ช่วงนี้ข่าวบทความการวิพากษ์วงการการศึกษา
มีความหนักหน่วง โดยเฉพาะบทความตามหน้า
หนังสือพิมพ์ ช่วงนี้เด่น ๆ ก็จะมีบทความของพี่เล็ก
สายพิณ แก้วงามประเสริฐ e-trainning ครูเครียด
ไปทั้งเมือง โดยเนื้อหาโดยสรุปว่าการพัฒนาครูตาม
แนวนี้เกิดความไม่พร้อมหลายอย่าง โดยเฉพาะระบบ
e-trainning ที่ไม่สมบูรณ์แบบ ทำให้ เพิ่มงานเพิ่มภาระ
ให้ครู ตามด้วยนายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์
ครูคือผู้สร้างชาติ:ข้อเสนอเพื่อปฎิรูปคุณค่าของครู โดย
นพ.ประเสริฐ ฟันธงว่า การประชุม อบรม สัมนา ทั้งหลาย
ที่จัดขึ้นนั้นไม่ประสบความสำเร็จเพราะเกิดจาการสั่งการ
ถ้าสำเร็จนั้นก็สำเร็จไปนานแล้ว วิธีการพัฒนาก็น่าจะเป็น
การสะท้อนแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในระดับล่าง โดยสร้าง
พื้นที่ให้ครูได้เล่าวิธีการทำงาน วิธีการสร้างคนให้เป็นคน
โดยเน้นเสรีภาพทางปัญญา ส่วนอีกบทความนั้นมีความ
แรงหนักหน่วง โดยอาจารย์สุกรี เจริญสุข ได้เขียนบทความ
อย่าปล่อยให้การศึกษาชาติอยู่ในมือคนจนและคนด้อยโอกาส
ท่านวิเคราะห์ว่าการศึกษาขณะนี้อยู่ในมือคนด้อยโอกาส
คือคนจน และคนโง่ เนื่องมาจากนโยบายการเออรี่รีไทน์
ทำให้คนเก่ง คนดี หายไปหมด เหลือแต่คนด้อยโอกาส
ไม่มีคุณภาพ โดยเฉพาะครูจ้างเฉพาะกิจ เพราะหางานทำ
ที่ไหนไม่ได้แล้วจึงมาเป็นครู หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ
การศึกษาที่ใช้งบประมาณเยอะตั้งแต่กระทรวงยันหน่วย
งานประเมินมาตรฐาน ใช้เงินไปเยอะแยะ แต่ผลที่ได้ง่าย ๆ
คือเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ฯลฯ
บทความเหล่านี้สะท้อนถึงอารมณ์ของสังคมส่วนหนึ่งก็เป็น
เรื่องการพัฒนาครู และการใช้ครู โดยตั้งคำถามว่าทำไมครู
ที่มีคุณภาพทั้งหลายนั้นต้องเออรี่ รีไทน์ออกไป ทำไมระบบ
การพัฒนาครูแบบสั่งการอบรมเป็นทอด ๆ นั้นเป็นการสูญเปล่า
ทำให้ไม่มีพื้นที่เสรีภาพให้ครูได้สะท้อนเสรีภาพทางปัญญา
ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจก็คือการวิเคราะห์แนวคิดเรื่อง "พื้นที่"
ถามว่าวันนี้พื้นที่ของครูเป็นอย่างไรในสังคม ก็ต้องตอบว่าพื้นที่
ของครูโดยเฉพาะครูผู้สอนซึ่งเป็นหน่วยเล็กที่สุดที่ต้องทำตาม
นโยบายการศึกษาโดยไม่มีพื้นที่ให้แสดงปัญญา และแสดงปัญหา
ที่ประสบ โดยเฉพาะวิชาการแบบ topdown ทำให้พื้นที่ของครู
ยิ่งจำกัดมากขึ้น และสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ครูต้องเออรี่ออกไปก็เพราะ
วิชาแบบ topdown นี้หรือไม่ สำหรับความคิดของผมการพัฒนาครู
โดยเฉพาะวิชาความรู้น่าจะเป็นการแจกคูปองการอบรมไปอบรม
กับหน่วยงานเอกชนที่มีความพร้อมทางวิชาการ หรือหน่วยปฎิบัติ
ที่เชี่ยวชาญระดับพื้นที่ ไม่ต้องถือเงิน ถือกระดาษมีมูลค่าเข้ารับ
การฝึกอบรมตามที่ตนเองต้องการพัฒนาตนเอง
เป็นข้อสังเกตุของผม เช่นเคยครับ ไม่สำคัญว่าผมจะเขียนหรือบ่น
