงเกิดขึ้นจะทำกันในลักษณะใดจึงดูดี ปัจจุบันที่ทำกันอยู่คือ หยุดเรียนชั่วคราว คลอดแล้วเรียนต่อ หรือหยุดแล้วไปเรียน กศน. คลอดแล้วมาเรียนต่อในระบบ

สวัสดีครับครูหยุย

ประเด็นนี้ ควรค้นหาข้อสรุปที่ชัดเจนสักนิดว่า ในส่วนหน่วยงาน/ภาคีต่างๆที่เกี่ยวข้อง

1. ได้ดำเนินการกำหนดบทบาทภารกิจหน้าที่ วางแนวทางปฎิบัติในการป้องกันและแก้ไขปัญหา "ท้อง แท้ง ทิ้ง" นี้ ตั้งแต่ในอดีตจนถีงปัจจุบันอย่างไรบ้าง อาทิ กระทรวงสาธารณสุขเน้นให้บุคค่กลในสังกัดจัดทำโครงการออกตรวจเยี่ยมตามหอพักนักเเรียนนักศักษา ให้ความร้เรื่องการใช้ถุงยางอนามัย ทั้งเพศชายและเพศหญิง กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยื ออกตรวจเยี่ยมหอพักให้ปฏิบัติตามกฎหมาย กล่าวคือ หอพักจะไม่อย่ปนกัน หอพักชายก็ชายล้วน หกพักหญิงก็หญิงล้วน ไม่มีชายกับหญิงพักอย่ด้วยกัน สำนักงานตำรวจเห่งชาติออกตรวจตรากล่มเด็กและวัยร่นเที่ยวกลางคืน สถาบันการศึกษาให้ความร้เรื่องการเพศสัมพันธ์ หรือจัดสารวัตรนักเรียนออกตรวจตรานักเรียน/นักศึกษา กลุ่มเป้าหมาย กรมประชาสัมพันธ์ให้ความร้แก่ประชาชน(เน้นกลุ่มผู้ปกครอง)เป็นต้น คงต้องดำเนินต่อไปมากขึ้น

2.ควรเสนอแนะแนวทางปฏิบัติเพิ่มเติมนอกเหนือจากข้อ 1 กำหนดหน่วยงาน/ภาคีที่รับผิดชอบให้ชัดเจน ซึ่งต้องระดมความคิดกันต่อไปครับ

ป.โก๋ครับ เมื่อถึงคราวต้องดำเนินการอย่างจริงจัง รายละเอียดจากทุกหน่วยงานจะหลั่งไหลเข้ามา สำคัญมากที่พบคือ ทำนะ ทำอยู่ แต่....จากความเป็นจริงก็คือ ทำไม่จริงเท่านั้นเอง ทุกอย่างจึงหมักหมมและหนักขึ้นเรื่อยๆ ในทุกเรื่อง

สวัสดีค่ะ

ทราบข่าวทางโทรทัศน์จิตใจก็หดหู่มากค่ะ  แล้วยังมีเพิ่มขึ้นอีกตั้งมากมาย ตามประสบการณ์ที่ผ่านมา  โรงเรียนแถวบ้านนอกเพียงแค่มีครูรักและเอาใจใส่ ให้ความอบอุ่นแก่เด็ก  สามารถแก้ปัญหาได้ค่ะ

เด็กชั้นมัธยมต้นแก้ไขไม่ยากค่ะ  สำหรับผู้ปกครองที่บ้านนอกนั้น เขาปากกัดตีนถีบ มีเวลาให้กับลูกน้อย และอีกอย่างพื้นฐานทางการศึกษาก็มีส่วนที่ทำให้เขาไม่เข้าใจเข้าใจวิธีการเลี้ยงลูก

สิ่งที่สำคัญ "การให้โอกาสแก่เด็ก" จะทำให้เด็กรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า  ส่งผลให้การอบรมสั่งสอนความรักนวลสงวนตัว การสอนให้ผู้ชายรักและให้เกียรติเพศหญิงก็จะง่ายขึ้น

พูดไปพูดมาก็ทำให้คับข้องใจมากขึ้น  ขอเป็นกำลังใจให้การแก้ปัญหาและวิธีการหาทางออกได้สำเร็จนะคะ

