กรณีที่รถยนต์สูญหาย ผู้เช่ายอมชดใช้ค่ารถยนต์เป็นเงินเท่ากับค่าเช่าซื้อส่วนที่เหลือที่ผู้เช่าจะต้องชำระทั้งหมดตามสัญญาเช่าซื้อทันที
ฮิ.ฮิ.......เจอะหัวข้อนี้เข้า...เลย...งง....ซิ
ผ่อนกุญแจนี้เกี่ยวกับวงการ....อุต...สา...หา....กรรม..การผลิตรถยนต์ป่าวนะ....(ภาษาที่ถูกคือ....เปล่านะ...ซิมิ..ซิมิ..)
ดูภาพให้สบายใจก่อนไม่ต้องคิดมาก

เอาหละไม่ต้องคิดมากเดี๋ยวเยี่ยวเหลือง....ฮิ..ฮิ..
ที่บอกว่าผ่อนกุญแจนี้ผมหมายถึง การเช่าซื้อรถยนต์ ในระหว่างที่ยังผ่อนไม่หมด อยู่ๆรถยนต์คันที่เราเช่าซื้อมาถูกไอ้คอฅน (ไม่รู้จะเรียกอะไรดี) มาเอาไปใช้แบบไม่ยอมเอากุญแจไปด้วย และไม่มีโอกาสได้รถคืน ผู้เช่าซื้อเลยสุดเจ็บ เพราะไม่ผ่อนกุญแจต่อก็จะถูก ผู้ให้เช่าซื้อฟ้องร้องเอา หากจะผ่อนต่อก็มีแต่จ่ายตังค์แต่ไม่มีรถให้ขับ เออ.....แล้วจะทำไงดีหละ......ทั้งกลุ้มทั้งเจ็บ.....นี้คือข้อเท็จจริงโดยย่อ
แล้วใครช่วยได้หละครับ...หากเจอปัญหาเยี่ยงนี้
ทนายครับ....ช่วยท่านได้.....จะให้ช่วยก็ต้องจ่ายตังค์อีกแล้ว.....ฮา......
เรื่องนี้เกิดเมื่อปี 2541
ในช่วงเช้าเมื่อผมเข้าสำนักงานก็ได้พบกับ บุรุษ ผู้น่าสงสารท่านหนึ่ง ผมดูแล้วอายุก็น่าจะมากกว่าผมหลายปี แต่ยกมือไหว้ผมพร้อมกับเรียกผมว่าพี่ทนาย ผมเลยสะดุ้งรีบบอกว่าท่านกรุณาอย่างเรียกผมว่าพี่..ไม่อยากแก่..ฮา..หลังจากสอบถามที่มาที่ไปจึงทราบว่าเจ้าของโรงงานปลาทูน่า ที่ผมเป็นที่ปรึกษาอยู่แนะนำให้มาหา เพราะเดือดร้อนเรื่องรถยนต์ที่เช่าซื้อมายังผ่อนค่ารถไม่หมดถูกลักไป ตอนนี้ต้องมาผ่อนกุญแจอยู่ ขอให้ช่วยบอกกลุ้มใจมากกินไม่ได้นอนไม่หลับทั้งเจ็บใจทั้งเสียใจ ไปขอเจรจากับผู้ให้เช่าซื้อ (บริษัทลิสซิ่ง) จะขอผ่อนชำระบางส่วนแต่ไม่ได้รับความยินยอม กลับถูกข่มขู่ว่าหากไม่ชำระเงินที่เหลือทั้งหมดในครั้งเดียวจะถูกฟ้องร้องและติดตามยึดทรัพย์ ขณะที่พูดก็เห็นตาแดงๆแบบหมดอาลัยกับชีวิต
ผมในฐานะทนาย....ก็ต้องยิ้มรับไปก่อนและเรียนบุรุษท่านนี้ว่า ใจเย็นๆท่าน....ทุกอย่างต้องมีทางออก.....(ทั้งที่ขณะนั้นผมยังคิดไม่ออกเลยว่าจะช่วยยังไงแต่ไม่กล้าบอกเพราะกลัวบุรุษท่านนี้จะผูกคอตายหน้าสำนักงานผม)
พักสายตาก่อนนะครับ
ไปกันต่อนะ ตั้งจิตให้นิ่งนึกถึงคนนอกบ้านน่าตาดีๆไว้....ฮิ.ฮิ..
