ก่อนจะเริ่มเรื่องยาขอกล่าวถึงการลดน้ำหนักก่อนนะครับการลดน้ำหนักคืออะไรทำไมเราต้องลดน้ำหนักและเราต้องลดน้ำหนักอย่างไร จึงจะปลอดภัยต่อสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ต้องเน้นตรงนี้ครับเพราะการลดน้ำหนักปัจจุบันมีการเผยแพร่ออกมามากมายจริงๆ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นวิธีที่ไม่ได้ผลหรือได้ผลไม่นานก็กลับมาเหมือนเดิมหรือหนักกว่าเดิมอีก</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">บางทีก็เป็นวิธีการที่หักโหมอย่างหนักจนร่างกายทนไม่ไหว</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมรู้สึกว่าเป็นเรื่องน่าเศร้าครับ ที่หลายคนทุ่มเทจ่ายเงินไปแล้วได้ร่างกายที่ทรุดโทรมกลับมา</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แน่นอนครับว่าในกลุ่มโฆษณานี้มีกลุ่มผู้เชี่ยวชาญจริงๆ อยู่ด้วย ซึ่งพวกท่านก็จะบอกคล้ายๆ กันครับว่าการลดน้ำหนักนั้นต้องคุมอาหารและออกกำลังกาย (ภายหลังพบว่านั่นเป็นการเปลี่ยนแปลงวิตชีวิตของผมเลยละ)</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เป็นคำตอบที่ดูง่ายไม่น่าเชื่อใช่ไหมครับ (แต่ทำยากจริงๆ ให้ดิ้นตายสิ)</p> ขอเตือนก่อนที่จะอ่านต่อไปนะครับการใช้ยาเป็นวิธีการท้ายๆ ที่ผมอยากจะให้คุณทั้งหลายใช้รองจากการผ่าตัดดูดก้อนไขมันออก <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เพราะผมเชื่อว่า สิ่งที่มันมาเร็วย่อมจะไปเร็วเป็นเหมือนกฎธรรมชาติ ถ้าอยากให้หุ่นเราลดแล้วอยู่กับเรานานๆ เราต้องค่อยๆ ทำให้ทุกอย่างค่อยๆ เป็นไป</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ดังนั้น ผมแนะนำให้วิธีการลดน้ำหนักโดยการเปลี่ยนวิธีการดำรงชีวิตเป็นคำตอบแรกสุด ซึ่งผมก็ใช้วิธีนี้อยู่</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เพื่อความน่าเชื่อถือขึ้นนะครับ ผมขอบอกว่า</p>ตอนจบมาใหม่ๆ ผมสูง 167 ซม. หนัก 70 กก. ไม่มีใครบอกว่าผมอ้วนหรอก <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แต่ตัวผมรู้กระจ่างใจดีก่อนเข้ามหาลัยผมสูงเท่านี้ละแต่หนัก 55 กก. ผ่านไปหลายปีจนจบออกมาน้ำหนักเพิ่มเป็น 70 กก. เท่ากับเพิ่มมา 15 กก. คุณผู้อ่านว่าผมอ้วนขึ้นไม๊ละดูจากรูปแล้วไม่มีใครบอกได้ครับว่าผมอ้วนเพราะน้ำหนักไปลงที่หน้าท้อง สะโพก ต้นขาอย่างสมดุลกันมาก ดังนี้ครับ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ก่อนเข้ามหาลัย หลังเรียนจบ ปัจจุบัน</p><p>นน. 55 กก. 70 กก. 60.5 กก.