  • สุขสันต์วันลอยกระทงค่ะ คุณครูหยุย
  • "เด็กวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า" 
  • เด็กที่ป่วยทั้งกายทั้งใจ "ขาดรัก" จึงหาสิ่งทดแทนในทางผิด
  • อ่านแล้วก็ได้แต่สะท้อนใจ...
  • ขอบพระคุณทางออกทางเลือกดี ๆ ที่พอเห็นรำไรให้สังคมที่พิการทางใจ

หลักของครูคิมดีและชัดเจนมากครับ หากครูทั้งหลายใส่ใจมากขึ้น เด็กๆ มีทางเลือกทางรอดเพิ่มขึ้แน่นอน

ธรรมทิพย์ครับ เด็กป่วยกายใจ ขาดรัก หาสิ่งทดแทนที่ผิด ชัดแจ้งดีครับ เมื่อได้อ่านแล้วก็ทำให้นึกถึงหลักศาสนาที่มีส่วนนำสติเด็กและเยาวชนคืนมาได้มากเช่นกัน

  • ปัญหามีแต่จะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ นะคะ ได้แต่สังเกตอยู่เงียบ

เชียร์ครูหยุยค่ะ เป็นคนหัวเก่า อยากให้ อนุภาพ อยู่ที่ข้อ 1 เป็นปราการที่เข้มแข็ง......เฮ้อ

สวัสดีค่ะคุณครูครูหยุย Ico32

สุขสันต์วันลอยกระทงนะคะ... อธิษฐานขอขมาแม่พระคงคาที่ได้ล่วงล้ำก่ำเกินโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และขอตั้งจิตอธิษฐานขอให้หมดเคราะห์โศกโรคภัยทั้งหลายจงลอยไปกับสายน้ำ ให้ชีวิตที่จะดำเนินต่อไปข้างหน้านี้ประสบแต่ความสุขสมปรารถนาเทอญ...

 

* ครูใจดีพึ่งเข้ามาที่ G2K วันนี้วันแรก หลังจากที่หายไป มีปัญหาเกี่ยวกับสายตาค่ะ และปวดร้าวที่ต้นคอและหลัง นั่งนานไม่ได้ กำลังรักษาด้วยการฝังเข็ม และทำกายภาพบำบัดทุกวันค่ะ  ถ้าค่อยยังชั่วจะเข้ามาหาบ่อยๆ นะคะ 

* ระลึกถึงเสมอค่ะ

 

น่าเป็นห่วงมากจริงๆ ไม่รู้ว่าคืนลอยกระทงจะเกิดอะไรขึ้นบ้างคนเยาวชน

ตั้งแต่ตีเด็กนักเรียนไม่ได้ ให้นักเรียนสอบตกไม่ได้ ให้นักเรียนท้องได้พอคลอดก็กลับมาเรียนต่อได้อีก เหมือนกับการให้ท้ายเด็ก ทำให้เด็กขาดความรับผิดชอบ เพราะเรียนหรือไม่เรียนก็สอบได้ ปัจจุบันนี้แม้นักศึกษาที่กำลังเรียนมหาวิทยาลัยคำง่าย ๆก็สะกดไม่ถูกต้อง เช่น ปรารถนา ก็เขียนเป็น ปราถนา ยังมีอีกเยอะที่ทราบเพราะเคยเป็นครูพี่เลี้ยงจากการที่มหาวิทยาลัยส่งนักศึกษามาสอนฝึกประสบการณ์ เงินกู้ที่ได้มาก็นำมาซื้อรถจักรยานยนต์ แล้วเช่าบ้านอยู่กันเป็นคู่ ๆ พ่อแม่ก็ให้ท้าย ไม่ว่าอะไร เด็กมัธยมก็เลียนแบบ สุดท้ายก็ต้องมาแก้ปัญญหา เมื่อมีเรื่องที่ประจานกันไปทั้งประเทศ การแก้ปัญหาไม่สำเร็จ เพราะทุกฝ่ายไม่ร่วมมือกัน ภาษาไทยปัจจุบันก็อ่านตามความนิยม ไม่มีหลักเกณฑ์เหมือนเดิม ทำให้ภาษาไทยวิบัติ เป็นคนไทยต้องรักษาเอกลักษณ์ของไทยไว้ เคยมีวิทยากรบางท่านพูด เกี่ยวกับการแต่งกายประจำชาติ เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี พอสวมชุดก็ทราบว่าเป็นประเทศเขา แต่คนไทยสวมชุดแล้วดูไม่ออกว่าเป็นคนไทย เราควรจะหันหน้าเข้าหากันให้อภัยซึ่งกันและกันแล้วร่วมมือกันแก้ปัญหาของสังคมที่เกิดขึ้น ให้ประเทศไทยคงอยู่และมีเอกลักษณ์ของความเป็นไทยที่แท้จริง