เมื่อผมได้สอบปากคำและตรวจดูเอกสารต่างๆแล้วก็มีข้อสรุปได้ว่า
1.รถยนต์คันนี้ทำสัญญาเช่าซื้อกันในราคา 666,000.-บาท
2.แบ่งผ่อนค่าเช่าซื้อเป็น 36 งวดๆละ 18,500.-บาท
3.นับถึงวันที่มาพบผมได้ผ่อนชำระไปแล้ว 15 งวดเป็นเงิน 277,500.-บาท รวมกับเงินดาวน์ที่ชำระในงวดแรกอีก 50,000.-บาทเป็นเงินที่จ่ายแล้วทั้งสิ้น 327,500.-บาท
4.รถยนต์คันนี้มีประกันภัยประเภท 1 (ที่เราเรียกกันติดปากว่าชั้นหนึ่งนะครับ) ไว้ในวงเงิน 620,000.-บาท ระบุให้ผู้ให้เช่าซื้อเป็นผู้รับประโยชน์ รถยนต์ถูกลักไปก่อนมาพบผมประมาณ 5 เดือนมาแล้ว ภายหลังผมสอบถามไปยังบริษัทประกันภัยทราบว่าทางผู้ให้เช่าซื้อได้รับเงินค่าสินไหมเต็มวงเงินประกันแล้ว
5.ตามสัญญาเช่าซื้อกำหนดไว้ว่าในระหว่างการผ่อนชำระค่าเช่าซื้อ รถยนต์คันนี้ต้องทำประกันภัยประเภท 1 ไว้เต็มวงเงินทุกปี และต้องเป็นบริษัทประกันภัยที่ผู้ให้เช่าซื้อกำหนด
6.สัญญาเช่าซื้อฉบับนี้มีผู้ค้ำประกันด้วยหนึ่งท่านยินยอมรับผิดในฐานะลูกหนี้ร่วม ที่สำคัญคือผู้ค้ำประกันท่านนี้เป็นผู้มีพระคุณกับผู้เช่าซื้ออย่างมาก ไม่อาจจะให้ต้องรับภาระหรือถูกฟ้องร้องใดๆได้เลย ซึ่งสิ่งนี้เป็นสาเหตุหลักของความกลัดกลุ้ม จนมองไม่เห็นทางออก
พักตาอีกทีนะครับ

ต่อนะครับ ตั้งใจอ่านดีๆ ข้อนี้สำคัญ
7.ผมพบว่าในเงื่อนไขของข้อสัญญาเช่าซื้อมีข้อความอยู่ตอนหนึ่งที่ผู้เช่าซื้ออ่านแล้วมีความประสงค์จะให้ M-150 ตกใส่ บริษัทลิสซิ่ง ข้อความระบุไว้ตามที่ผมคัดมานี้ครับ
(ในสัญญาเรียก “ผู้ให้เช่าซื้อ” ว่า “ เจ้าของ” เรียก “ผู้เช่าซื้อ” ว่า “ผู้เช่า” )
ข้อ 3.......
(จ).กรณีที่รถยนต์สูญหาย ผู้เช่ายอมชดใช้ค่ารถยนต์เป็นเงินเท่ากับค่าเช่าซื้อส่วนที่เหลือที่ผู้เช่าจะต้องชำระทั้งหมดตามสัญญาเช่าซื้อทันที โดยผู้เช่าจะไม่ยกเหตุที่เจ้าของมีสิทธิได้รับค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทผู้รับประกันภัยตามกรมธรรม์ผู้เช่าประกันภัยรายที่ผู้เช่าเป็นผู้ชำระเบี้ยประกันภัยตามเงื่อนไขของสัญญาเช่าซื้อ ข้อ 3(ฉ) มาปฏิเสธความรับผิดที่จะต้องชำระราคาดังกล่าวข้างต้น
(ฉ)ผู้เช่าจะประกันภัยรถยนต์โดยทันที (เว้นแต่เจ้าของจะได้ตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอย่างอื่น) และระหว่างอายุสัญญาฉบับนี้จะประกันภัยรถยนต์ไว้ตลอดเวลาโดยใช้กรมธรรม์ชนิดให้ความคุ้มครองเต็มจำนวนราคาค่าเช่าซื้อโดยปราศจากข้อกำหนดความรับผิดอย่างต่ำที่ผู้เอาประกันจะต้องรับผิดชอบเองหรือข้อจำกัดสิทธิใด ๆ กับบริษัทประกันภัยที่เจ้าของเชื่อถือ และให้สลักหลังระบุให้เจ้าของเป็นผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์เต็มจำนวนและมอบกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าวไว้กับเจ้าของ ผู้เช่าในฐานะผู้เอาประกันภัยต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์อย่างเคร่งครัด ถ้าผู้เช่าส่งคืนรถยนต์ให้แก่เจ้าของหรือถ้าเจ้าของกลับเข้าครอบครองรถยนต์นั้น ส่วนได้เสียของผู้เช่าในการประกันภัยใด ๆ ที่ทำไว้ตามสัญญาฉบับนี้ให้ตกเป็นของเจ้าของอย่างสิ้นเชิง โดยให้เจ้าของมีสิทธิได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จากการประกันภัยดังกล่าวรวมทั้งสิทธิเรียกร้องใด ๆ ตามกรมธรรม์ที่ยังค้างอยู่ ณ เวลาที่ส่งรถยนต์คืน หรือ ณ เวลากลับเข้าครอบครองรถยนต์และ/หรือส่วนลดเบี้ยประกันภัยใด ๆ สิทธิที่จะได้รับเงินจำนวนใด ๆ และเงินทั้งหมดที่บริษัทผู้รับประกันภัยจะต้องจ่ายและที่ได้จ่ายในกรณีรถยนต์ถูกลักหรือเสียหายอย่างสิ้นเชิงตามสัญญาประกันภัยใด ๆ ดังกล่าวแล้วให้บริษัทรับประกันภัยจ่ายให้แก่เจ้าของโดยตรงและโดยสัญญานี้ ผู้เช่ามอบหมายอำนาจอันจะเพิกถอนมิได้ให้เจ้าของเป็นผู้ออกใบรับเงินให้แก่บริษัทผู้รับประกันภัยสำหรับเงินใด ๆ ที่บริษัทผู้รับประกันภัยจะต้องจ่ายตามสัญญาประกันภัยดังกล่าว
เป็นไงครับเริ่มเบื่อยัง พักไปดื่มน้ำปัสสาวะตามปกติก่อนแล้วกันครับ...ฮิ.ฮิ...