รำพันอะไรออกมา แต่สำคัญที่สุดแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต ก็คือ
ท่านคิดว่าอะไร มีคำถามแห่งการเรียนรู้เพิ่มขึ้น หรือ มีคำตอบให้
กับเรื่องนี้ตามพื้นที่ตามบริบทของท่าน เพราะ G2K ก็คือพื้นที่ที่มี
เสรีภาพทางปัญญา เชิญเลยขอรับ
http://gotoknow.org/blog/krulek-saipin/408213
http://www.thaischool.in.th/10105309/newseducation/644/
http://gotoknow.org/blog/krulek-saipin/408213
ที่มาของบทความครับ
ก็มีหลายแง่มุมนะที่น่าคิด หากไล่เรียงไปแล้ว สิ่งที่น่ากังวลคือระบบประเมินที่ยังเน้นกระดาษมากกว่าเน้นการพิจารณางานจากการทำงานคลุกคลีอยู่กับผู้เรียน สำหรับเรื่องการอบรมสัมนาทั่วไปนั้นก็พอไปได้ครับ สำคัญคือการกระจายครูไปอบรมต้องถูกตัวถูกตนมากกว่ามีแต่คนหน้าเดิม
ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งครับ ในเรื่องของ "พื้นที่" รวมไปถึง "โอกาส" ไปด้วย ในเรื่องระบบการประเมินนั้นเข้าใจว่าระบบออกมามาได้ดีระดับหนึ่งเเต่เมื่อเข้าสู่ระบบการประเมินจริงๆ ก็ทำให้เกิดผลลัพธ์ไปอีกอย่าง...ตรงนี้ในส่วนของผู้ดูเเล -กระทรวงศึกษาธิการ คงต้องให้ความสำคัญ
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณ ครูหยุย ครับ
ขอบคุณ คุณจตุพร ครับ
ขอบคุณ อาจารย์ขจิต ครับ
ขอบคุณ ยายคิม ที่เออรี่ สบายไปแล้วครับ
วันนี้ไม่มีครูปฏิบัติการมาแสดงพื้นที่เลยขอรับ
-สวัสดีครับ....
-แวะมาให้กำลังใจ "ครู" ทุกคนครับ....
-อากาศที่โรงเรียนหนาวรึยังครับ....
-ดูแลสุขภาพด้วยนะครับ....
-ขอบคุณครับ
ขอบคุณ คุณเพชรน้ำหนึ่ง
ที่โรงเรียนหนาวแล้ว ครับผม
เรื่องe-trainning ทำให้ครูเครียดกันทั้งประเทศ..ก็ว่าได้
เมื่อคืนได้โทร.คุยกับเพื่อนครูที่อยู่ไกลๆ ก็ปลอบใจว่า
สำคัญว่า การถ่ายทอด เชื่อมโยง นโยบายสู่การปฏิบัติ ไม่ชัดเจน
หน่วยงานเบื้องบนไม่มีวันทราบข้อมูล เบื้องล่าง ถ้าเราไม่พูด ความจริง
รัฐฯ มีนโยบาย....ดี..วจี..ชัด ....ปฏิบัติ...ไม่แน่ใจ ? โดยส่วนตัวแล้วอยากให้คนดีมีที่ยืนครับ
แต่ที่ผ่านมา คนดีไม่ค่อยมีทียืน เพราะคนมี(เงิน) เขามีที่ยืนมากกว่า
e-trainning ผมเข้าไม่ได้ จนเบื่อแล้วล่ะ Ok ไม่ผ่าน ก็ ไม่ผ่าน แล้วแต่มันจะเป็นไป
คนนี่ล่ะครับที่สำคัญที่สุด คนดีอยู่ที่ไหนก็สร้างองค์กรนั้นให้ดีได้ ระบบเป็นแต่เพียงเครื่องมือ..ก็เท่านั้น
อ่านบทความของท่าน ผอ.วัฒนา แล้ว บางทีก็เครียดเหมือนกันครับ
กราบขอโทษที่ทำให้ท่าน ศน.เฉลิมชัย เครียดครับ
เดี๋ยวเส้นใยสมอง shutdown ผมไม่ได้เขียนและเมกข้อมูล
ทุกอย่าง อ้างอิงในบทความ ทั้งสามบทความนั้นขอรับ
ความคิดความเห็นกับการปฏิบัติันั้นเป็นคนละอย่าง
การปฏิบัตินั้นเราจะต้องปฏิบัติตามระเบียบและวัฒนธรรมอยู่แล้ว
แต่ถ้าเป็นการแสดงความคิด ความเห็น นั้นเ็ป็นวิชาการ
หรือการแสดงรูปแบบจำลองความจริงอีกประการ
ถ้ารูปแบบจำลองความจริงนี้ได้รับการยอมรับในวันข้างหน้า
ก็จะกลายเป็นระเบียบและวัฒนธรรมต่อไปขอรับ