สวัสดีค่ะ คุณครูหยุยที่เคารพ

  • เยาวชนไทยของเราในช่วงหลัง...มีค่านิยมผิดเพี้ยนไปหลายๆเรื่อง ก่อนหน้านี้ครูนกห่วงเขาเรื่อง ยาเสพติด ตอนนี้ก็เรื่องความสัมพันธ์ทางเพศที่เกิดจากความประมาท ความอยากรู้ และอีกหลายๆ สาเหตุ
  • เรื่องนี้จะคลี่คลายไปได้ทุกฝ่ายในสังคมต้องร่วมมือกันค่ะ โดยเฉพาะสถาบันครอบครัว  การเลี้ยงลูกด้วยเงิน...ผลลัพธ์ก็มีให้เห็นมากมาย  และสถานศึกษาอีกก็จะดูแลนักเรียนด้วยระบบเอกสารเป็นหลักไม่ได้แล้วค่ะ ผู้ใหญ่ในสังคมต้องเปลี่ยนความคิดและทำหน้าที่ของผู้ใหญ่ หากเราคิดว่า "ธุระไม่ใช่" หรือ "อย่าไปยุ่งเลย...ไม่ใช่ลูกไม่ใช่หลานเรา"....อนาคตของชาติอยู่ที่เยาวชน
  • เป็นกำลังใจให้ทุกๆฝ่ายที่ทำหน้าที่ดูแล พัฒนาเยาวชนไทยค่ะ

สมัย ก่อน ผมเคย ไป สอน นักเรียนมัธยม ๑๐-๑๑ ปี ก่อน ผมไปสอนนักเรียนแบบหน้าด้านมาก ไป รร. เพื่อสอน หัวข้อที่ว่า เด็กยุคใหม่ฟันไม่ท้อง ตั้งสิบสามรอบ โครงการเด็กยุคใหม่ฟันไม่ท้อง และไม่ติดเอดส์ ได้ผลดีมาก เด็กไม่ท้องเลย

ไม่ติดเอด์เลยสัก คน แต่ผม ถูกรุมด่าไป สามเดือน โชคดีที่ นายอำเภอ ไม่เอาเรื่อง สมัยก่อน ผม ต้อง ไปดูแลประครอง ประครองคนไข้เอดส์ จนตาย เมื่อก่อนไม่มียาเอดส์ครับ ไปหลายคน ก็เลยทนไม่ไหว  ว่า เรายอมไม่ได้ หน้าด้านทำไป

เลยการ เป้นเภสัชแกะดำ ตั้งแต่บัดนั้น เป็นต้นมา โชคดี ที่เภสัชกรไทยเก่ง ทำยา

เอดส์ราคาถูกออกมาได้ อิๆ

ป้าพธูครับ จริงอย่างป้าว่า ปัญหามันทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

วิริยะหนอ ผมก็ยังมุ่งหวังจะเป็นเช่นที่ว่าเช่นกันคือไม่ให้มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร แต่ในทางหนึ่งก็ยอมรับความจริงว่า มันเป็นเช่นนี้แล้ว ต้องทำให้ไม่ท้อง ไม่ให้ติดโรคเอดส์