เมื่อตะกี้ท่านใดพักไปดื่มน้ำก็โชคดีไป แสดงว่าเว้นวรรคได้ถูก...ฮา.....
กลับมาเข้าเรื่องต่อนะครับ
เมื่ออ่านข้อสรุปทั้ง 7 ข้อแล้วเห็นหรือยังครับว่าทำไมต้องผ่อนกุญแจทั้งที่รถยนต์ได้ถูกลักไป สัญญาในข้อ 3 (จ.) กับข้อ 3 (ฉ.) ก็ระบุไว้ชัด แล้วผมจะช่วยยังงัยหละ......ฮิ.ฮิ....
ถ้าจ่ายตังค์ค่าทนายช่วยได้ครับ....ฮา....(บอกแล้วอย่าปรองดองกัน...ฮิ.ฮิ...)
คือผมช่วยยังงี้ครับ
แทนที่บุรุษท่านนี้จะต้องตกเป็นจำเลย
ผมให้ท่านได้รับเกียรติเป็นโจทก์ครับ.....เออ...เลย....งง...มันทำงัยวะ..ฮิ.ฮิ....จ่ายตังค์ค่าทนายแล้วไม่ผิดหวังรับรอง.....ฮา....
ตามที่ผมสรุปประเด็นมาให้ทราบสั้นๆ หากท่านอ่านทำความเข้าใจสักเล็กน้อยก็จะเห็นได้ว่า ผู้ให้เช่าซื้อ จะได้รับค่ารถยนต์คันนี้ถึงสองทาง
ทางแรก จากผู้เช่าซื้อ ที่จะต้องชำระเงินทั้งหมดทันทีที่รถยนต์สูญหายมีกำหนดไว้ตามที่ผมขีดเส้นใต้ไว้นะครับ แต่ปรากกฎว่า ผู้เช่าซื้อยังใช้วิธีผ่อนชำระตามรายงวดเช่นเดิม รวมเป็นเงินที่ชำระตามงวดไปแล้ว 277,500.-บาท
ทางที่สอง จากบริษัทประกันภัยที่ต้องจ่ายเป็นค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัยที่ทำไว้ในวงเงิน 620,000.-บาท ค่าสินไหมนี้ทางประกันเขาจ่ายให้ผู้รับประโยชน์ คือตามที่ผมหมายสีไว้และเป็นไปตาม (ฉ) ตามทันนะครับ
ที่นี้เมื่อรวมทั้งสองทางแล้วจะเห็นได้ว่าผู้ให้เช่าซื้อ(เจ้าของ)ได้เงินไปแล้วทั้งสิ้น 897,500.-บาท นี้ยังไม่รวม 50,000.-บาทที่จ่ายเงินดาวน์ นะครับ พอมองออกหรือยัง.....ราคารถที่ผ่อนตามสัญญา 666,000.-บาท ก็เท่ากับได้รับเงินเพิ่มขึ้นอีก 231,500.-บาท ถ้ารวมกับ 50,000.-บาท เท่ากับได้รับเงินเพิ่มขึ้นถึง 281,500.-บาท เป็นไงครับ สัญญานี้ให้ความเป็นธรรมกับผู้เช่าซื้อ(ผู้เช่า)ป่าวครับ.....ไม่เป็นธรรมใช่ป่าว....ฮิ.ฮิ...ยังงี้มันต้องฟ้องครับ
คดีนี้ผมฟ้องทางแพ่ง ข้อหาว่า ใช้สิทธิโดยไม่สุจริต และผิดสัญญาเช่าซื้อ และลาภมิควรได้ครับ
ผมตั้งเรื่องฟ้องเรียกเงินส่วนที่ชำระเกินกว่าสัญญาเช่าซื้อที่ผู้ให้เช่าซื้อควรจะได้รับ คือเรียกเอาส่วนที่เกินไป 281,500.-บาท พร้อมดอกเบี้ย ร้อยละ 7.5 ต่อปี
ผลคดี
ความเป็นธรรมมีครับศาลพิพากษาให้ผู้ให้เช่าซื้อคืนเงินแก่ผู้เช่าซื้อเป็นเงิน 320,000.-บาท(คำพิพากษามีเศษด้วยแต่เอาแค่ตัวกลมๆ) ในคำพิพากษามีข้อความตอนหนึ่งที่ผมขอนำมาบันทึกไว้ ณ ที่นี้เพื่อความเข้าใจของท่านผู้ที่ได้แวะมาอ่านบันทึกนี้ ข้อความมีว่า