</p><p>เอว 27 นิ้ว 32 นิ้ว 29 นิ้ว </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">สะโพก 37 นิ้ว 42 นิ้ว 38 นิ้ว</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ต้นขา ตอนนั้นไม่ได้วัดครับ เลยเทียบไม่ได้ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>แต่กางเกงตอนปี 1 ผมใส่ไม่ได้แล้วครับ ฟิตทั้งก้นเอวและต้นขา ต้องซื้อเปลี่ยนใหม่ 2 ครั้งแน่ะตอนเรียน จากเอว 28 นิ้ว มาใส่ตัว 30 /32 นิ้ว แต่เสื้อใส่ตัวเดิมได้ไม่ต้องเปลี่ยนไซส์เลยตอนนี้ผมหนัก 60.5 กก. ใช้เวลาในการลด 4 เดือนครับ ตกเดือนละประมาณ 2.5 กก. และผ่านมาก็เกือบ 8 เดือนแล้วครับน้ำหนักก็ยังไม่เพิ่มขึ้นมากนัก ตอบตามจริงว่ามันมีแปรปรวนบ้างแต่เพิ่มลดไม่เกิน 1 กก. โอ้ร่ายมายาว ยังไม่ไปถึงไหนเดี๋ยวพรุ่งนี้จะมาต่อเรื่องยาครับ</p><p>บทความนี้พิมพ์ตั้งแต่ 16.30-18.00 น.ขณะกำลังจิบน้ำชาหลังเลิกงาน </p>
การลดน้ำหนักกับยา(1)
เพื่อสาวๆ ที่กำลังหันไปใช้ยาเข้าใจเรื่องยาเหล่านี้ให้ดีขึ้น (หนุ่มก็อ่านได้นะครับ)
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
นาย กิตติธัช วรรธนะนาถ · 25 ก.ค. 2549
ชายชาญ วงศ์ชิดวรรณ · 25 ก.ค. 2549
นพ. วัลลภ พรเรืองวงศ์ · 25 ก.ค. 2549
PAN · 25 ก.ค. 2549
มีสาวๆที่แอบมาอ่านบันทึก ตอนที่ผมอ่านบันทึกคุณจันทร์เมามาย บอกว่า พวกเขารอคอย ที่จะอ่านบันทึกเขียนต่อครับผม
คุณจตุพร ฝากบอกสาวๆ ด้วยนะครับว่าคงต้องรอหลายตอนหน่อยเพราะข้อมูลค่อนข้างเยอะ เนื่องจากทีแรกจะเขียนแต่เรื่องยาล้วนๆ แล้วคุณขจิตทำให้ผมคิดใหม่ว่า น่าจะแนะนำวิธีลดที่ถูกต้องก่อนคร่าวๆ ก่อนจะไปเรื่องยา
คุณขจิต ชอบลูกยกน้ำหนักของคุณจริงๆ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับ เห็นด้วยกับที่คุณขจิตว่าออกกำลังกายจะดีที่สุดควบคู่ไปกับการควบคุมอาหาร แต่ก็มีครับสำหรับคนที่ใช้ยากลุ่มนี้ไม่ว่ากำลังใช้อยู่หรือกำลังตัดสินใจใช้ เช่นผมในตอนแรกๆ ที่หันไปลองใช้ยาในการคุมน้ำหนัก
ผมเห็นว่าคนกลุ่มนี้ต้องได้รับข้อมูลมากขึ้นในการตัดสินใจครับ ว่า เมื่อเรากินไปแล้วอาจเกิดผลเช่นนี้ คุณจะรับได้หรือไม่ ขึ้นชื่อว่ายาแล้วต้องมีอันตรายแฝงมาครับอาจจะมากหรือน้อย ขึ้นกับบุคคล อาการของโรค ชนิดของยา รวมทั้งวิธีการใช้ยาด้วย
ปล. ความอ้วน ปัจจุบัน FDA ถือว่าเป็นโรคแล้วนะครับ ผมว่าเราก็ไม่ควรนิ่งนอนใจกันนัก
ขอบคุณครับที่ชม ผมไม่รู้จักพี่รงค์หรอกแต่น่าจะเป็นคนที่เขียนเก่งนะ หึๆ
จะพยายามลงต่อเนื่องเรื่องนี้ให้จบละครับแต่เนื้อหายิ่งรวมข้อมูลยิ่งรู้สึกว่ามันเยอะจริงๆ คิดว่าได้แค่ไหนก็ทำแค่นั้นก่อน
จิบน้ำชาช่วยลดคอเรสเตอรอลใช่ไหมค่ะ เคล็ดไม่ลับที่ควรคู่สำหรับคนรักษาน้ำหนักค่ะ
ดร. จันทวรรณ น้อยวัน
สังเกตุเก่งมากเลยครับ
เวลาทำงานหรือเข้าประชุมมักจะเจอ 2 อย่างนี้ครับ คือ กาแฟและน้ำชา
ดื่มกาแฟต้องชงใส่ครีม,นม,น้ำตาลลงไปด้วยครับ ซึ่งไม่เหมาะกับคนที่คุมน้ำหนักอยู่ แถมตัวมันมีฤทธิ์ในการขับปัสสาวะอีกต่างหาก
ส่วนน้ำชา รสขมหน่อยๆ ของมันทำให้ลดความกระหายน้ำ ได้ดีครับ
รวมทั้งการจิบน้ำชาอุ่นๆ ถือเป็นความสุขเล็กๆ อย่างหนึ่งของผมครับ ใครจะทดลองก็ได้นะครับไม่ว่ากัน
การลดน้ำหนัก หากเรามีความสุขไปกับมันด้วยจะทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นครับ