ครูใจดีครับ ผมเริ่มมีอาการคล้ายครูมากขึ้น เพียงแต่ปวดที่สะบักซ้าย เลยต้องปรับตัวใหม่ ใช้เครื่องสักราว 20 นาทีก็หยุดไปทำอย่างอื่นแล้วค่อยหวนมาใหม่ ดีขึ้นมากเลยครับ อย่างไรก็ดูแลสุขภาพให้มากนะครับ นานๆ มาแจมสักครั้งก็ใช้ได้แล้วครับ

เบดูอินครับ คืนไหนๆ ก็เป็นช่วงเวลาที่แย่ครับสำหรับเยาวชนที่ตกเป็นทาสของอบายมุขและความต้องการทางเพศ เพียงแต่วันประเพณีที่ต้องอยู่กันมืดค่ำอาจเป็นหนทางสนองตัญหาได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม

สวัสดีครับ คุรครูหยุยที่เคารพ

ผมมีข้อคิดเห็น ผมเห็นว่า ครอบครัวนั้นมีส่วนสำคัญมาก ความรักของแม่ที่มีความเป็นแม่ จะทำให้ลูกรักแม่ ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ความเป็นแม่เห็นแก่แม่ ไม่ต้องการให้แม่ เสียใจ ผมคิดว่ามีส่วน ในสภาพที่สังคมเปลี่ยนไป แม่ส่วนหนึ่งก็จำเป็นที่จะต้องทำหน้าที่เช่นพ่อ เราจำมีความเป็นพ่อ สองคนในบ้าน เมื่อมีพ่อสองคนเรื่องวุ่นๆก็เกิดขึ้นหากพ่อเป็นบุคคลที่คอยเอาเปรียบคนในบ้าน หรือ เอาเปรียบคนนอกบ้าน เอาเปรียบสังคม ลูกจะเรียนรู้เพื่อหาความสุขสนาน ความรู้สึกถึงแม่ลดลง คนที่เป็นแม่เหลือความเป็นแม่น้อยกว่าคำว่าแม่ การเรียนรู้สิ่งผิดในอดีตเรื่องเพศ เรื่องความสัมพันธ์ เรื่องอำนาจ รวมถึงเรียนเรื่องสิ่งดีงามที่เราเคนเป็นมาในอดีต มีความสำคัญ ผมคิดว่ามีสิ่งดีงามในวัฒนธรรมของเรามีมากที่พูดทุกๆวันได้ เราจำเป็นที่จะต้องพูดถึงคนตัวเล็กในสังคมของเรามาขึ้น แล้วจะเห็นว่าความเลวร้ายที่เกิดขึ้น มีเชื้อกำเนิดจากผู้คนที่มีอำนาจในสังคม เกือบทั้งหมด อำนาจเงิน อำนาจสื่อ อำนาจ....

ผมคิดว่าผมรักแม่พอที่จะไม่ทำให้ผู้เป็นเพศแม่เสียใจ อาจเป็นเรื่องพื้นฐานแต่คิดว่าจำเป็น

นพดล

สวัสดีคะ ครูหยุย

เห็นข่าวแล้วน่าตกใจกับจำนวนเด็ก ค่ะ สองพันกว่า

แล้วที่ไม่เป็นข่าวอีกล่ะค่ะ ไม่อยากจะคิดเลยค่ะ

อ่านและชมภาพข่าวแล้วก็หดหู่ใจ และก็แปลกใจไม่น้อยว่า ทำไมสื่อถึงไม่ออกข่าวหน้าหนึ่งพอประมาณพาดหัวข่าวตัวใหญ่เพื่อขายข่าวให้คนไทย  แต่ทำให้เป็นข่าวที่มองประเทศไทยไม่ดีเลย สื่อต่างประเทศนำออกข่าวเหมือนเป็นการประจานประเทศไทยไปทั่วโลก เมืองพุทธแท้ๆ หนังสือพิมพ์ เจ้าของก็เป็นคนไทย ไม่มีการพิจารณาเลยหรือค่ะศพทารกเรียงเป็นแถว ภาพไปทั่วโลกเลย สงสารภาพรวมประเทศไทยของเรานะคะ

noktalay ครับ หากทุกฝ่ายร่วมกันดูแลอย่างจริงจัง โดยมีพื้นฐานครอบครัวที่ดี ปัญหาเหลือน้อยครับ