“ กรณีรถยนต์ที่เช่าซื้อถูกลักไป จำเลยผู้ให้เช่าซื้อได้รับชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัย ทางหนึ่ง และได้จากโจทก์ผู้เช่า อีกทางหนึ่ง เป็นการเกินกว่าความเสียหายที่จำเลยได้รับ และการที่โจทก์เสียเบี้ยประกันภัย โดยยินยอมให้จำเลยเป็นผู้รับประโยชน์จากกรมธรรม์ประกันภัยก็เพื่อโจทก์จะไม่ต้องรับเป็นภาระใช้ค่ารถให้แก่จำเลย และจำเลยได้รับค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัยไปแล้วยังใช้สิทธิรับเงินค่าเช่าซื้อที่เหลือจากโจทก์ ภายหลังอีกทางหนึ่งเป็นการใช้สิทธิไม่สุจริต จำเลยต้องคืนเงินค่าเช่าซื้อดังกล่าวให้โจทก์ ”
คำพิพากษาส่วนที่คัดมานี้อธิบายความได้แจ้งชัด คราวนี้ท่านคงทราบแล้วว่า...ทนายนะน่ารัก...คบไว้...นอกจากเสียตังค์แล้ว...โอกาสได้ตังค์ก็มี....ฮา......
พักอีกทีนะครับ จะดื่มน้ำอะไรก็ตามสะดวกครับ..ฮิ.ฮิ..
มาตราที่อ้างอิงมีตามนี้ครับ
มาตรา 5 ในการใช้สิทธิแห่งตนก็ดี ในการชำระหนี้ก็ดี บุคคลทุกคนต้องกระทำโดยสุจริต
มาตรา 406 บุคคลใดได้มาซึ่งทรัพย์สิ่งใด เพราะการที่บุคคลอีกคนหนึ่งกระทำเพื่อชำระหนี้ก็ดี หรือได้มาด้วยประการอื่นก็ดี โดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ และเป็นทางให้บุคคลอีกคนหนึ่งนั้นเสียเปรียบไซร้ ท่านว่าบุคคลนั้นจำต้องคืนทรัพย์ให้แก่เขา อนึ่งการรับสภาพหนี้สินว่ามีอยู่หรือหาไม่นั้น ท่านก็ให้ถือว่าเป็นการกระทำเพื่อชำระหนี้ด้วย
บทบัญญัติอันนี้ท่านให้ใช้บังคับตลอดถึงกรณีที่ได้ทรัพย์มา เพราะเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งมิได้มีได้เป็นขึ้น หรือเป็นเหตุที่ได้สิ้นสุดไปเสียก่อนแล้วนั้นด้วย
มาตรา 572 อันว่าเช่าซื้อนั้น คือสัญญาซึ่งเจ้าของเอาทรัพย์สินออกให้เช่า และให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์สินนั้น หรือว่าจะให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่า โดยเงื่อนไขที่ผู้เช่าได้ใช้เงินเป็นจำนวนเท่านั้นเท่านี้คราว
สัญญาเช่าซื้อนั้นถ้าไม่ทำเป็นหนังสือ ท่านว่าเป็นโมฆะ
เห็นยังครับ "ยุติธรรมคือศาสตร์" จริงๆนะจะบอกให้
คราวหน้ามารู้เรียนเรื่อง “ ค้ำประกัน ”
ปล.ขออภัยทุกท่านไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับที่ผมเข้ามาเขียนบันทึกให้อ่านล่าช้ากว่ากำหนด
สวัสดี่ค่ะ คุณฝนแปดแดดสี่
ดิฉันก็มาจากแถวๆฝนแปดแดดสี่เหมือนกัน
ปกติไม่ค่อยชอบอ่านเรื่องเกี่ยวกับกฎหมาย
แต่เรื่องนี้ได้ประโยชน์มากค่ะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีครับท่านทนาย หายหน้าไปหลายวัน โหมเราน้ำท่วมบ้านพังยางเสียหาย แม่ยายป่วย ดีที่พี่น้อง อบต.บ่อแสนมาช่วยบรรเทา .....ไม่ฮาดีกว่า
ชื่นชม เพราะเชี่ยวชาญ ช่ำชอง อ่านกฎหมายรู้ ดูกฎหมายออก บอกกฎหมายได้ ใช้กฎหมายเป็น เห็นประโยชน์ในกฎหมาย จึงพลิกโจทย์มาเป็นจำเลย ต้องชดเชยลาภมิควรได้ บริษัทกลายมาเป็นจำเลย....
