เดินทางโดยรถประจำทางพิษณุโลกอุดรธานี  นังรถยาวนานถึง ๗ ชั่วโมง  น้องหนึ่ง Hana มารับที่สถานีโดยสารแห่งที่ ๒ เข้าเช็คอินในโรงแรม  และไปหนองคาย  น้องนางมณีวรรณติดตามมา  เราสามคนเดินเล่นชมสินค้าสารพัดสารพันที่ตลาดท่าเสด็จ เป็นครั้งแรกที่ได้เจอน้องหนึ่ง  ส่วนน้องนางมณีวรรณ  เคยเจอกันมาก่อนแล้วครั้งหนึ่ง

         ตลาดท่าเสด็จ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง  เทศบาลเมืองหนองคาย เป็นแหล่งรวมสินค้าแถบอินโดจีน  และยุโรปตะวันออก  มีทั้งผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป อาหารแห้ง อาหารแปรรูป และข้าวของเครื่องใช้ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้า นาฬิกา เครื่องครัว และของเล่นเด็ก  เวลานี้จะพบว่ามีเครื่องกันหนาวจำนวนมาก  ราคาก็แตกต่างกันไปเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับสามารถในการต่อรองราคา

        นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย  และชาวต่างประเทศให้ความสนใจเดินทางมาเที่ยวชมตลาดท่าเสด็จ และเลือกซื้อสินค้ามากมาย  นอกจากนี้ท่าเสด็จยังเป็นด่านตรวจสำหรับการข้ามไปยังประเทศลาว

       ริมฝั่งแม่น้ำโขงมีร้านอาหารและการจัดโต๊ะไว้สำหรับให้บริการลูกค้ายาวเหยียดไปตลอดแนวฝั่ง  แต่ละร้านจะแย่งกันเรียกและเชิญลูกค้าให้เข้าร้านของตนเอง  ในแม่น้ำโขงมีเรือสำหรับบริการอาหารและคาราโอเกะ  ลากจูงไปมาอยู่กลางแม่น้ำ

        เพื่อสะดวกสบายพวกเราจึงทานมื้อเย็นที่ริมโขง  มีปลาเผาปลาตัวใหญ่ ต้มยำหม้อเบ้อเร่อ แม้แต่เฉาก้วยถ้วยใหญ่ขนาดชามก๋วยเตี๋ยว  ทานสามคนเกือบไม่หมด  น้องนางโทรศัพท์ถึงป้าแดงรัชวัลย์  ถูกต่อว่านิดหน่อย "ทำไมเพิ่งจะมาส่งข่าวกันตอนนี้"  ส่วนเกษตรปรีดาทราบว่า "ยังอยู่ที่ขอนแก่น กำลังตามหาบ้านไกประกาย บอกว่าให้ทานรอ กะจะมาจ่ายตังค์"

       น้องหนึ่งและยายคิมกลับอุดร  เข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง เป็นโรงแรมใหม่ ราคาไม่แพง การดูแลดี เพราะพนักงานต้องต้อนรับแขกตลอด ๒๔ ชั่วโมง  จนถึงวันนี้ยังไม่ทราบว่าชื่อโรงแรมอะไร  เพราะน้องหนึ่งเป็นคนจองไว้ล่วงหน้า 

        ฝากภาพบรรยากาศแห่งมิตรภาพ และบรรยากาศแม่น้ำโขง สามารถมองจากฝั่งท่าเสด็จไปยังบ้านพี่เมืองน้องลาวได้ลาง ๆ  ภาพแทนคำบรรยายค่ะ