ศุภรักษ์ครับ ความก้าวหน้าในสิ่งที่ทำนั้น อาจก้าวหน้าเกินไปในยุคนั้นคนถึงต่อต้านเพราะคาดคิดไม่ถึง แต่มาถึงสมัยนี้ถึงได้รู้ว่าที่ครูคนหนึ่งเคยทำไว้นั้นมีคุณค่าจริงๆ

นพดลครับ บทบาทของแม่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการวางพื้นฐานให้แก่ลูก โลกเปลี่ยนไป บทบาทแม่ที่ดูแลลูกจึง

ลดน้อยลง แนวคิดที่แม่ต้องใส่ใจลูกโดยมีพ่อที่เข้าใจอยู่เคียงข้างดูแลร่วมกันนั้น คงต้องคิดกันอย่างจริงจังแล้ว

กอหญ้าครับ ข่าวที่เห็นนั้นเศร้าใจกันทั้งประเทศครับ

กานดาครับ ข่าวไม่ดีขึ้นฟรีหน้าหนึ่ง ข่าวลึกซึ้งดีงามต้องตามเสียเงินครับ

อิงจันทร์ครับ เมื่อคืนตามไปอ่านบทกวีบันทึกแล้วครับ ภาษางามดีจัง สำหรับภาพขึ้นปกใหม่นั้นสดใสมากครับ

การท้องและแท้งเป็นเรื่องปลายเหตุ
ผู้รับผิดชอบสังคมและบ้านเมืองกำลังหลงทางอยู่หรือเปล่าคะ

เพราะพูดกันเสมอว่ามีการท้องกันมากก็ต้องหาทางออกให้สังคมโดยให้เรียนรู้การป้องกันการท้องโดยให้ความรู้เรื่องการป้องกัน
เช่นให้ความรู้เรื่องเพศศึกษา ให้รู้จักการนับวัน ให้รู้จักการใส่ถุงยางอนามัย นี้เป็นการแก้ปลายเหตุนะคะ

การแก้ต้องแก้ที่ต้นเหตุเพื่อดึงสังคมไทยให้กล้บมาสู่สังคมเดิม คือต้องรักษาค่านิยมของสังคมเดิม
สาวไทยต้องรู้จักรักนวลสงวนตัว อย่าชิงสุกก่อนห่าม
ไม่เห้นใครพูดกันถึงเรื่องนี้กันเลยนะคะ
ในสังคมไทยยังมีสาวกลุ่มหนึ่งที่ได้รับการอบรมทางครอบครัวอย่างเหนียวแน่นในการรักษาพรหมจรรย์
ไม่เห็นมีใครพูดกันเลยนะคะ

gannigar ครับ หากเราเทียบวัยรุ่นเป็นกลุ่มที่กระจายเหมือนสามเหลี่ยม ส่วนฐานล่างที่มีจำนวนมาก ดูแลตัวเองได้ดี มีฐานการอบรมบ่มสอนให้รักนวลสงวนตัวและชายไม่กล้ำเกินหญิง ส่วนกลางเป็นพวกปริ่มน้ำพร้อมไหลลงยังกลุ่มดีหรือไหลขึ้นสู่กลุ่มเสียหาย กลุ่มเสียหายอยู่ยอดปลายของสามเหลี่ยม

การแก้ปลายเหตุที่ให้ความรู้เรื่องเพศศึกษา จะช่วยกลุ่มกลางสามเหลี่ยมได้มาก

สำหรับสาวที่รักษาพรหมจรรย์นั้น เข้าใจว่าครอบครัวจำนวนมากดูแลได้ดี คนก็พูดถึงกันมากและต้องการให้แผ่ขยายกว้างขวางออกมา ครับ

ยุคนี้น่าจะเรียกว่า เป็น "วัฒนธรรม ฉีก ซองบะหมีกึ่งสำเร็จรูป"

คิดง่าย คิดสั้น เอาไวเข้าว่า....