สวัสดีค่ะคุณทนาย
พักตา..บ่อยเหลือเกินนะ..พักยายมั่งจะได้ไปดื่มน้ำ....อิอิ..เล่ห์กลของพวกบริษัทผู้ให้เช่าซื้อ บริษัทลิสซิ่ง มันแสบจริงๆนะคะ...บางคราวผู้เช่าซื้อมิได้อ่านอะไรหนักหนาหรอก ตัวหนังสือก็เล็กจี๊ดเดียว มีแต่บอกให้เซ็นต์ๆๆๆๆๆ...คนเช่าซื้อก็เซ็นต์ลูกเดียว...ไม่รู้ให้เซ็นต์อะไรนักหนา..อย่างนี้..ต้องอ่านตรวจดูให้ดีก่อนเซ็นต์...นะคะ..ประเดี๋ยวจะต้องจ่ายตังส์ให้ทนายนะคะ...แต่แน่นอนค่ะว่า "ยุติธรรมคือศาสตร์"จริงๆค่ะ...มาชวนไปดูคนนอกบ้านค่ะ...ที่บันทึกเกาหลีเหนือนะคะ
ขอบคุณสำหรับกรณีศึกษาดี ๆ ขอรับ
โอ้โฮ....หายหน้าหายตาไปหลอกเอาตังค์ชาวบ้านแถวไหนมานี่คุณทนาย....อิๆๆๆๆๆ( ชิมิชิมิ )
อ่านแล้วพักแต่ไม่ดื่มน้ำ..พักแล้วอ่านถึงได้เข้าใจว่า อ้อ...มันเป็นเช่นนี้เอง คราวหลังจะต้องตั้งสติแล้วเรียกหา...ทนาย....ฮา
ดีจังเลยที่มีทนายคู่ใจประจำ GTK แถมมีคุณอัยการอีก ( ขาดอะไรอีกน้อ..) ต่อไปมีอะไรจะ..ลุย
แล้วอย่างกรณีที่รถเราไม่มีภาระจากลิสซิ่ง แต่ประกันชั้นหนึ่งเอาไว้ แล้วเกิดวันดีคืนร้ายถูกพรรคพวกยืมรถไปโดยไม่เอากุญแจ..อย่างนี้ประกันต้องชดใช้ใช่บ่???
สุขสันต์วันศุกร์นะคะ...
ขอบคุณที่ชี้ทางสว่างให้คนมืดบอด..
กรณีรถพัง ก็เหมือนกันใช่ไหมครับท่าน..
กรณีผ่อนบ้านกับธนาคารละขอรับ หากบ้านเกิดไฟไหม้ ผู้กู้ต้อง ผ่อนต่อ อีกไหม บ้าน (ที่ดิน ) ที่เหลือจะเป็นของใคร เพราะผู้ซื้อ เป็นผู้จ่ายค่าประกันภัยไฟไหม้เหมือนกัน
สวัสดีครับคุณ
nana งาน พสว.ศอ.8
ยินดียิ่งที่ได้รู้จักกับคุณ นานา ครับ และดีใจครับที่คุณนานาเคยไปชื่นชมบรรยากาศที่แสนสุขของจังหวัดพังงา
คุณนานาจากพังงามานานหรือยังครับ คิดจะกลับไปเยือนพรรคพวกเพื่อนพ้องน้องพี่อีกสักครั้งหรืครับ ชาวพังงายังรอคุณนานาเสมอครับ
ขอบคุณครับทีแวะมาทักทายกัน
สวัสดีครับคุณ
ยายคิม
คุณยายคิมสบายดีนะครับ ผมไม่ได้แวะทักทายเสียนาน
ขอบพระคุณมากครับที่แวะมาให้กำลังใจ ความตั้งใจในการเขียนบันทึกของผมก็เพื่อแบ่งปันประสบการณ์และให้เข้าใจกฎหมายอย่างง่ายๆ ผมพยายามจะเสนอรูปแบบการรู้เรียนกฎหมาย ให้อ่านแล้วสนุกและได้ทราบข้อกฎหมายเพื่อจะได้สร้างมุมมองกฎหมายอย่างเข้าใจก่อนตัดสินใจทำสัญญากัน