พอๆ กับฟางข้าว ในนา มีแต่คนพูดถึง "เผาเมือง" ไม่ค่อยมีคนพูดถึง "เผาชนบท" กันบ้าง ต่างคนต่างเผา โลกก็ร้อนสิครับ

http://gotoknow.org/blog/supersup300/408749

 

ต้นกล้า ขอบคุณครับ ชัดเจนและเทียบเคียงได้ดีจังเลย

สวัสดีครับอาจารย์ 

คงจะเป็นไปตามพุทธทำนายนะครับ....

.....สุบินว่า  "เห็นต้นไม้และกอเล็ก ๆ ผุดขึ้นจากดินแล้วเจริญขึ้นโดยลำดับ ผลิตดอกออกผลในขณะที่เล็กๆอยู่นั้น"

พุทธทำนายว่า   "โลกสมัยต่อไปจะเสื่อม อายุผู้คนจะสั้น แต่กิเลสกลับร้อนแรงขึ้น จะสมสู่กันแต่เล็ก ๆ จนเกิดลูกหลานเมื่ออายุยังน้อย เหมือนต้นไม้เล็กมีดอกผลฉะนั้น"

 .. ศีลธรรมไม่กลับมา โลกาวินาศ..ครูบาอาจารย์เคยพูดไว้

ขอขอบพระคุณอาจารย์ ที่กรุณาให้เกียรติไปทักทาย  ครับผม

พุทธทำนายที่หนุ่มกร ยกมากล่าวนั้นน่าสนใจมากครับ

สวัสดีครับครูหยุย สนใจการแก้กฎหมายเกี่ยวกับการทำแท้ง กฎหมายออกมาใช้บังกับผู้เกี่ยวข้องทุกคน

(ขยายขอบเขตการทำแท้งให้มากกว่าเงื่อนไขเดิมที่ให้ทำเฉพาะกรณีหญิงถูกข่มขืนหรือแม่จะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต ส่วนจะขยายไปในกรณีเช่นไร มากเพียงไหน ภายใต้การมีส่วนร่วมตัดสินใจของหญิงตั้งครรภ์ )

เห็นด้วยครับท่าน

ลุงวอญ่าครับ พอถึงการลงรายละเอียดว่าเพิ่มส่วนไหนอย่างไร ตรงนี้ล่ะครับที่ต้องผนึกกำลังความรู้จากผู้คนมากมายเข้ามาร่วมกันคิด

สำหรับผมในฐานะของคนที่เป็นพ่อ ซึ่งมีลูกสาวเล็กๆคนหนึ่งที่อนาคตต้องเติบโต

สิ่งที่ตั้งใจไว้คือต้องสอนสั่งให้เด็กรู้ในสิ่งที่ต้องรู้

และยอมรับความเปลี่ยนแปลงในโลกอนาคต ซึ่งไม่รู้ว่าไปในทิศทางใด

แต่สิ่งหนึ่งที่สามารถปลูกฝังเด็กๆได้สำหรับผม คือธรรมะครับ ความรัก ธรรมะ ให้เด็กๆได้สัมผัสตั้งแต่เด็กๆ

ผมเชื่อว่าปัญหาสังคมน่าจะลดลงในระดับหนึ่ง แต่แรกเริ่มก็อยู่ที่ผู้ใหญ่ต้องเป็นผู้นำพา

สอนสั่ง นำพา ปลูกฝังให้เด็กๆ อยู่กับสิ่งที่ถูกที่ควร

สวัสดีค่ะ

มีหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ "หนังสือบานแรก" ของกฤษณา อโศกสิน  เหมาะสำหรับวัยรุ่นและพ่อแม่ของวัยรุ่นมากค่ะ 

ที่เทือกเขาปัน ปัน  เสียดายจังค่ะที่เข้าไม่ถึงตัวคุณครูหยุย  ถ่ายภาพกับอาจารย์วิรัตน์  หันไปคุณครูหยุยหายแว๊บเลยค่ะ  วันนี้จะเขียนถึงคุณครูในบันทึกที่ ๔ ค่ะ

Peter P.ครับ การที่เด็กๆ โชคดีมีพ่อและแม่คอยอบรมบ่มนิสัยและดูแลใกล้ชิด ปัญหาที่ห่วงใยเดินทางมากล้ำกรายลูกเราได้ยากครับ

ครูคิมครับ หนังสือบานแรกของพี่กฤษณานั้นดีมากและเหมาะสมกับวัยรุ่นจริงๆ ดังว่า สำหรับวันงานนั้นผมถูกนักข่าวตามทั้งวันเรื่องการทำแท้งนะ มาดักที่งานสองรายการ พอพูดเสร็จต้องรีบแจวไปเข้าประชุมกับ รมต.ที่กระทรวงเรื่องแผนดูแลเพศของเยาวชนนั่นเอง เลยต้องเรีบแจ้น เสียดายมากๆ เช่นกันที่ไม่ได้พบครูคิมและคนอื่นๆ

สวัสดีค่ะครูหยุย ดิฉันเห็นด้วยกับที่ว่าการเตรียมครูให้พร้อม มีอุปกรณ์การสอนที่เป็นสื่อเข้าใจง่ายให้แก่นักเรียนนักศึกษา แต่ถ้าเกิดปัญหาขึ้นมาแล้วก็ต้องช่วยกันแก้ปัญหา มีศูนย์ให้คำปรึกษาและคำแนะนำ ส่วนทางเลือกทางด้านการเรียนรู้และการศึกษา กศน.ก็เป็นทางเลือกหนึ่งนะคะ ดิฉันในฐานะครูกศน.คนหนึ่งก็ยินดีที่จะช่วยอีกแรงค่ะ

สันติสุข สันติศาสนสุข

ครูหยุย ครับ

  • ในวินาทีนี้โรงเรียนและสถาบันการศึกษาควรเปิดโอกาสให้เด็กๆได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างลึกซึ้งและรอบด้าน คิดว่าเด็กๆจะค้นพบนวัตกรรมและเครื่องมือใหม่ๆ ทั้งในเชิงป้องกันและการดูแลแก้ไข
  • การที่เด็กได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในบรรยากาศที่สังคมกำลังสนใจจะยิ่งช่วยให้การเรียนรู้มีคุณค่าและมีความหมาย
  • การช่วยเด็กๆให้มีเวลาเรียนรู้ปัญหาของคนวัยเดียวกันจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเองได้มากขึ้น
  • สังคมต้องให้โอกาสและมองเด็กผู้หญิงด้วยความเมตตา ไม่ใช่การประณามหยามหมิ่น

ครูฟ้าหลังฝนครับ กศน.ช่วยได้มากครับโดยเฉพาะกับเยาวชนที่ด้อยโอกาสทั้งหลาย ให้ได้เรียนรู้นะครับจะได้ไม่พลาด

อ.สันติสุขครับ เวทีแลกเปลี่ยนของเด็กๆ ในโรงเรียนสำคัญมากครับ เพราะเป็นกระบวนการนำไปสู่การร้เท่าทันและการออกจากปัญหาที่ประสบอย่างได้ผลมากครับ

สวัสดีค่ะครูหยุย

ขออนุญาตินำความคิดเห็นท้อง แท้ง ทิ้ง ของครู ประกอบการทำสกู๊ป และขอชื่นชมครูที่นำเสนอความคิดเห็นผ่านที่ประชุมคณะกรรมการเด็กแห่งชาติเมื่อเย็นวันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา เป็นการนำเสนอที่ตรงประเด็นมาก พอดีได้เข้าไปร่วมฟังเพื่อรอมติร่างยุทธศาสตร์ป้องกันและแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนตั้งครรภ์ไม่พร้อม และรอฟังความคิดเห็นของครูด้วย บังเอิญฟังครูจบก็รีบออกไปก่อน เพราะต้องรีบส่งข่าวค่ะ

ไม่รู้ว่าข้อคิดที่ครูว่า และอีกหลากหลายข้อเสนอแนะที่หลายฝ่ายออกมานำเสนอจะได้ดำเนินการให้เกิดรูปธรรมเมื่อใด เพราะปรากฎข่าวฮอตๆ ทีไรก็ตื่นกันที แล้วก็จบลงด้วยความว่างเปล่า หรือที่มักจะพูดกันว่า "คนไทยลืมง่าย"