พี่น้องชาวไทยเรายังเข้าใจกฎหมายได้น้อยมากครับ ส่วนใหญ่จะรู้จักทนายความ หรือนักกฎหมายเมื่อมีปัญหาแล้วเท่านั้น ยังใช้ทนายความผิดวิธีการ คือแทนที่จะใช้ในทางป้องกัน แต่กลับใช้ในทางแก้ไข คือก่อนจะทำสัญญาหรือทำนิติกรรมใดๆแทนที่จะสอบถามปรึกษาเสียก่อนกลับไม่ทำ แต่จะนึกถึงทนายความทันทีเมื่อเกิดปัญหาขึ้น
ข้อเสนอของคุณยายคิมอยู่ในแนวคิดครับว่าจะจัดทำเป็นรวมเล่มออนไลน์แต่คงไม่ได้ทำคนเดียว ตอนนี้กำลังประสานงานกับพรรคพวกให้มาช่วยกันจัดทำ คงไม่นานเกินรอครับ
ขอบพระคุณอีกครั้งครับสำหรับกำลังใจที่ให้
สวัสดีครับท่าน
วอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--
ขอส่งกำลังใจมาให้ครับ...สู้ต่อไปครับโก้..มีอะไรให้ช่วยบอกมานะครับ
ธรรมชาติทำร้ายกำลังใจของเราไม่ได้ตลอดไปหรอกครับ
ยังมีอีกหลายท่านที่เป็นผู้เช่าซื้อรถยนต์ เช่าซื้อรถจักรยานยนต์ ขณะนี้มีปัญหารถเสียหายเพราะภัยธรรมชาติไม่ทราบทางออก ผมนำเอาประสบการณ์เรื่องนี้มาเพื่อให้รู้เรียนเป็นแนวทางแก้ไขปัญหา
แต่ถ้าท่านใดไม่มีแนวทางต่อสู้จริงๆก็ไปต่อสู้คดีในศาลเถอะครับ รับรองว่าภาระที่จะต้องรับผิดชอบค่าเช่าซื้อจะลดลงได้มาก ขอให้เชื่อในการใช้ดุลพินิจของศาล ส่วนไม่มีค่าจ้างทนายก็ให้ไปพบกับสภาทนายประจำจังหวัดแต่ละแห่ง ทางสภาทนายมีแนวทางช่วยเหลืออยู่แล้วครับ
สู้ต่อไปครับท่านวอญ่า บ้านพังซ่อมใหม่ได้แต่ชิวิตต้องอยู่ครับ
อ่านตั้งแต่ต้นจนจบ ก็ยังงๆอยู่บ้างเพราะยาวมาก ดีที่มีพักสายตากกับดอกไม้งามทุกภาพและทั้ง 5 ภาพสวยงามนั้นไม่ทราบชื่อเลย ช่วยบอกชื่อด้วยนะคะ สวยมากค่ะ
สวัสดีครับคุณครู
มาตายี
ฮิ.ฮิ...ภรรยาของตาทนอดน้ำได้ดีครับ ผมถึงไม่อนุญาตให้ภรรยาของตาพัก กลัวอยู่ทนเกินควร สงสารตา เพราะได้ข่าวว่าภรรยา จู้จี้ขี้บ่นแก่ง่ายหมดอายุขัยช้า....ฮา...
โดยข้อเท็จจริงแล้วสัญญาเช่าซื้อที่เราไปทำกับทางลิสซิ่ง เราไม่สามารถจะขอแก้ไขได้แน่นอนครับ ตัวอักษรมันจะเล็กจะใหญ่ไม่สำคัญ สำคัญที่ว่าเมื่อเราอยากได้รถ เราเป็นฝ่ายต้องยินยอมเขา ถ้าทุกคนร่วมใจกันโดยกำหนดว่า ถ้าลิสซิ่ง ไม่ทำสัญญาให้เป็นธรรมเราขอแก้ไขไม่ได้ ก็ตัดใจไม่ต้องซื้อ หากร่วมกันอำนาจจะเป็นของผู้ซื้อ ลิสซิ่ง หากไม่ยอมเราก็ไม่ทางทำมาหากิน เขาต้องตามใจเราทางเราเป็นฝ่ายหาเงินให้เขานะครับ....เออ....โทษทีผมฝันไป...ฮา...
คุณครูกระแตเขียนบรรยายการเยือนเกาหลีเหนือได้ดีมากครับ ผมติดตามอ่านทุกตอนแต่ไม่ได้แวะทักทาย การตดตามอ่านบันทึกของคุณครูกระแตทำให้ผมเข้าใจสภาพสังคมของเกาหลีเหนือมากขึ้น แรกๆที่ได้รับทราบข่าวองทางเกาหลีเหนือยังคิดอยู่ว่า ทำไมเกาหลีเหนือต้องทำอะไรในทางที่จะก่อเกิดสงครามอยู่เสมอๆ แต่พอได้อ่านจากบันทึกทำให้ผมตั้งใจค้นข้อมูลเกาหลีเหนือมากขึ้น ทำให้เข้าใจได้ดียิ่งขึ้นครับ
ขอบพระคุณครับที่แวะมาให้กำลังใจตลอดมา
สวัสดีครับ ท่าน
นาย วัฒนา คุณประดิษฐ์
ยินดีที่ได้รู้จักครับท่านวัฒนา
บันทึกที่ท่านได้อ่านทั้งหมดผมนำเอาประสบการณ์มาแบ่งปันเพื่อการรู้เรียนกฎหมายกันได้บ้าง แต่วีการเขียนของผมไม่เน้นวิชาการนะครับ เน้นไปทางให้เข้าใจวีคิดอย่างนักกฎหมายแต่ก็ให้เกิดความสนุกในการอ่าน ถ้าจะเขียนให้นักกฎหมายอ่านต้องเขียนอีกวิธีหนึ่งครับ ซึ่งบรรดานักกฎหมายต่างมีตำรากฎหมายที่ให้อ่านค้นคว้าอยู่มากจนอ่านกันไม่รู้จบอยู่แล้ว
ขอบคุณครับที่แวะมาให้กำลังใจแล้วผมจะแวะไปเยี่ยมนะครับ
สวัสดีครับคุณครู
krugui Chutima
ฮา......ลุยเลยครับคุณครูกีร์.....มีอะไรไม่ต้องคิดมากไม่ต้องปรองดองนะครับ...ลุย.....ถือว่าทำบุญให้ทนายมีงานทำ.....ฮา......ลองคิดดูเล่นๆถ้าทั้งประเทศไม่มีใครขัดแย้งกัน ทนาย อัยการ ศาล น่าจะอดตายแน่....ฮา.....
รถยนต์ที่เราทำประกันประเภท 1 ไว้หากรถยนต์สูญหาย หรือเสียหายทั้งคันจนใช้การไม่ได้ โดยปกติแล้วทางประกันต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้ แต่ยังงัยก็ดูในเงื่อนไขของกรมธรรม์ เสียก่อนนะครับว่าคุ้มครองแค่ไหนเพียงใด
สวัสดีครับท่าน
เกษตร(อยู่)จังหวัด
ฮา....แล้วผมผู้เขียนบันทึกหละท่านเกษตร ไม่อวยพรให้ได้ทรัพย์สินบ้างหรือ เดี๋ยวมีงอน...นะตัวเอง
กรณีรถพัง หากไม่อาจจะใช้งานได้ตามปกติต่อไปก็ได้รับค่าสินไหมทดแทนเท่าจำนวนที่ทำประกันไว้เช่นกันครับ แต่ต้องดูเงื่อนไขในกรมธรรม์ด้วยว่าคุ้มครองในกรณีใดบ้าง เช่นรถพังเพราะถูกยิงด้วย M-150 จากเหตุจลาจลอะไรทำนองนี้หากไม่ได้ซื้อการคุ้มครองไว้ก็ไม่มีสิทธิได้รับ แต่ถ้าซื้อไว้ก็ได้รับค่าสินไหมแน่นอนครับ
ขอบคุณครับที่ท่านแวะมาให้กำลังใจบ่อยๆ
สวัสดีครับคุณคนซื้อบ้าน
ขอบคุณที่แวะมาให้กำลังใจนะครับ
กรณีของคุณคนซื้อบ้าน น่าจะไม่ใช่สัญญาเช่าซื้อครับ
เพราะโดยปกติแล้วเป็นเรื่องการกู้ยืมเงินจากธนาคารแล้วนำเอาโฉนดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง(บ้าน)ไปจดจำนองไว้เป็นหลักประกันการกู้ยืมโดยมีเงื่อนไขให้ผ่อนชำระพร้อมดอกเบี้ยแล้วนำเอาเงินที่ผ่อนชำระส่วนหนึ่งไปชำระดอกเบี้ยรายเดือนคงเหลือจากชำระดอกเบี้ยแล้วถึงนำไปหักชำระเงินต้น ซึ่งในช่วงการผ่อนชำระปีแรกๆจะถูกหักชำระดอกเบี้ยเกิบทั้งหมดเหลือหักเงินต้นน้อยมาก พอเงินต้นลดลงดอกเบี้ยก็น้อยลง ก็หักเงินต้นได้มากขึ้นคือธนาคารเขาคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกนะครับ
ส่วนการเช่าซื้อทางลิสซิ่งเขาคิดดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate) คือคิดดอกเบี้ยครั้งเดียวแล้วคูณด้วยจำนวนเดือนนำไปบวกกับเงินต้นแล้วหารออกเป็นงวดที่จะต้องผ่อนชำระ ดอกเบี้ยที่แท้จริงจึงสูงมาก
คำถามที่คุณคนซื้อบ้านถามว่า
คำตอบ
บ้านและที่ดินเป็นชื่อของคุณคนซื้อบ้านครับ บ้านจะถูกไฟไหม้หรือไม่ก็ตามไม่เกี่ยวกับการผ่อนชำระเงินกู้ การผ่อนชำระต้องมีต่อไป เพียงแต่ธนาคารอาจเห็นว่าหลักทรัพย์ค้ำประกันลดมูลค่าลงอาจเรียกให้หาหลักทรัพย์มาเพื่มเติม ส่วนที่มีการทำประกันภัยไว้ ทางประกันก็ต้องจ่ายค่าสินไหมให้ผู้รับประโยชน์ตามข้อตกลงในกรมธรรม์ หากจ่ายให้ธนาคารทางธนาคารก็ต้องนำไปชำระดอกเบี้ยคงเหลือก็ชำระเงินต้นครับ ส่วนที่ดินที่คงเหลืออยู่ก็ยังเป็นกรรมสิทธิของคุณคนซื้อบ้านครับ
ผมมีข้อแนะนำเกี่ยวกับการทำประกันภัยทรัพย์สิน(บ้าน)ไว้เป็นข้อพิจารณาดังนี้ครับ
กรณีที่จะทำประกันภัยทรัพย์สิน ถ้าหากทางบริษัทประกันเขาประเมินราคาทรัพย์สินไว้สมมุติว่า 2,000,000.-บาท หากเราบอกว่าไม่ทำ2,000,000.-บาท ขอทำเพียง1,000,000.-บาท กรุณาเข้าใจด้วยว่าท่านทำเพียงร้อยละ 50 ของมูลค่าทรัพย์สินเท่านั้นนะครับ เวลามีความเสียหายเกิดขึ้นทางประกันเขาจะจ่ายให้เพียง 50% สมมุติว่า บ้านเกิดไฟไหม้เสียหายเป็นเงิน 700,000.-บาท ทางเราทำประกันไว้1,000,000.-บาท อย่าเข้าใจว่าประกันจะจ่ายให้ 700,000.-บาทนะครับ เขาจะจ่ายให้ 50 % คือ 350,000.-บาท เท่านั้นเพราะเราทำประกันเพียง 50%ของมูลค่าทรัพย์สิน ฉะนั้นหากทางประกันประเมินราคาไว้เท่าไหร่ก็ให้ทำประกันเต็มมูลค่าดีที่สุดครับ หวังว่าคงเข้าใจนะครับ
ขอบคุณครับที่ถามเพราะจะยังประโยชน์กับท่านอื่นด้วย
สวัสดีครับคุณ
กานดา น้ำมันมะพร้าว
คุณกานดาอ้วนท้วนแข็งแรงสมบูรณ์น่ารักเหมือนเดิมนะครับ ฮิ.ฮิ.
ค่อยๆอ่านทำความเข้าใจทีละน้อยๆครับไม่ต้องรีบร้อน หากมีเวลาก็ลองอ่านคำตอบที่ผมตอบคุณคนซื้อบ้านในความเห็นที่ 17 ก็จะยังประโยชน์ต่อได้อีกส่วนหนึ่งครับ
ส่วนดอกไม้มีชื่อตามนี้ครับ
เกล็ดกะโห้ด่าง
รัตมา
ดอกฝ้าย
สารภีทะเล
เครือขมัน
ดอกไม้ที่เห็นหาชมยากยกเว้นดอกฝ้ายครับผมถ่ายไว้นานแล้วตอนนั้นไม่ได้จดไว้ว่าดอกจะบานช่วงไหนบ้าง
ขอบพระคุณที่ติดตามให้กำลังใจตลอดมาครับ
สวัสดีค่ะ
มาอ่านบันทึกนี้แล้วชอบใจเรื่องกฏหมายขึ้นมาทันที ขนาดเคยเรียนมาบ้างเล็กน้อย ยังแอบงงเรื่องกฏหมาย อ่านทีไรต้องตั้งสติเยอะๆ นะค่ะ :)
อ๋อ...อีกอย่างค่ะ ชอบใจภาพประกอบด้วย ได้พักสายตาเป็นช่วงๆ ต้องบอกว่าเป็นไอเดียสำหรับการช่วยให้ผู้อ่านสบายตาสบายใจเวลาต้องอ่านบันทึกที่มีเนื้อหายาวๆ
ยกนิ้วให้คุณทนายนะคะ ไอเดียดีมาก และข้อมูลที่นำมาบอกเล่ามีประโยชน์ อ่านแล้วก็สนุกด้วยค่ะ :)
ขอบคุณมากๆ ค่ะ
แวะมาบอกคุณทนายว่าเฉลยแบบทดสอบอีคิวแล้วล่ะ เพราะถ้าคำตอบไม่ถูกใจจะได้รีบชิ่งกลัวถูกฟ้องอ่ะ..ฮา