โอ...รัตนาค่ะ

หนูโอ ข้อเขียนของครูทุกชิ้น หากพอใช้ประโยชน์ได้ ก็นำไปประกอบใช้ไลย ขอบคุณมากที่สนใจ

มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย ในวัยอันสมควร และป้องกันการตั้งท้องอันไม่พำงปรสงค์ เป็นแนวทางที่ดีที่สุดครับ

ธัญศักดิ์ครับ หากเรายอมรับและส่งเสริมการเรียนรู้กันให้จริงจังกงว่านี้ ลดปัญหาลงได้มากจริงๆ

ขอเชิญไปให้กำลังใจแก่กัลยาณมิตรที่นี่ค่ะ

http://gotoknow.org/blog/krukim/410194

*ขอบคุณมากค่ะสำหรับการเอาใจใส่ในปัญหานี้ของเยาวชนซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องสร้างจิตสำนึกในการรักนวลสงวนตัวตั้งแต่เริ่มเป็นวัยรุ่น..

*พี่กำลังอยู่ระหว่างคัดเลือกโครงการหนึ่งที่มีน้องๆนักเรียนส่งการรณรางค์เรื่องนี้ในโรงเรียนเข้ามาด้วย..น่าชื่นชมมาก..จะได้หาโอกาสเผยแพร่ต่อไปค่ะ..

*ยินดีที่ได้พูดคุยกับ ครูหยุย ในช่วงสั้นๆที่โซนเขาปัน-ปัน..หวังว่าจะได้พบกันอีกนะคะ..

                          

                                  ภาพจากกล้องน้องอาร์ม

พี่นงนาทครับ ก่อนอื่นต้องบอกว่าดีใจที่ได้พบกันสักที แม้จะช่วงเวลาสั้นๆ ก็มาด้วยความหมายครับ เสียดายที่ไม่ได้พบกับอีกหลายๆ คนในวันนั้น เพราะผมยุ่งเกินไปนั่นเอง

สำหรับโครงการที่นักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ จะทำกิจกรรมเรียนรู้ในเรื่องเหล่านี้ จะคอยตามด้วยความสนใจยิ่งครับ

ขอเป็นกำลังใจให้ครูหยุย ครับ

เด็กในวันนี้คือ ผู้ใหญ่ที่ดีในวันหน้า ...

ตามมาเเชร์เพิ่มครับ:"การจัดการเรียนรู้ในเเปลงนา เพื่อการพัฒนาประเทศ"

 มองย้อนกลับไปถึง "แปลงนาข้าวสู่การพัฒนาประเทศ" ครับ ...ตามประสาคนคิดมาก

ญี่ปุ่นเป็นประเทศอุตสาหกรรม และการเกษตรที่ก้าวหน้า ส่วนหนึ่งก็คือการพัฒนามาจาก ความมีระเบียบวินัย ของคนในชาติ ที่ฝึกฝนกันตั้งแต่เด็กครับ

รวมถึงการจัดระเบียบการปลูกข้าว...เค้าสอน เด็กๆ กันตั้งแต่ในเเปลงนา

ประเทศไทย ทุกคนเติบโตกันมาด้วยข้าว แต่เด็กรุ่นใหม่ ทำนา ไม่เป็น แต่กินเป็น  ไร้ระเบียบกันตั้งแต่เเปลงนา โตขึ้นมา จะมาจัดระเบียบก็ไม่ทัน ครับ

เรามีพื้นที่การเรียนรู้ ในนาข้าว "ถึง 60 ล้านไร่" เรามาสร้างพื้นที่การเรียนรู้ให้เด็กๆ ร่วมกันดี มั๊ย ครับ ดีกว่าโตมาแต่ตำรา แต่ปลูกข้าวไม่ได้ เข้าแถวไม่เป็น

      "สร้างเด็กรุ่นใหม่ พร้อมกับสร้างคุณค่าข้าวไทยควบคู่กัน"

คนแก่ขึ้บ่น ครับ จากต้นกล้า ...

ต้นกล้าครับ ภาพสวย แผนผังชัดเจน กิจกรรมมีรูปธรรม เห็นด้วยอย่างยิ่ง ขอนำไปเผยแพร่ต่อนะครับ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี