"พนักงานมหาวิทยาลัย" พนักงานมหาวิทยาลัย หมายถึง บุคคลซึ่งได้รับการจ้างตามสัญญาจ้างให้ปฏิบัติหน้าที่ราชการในสถาบันอุดมศึกษา โดยได้รับค่าจ้างหรือค่าตอบแทนจากเงินงบประมาณแผ่นดิน หรือเงินรายได้ของสถาบันอุดมศึกษา ความเป็นมาของพนักงานมหาวิทยาลัย... ในอดีตมีการกำหนดให้บุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการในสถาบันอุดมศึกษา มีสถานะเป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา เมื่อ พ.ศ. 2507 ต่อมาในปี พ.ศ. 2542 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้จัดจ้างพนักงานทดแทนอัตราข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย เพื่อรองรับการออกนอกระบบในปี พ.ศ. 2545 โดยให้ได้รับเงินเดือนในอัตราที่มากกว่าข้าราชการ คือ เพิ่มขึ้น 1.7 เท่า สำหรับพนักงานมหาวิทยาลัย สาย ก. และเพิ่มขึ้น 1.5 เท่า สำหรับพนักงานมหาวิทยาลัย สาย ข. และสาย ค. ตามข้อเสนอของคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) ซึ่งมี นายพิชัย รัตตกุล รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการกำหนดอัตรากำลังของพนักงานมหาวิทยาลัยเพื่อทดแทนอัตรากำลังของข้าราชการ... ต่อมาในปี พ.ศ. 2551 ได้มีการตราพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2551 ขึ้น จึงมีการกำหนดเกี่ยวกับพนักงานมหาวิทยาลัย อย่างเป็นทางการ ปัจจุบันในสถาบันอุดมศึกษา ไม่มีการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาแล้ว โดยสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ จะใช้การบรรจุและแต่งตั้งพนักงานมหาวิทยาลัยเพื่อทดแทนอัตรากำลังของข้าราชการเดิม ซึ่งพนักงานมหาวิทยาลัย มีสิทธิที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการและตำแหน่งผู้บริหารเช่นเดียวกันกับข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา...สำหรับการรับโอนข้าราชการ ตามมติ ครม. ก็จะให้รับโอนข้าราชการที่อยู่ในสถาบันอุดมศึกษาด้วยกันเท่านั้นเองค่ะ ไม่รับโอนจากส่วนราชการอื่น... ประเภทพนักงานมหาวิทยาลัย แบ่งเป็น 4 ประเภท พนักงานมหาวิทยาลัย แบ่งออกเป็น 4 ประเภท เช่นเดียวกับข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ตามประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง มาตรฐานจำแนกตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2552...ซึ่งแต่ละมหาวิทยาลัยต้องดำเนินการออกประกาศ ฯ ให้กับพนักงานมหาวิทยาลัยอีกครั้งหนึ่ง...) ได้แก่ ตำแหน่งวิชาการ แบ่งเป็น 4 ตำแหน่ง ได้แก่ ตำแหน่งศาสตราจารย์ ตำแหน่งรองศาสตราจารย์ ตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ ตำแหน่งอาจารย์ ตำแหน่งประเภทผู้บริหาร แบ่งเป็น 2 ระดับได้แก่ ะดับตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานอธิการบดีหรือเทียบเท่า ระดับตำแหน่งผู้อำนวยการกองหรือเทียบเท่า ตำแหน่งประเภทวิชาชีพเฉพาะหรือเชี่ยวชาญเฉพาะ แบ่งเป็น 5 ระดับ ได้แก่ ระดับตำแหน่งเชี่ยวชาญพิเศษ ระดับตำแหน่งเชี่ยวชาญ ะดับตำแหน่งชำนาญการพิเศษ ระดับตำแหน่งชำนาญการ ระดับตำแหน่งปฏิบัติการ ตำแหน่งประเภททั่วไป แบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับตำแหน่งชำนาญงานพิเศษ ระดับตำแหน่งชำนาญงาน ระดับตำแหน่งปฏิงาน
ประวัติความเป็นมาชัดเจนดีครับ ;)
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ...คุณ Wasawat...
พนักงานมหาวิทยาลัย มีเงินบำหนาญมั้ยคะ
ตอบ...คุณสุมาลี...
สอบถามครับ
ผมเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน ยศ ดาบตำรวจ อายุตัว 42 ปี อายุราชการ 23 ปี เริ่ม(เบื่อ)อิ่มตัวกับอาชีพนี้ และกำลังเรียน ป.เอก(รัฐประศาสนศาสตร์)
1.หากผมเรียนจบ ป.เอก แล้ว ลาออกจากตำรวจกินบำนาญ ไปเป็นอาจารย์สอนตามมหาวิทยาลัยต่างๆ มีโอกาสเป็นเพียงอาจารย์พิเศษ หรือประจำ ครับ
2.มีโอกาสทำตำแหน่งทางวิชาการ หรือไม่ครับ
3.ไม่ทราบว่าผมจะคิดผิดหรือคิดถูก
4.หากสงสัยแล้ว ผมจะสอบถามมาใหม่ครับ ...ขอบคุณครับ
ตอบ...คุณณธวัฒน์...
เรียนถามอาจารย์ค่ะ
แล้วพนักงานมหาวิทยาลัยมีสวัสดิการ เบิกค่ารักษาพยาบาลให้ บิดา มารดา บุตรหรือป่าวค่ะ แล้วสามารถเบิกค่าเล่าเรียนบุตรได้หรือป่าวค่ะ พอดีสอบบรรจุเป็นพนักมหาวิทยาลัยได้ ก็อยากจะเรียนถาม แล้วมีค่าครองชีพให้หรือป่าว ค่ะอาจารย์
ตอบ..คุณพัชรีย์...
ขอขอบคุณมากค่ะอาจารย์ที่ให้ความรู้
อยากเรียนถามอาจารย์คะ
คือตอนนี้ดิฉันเป็นข้าราชการครู อายุ 39 ปี คะตอนนี้จบปริญญาเอก มหาลัยราชภัฎแ่หงหนึ่งซึ่งใกล้บ้านรับสมัครอาจารย์ ตำแหน่งวิชาการ งบประมาณแผ่นดินคะ สาขาที่ตนเองจบพอดี อยากไปสมัครคะ อาจารย์ว่าถ้าหนูเข้าไปเป็นอาจารย์ในมหาลัยจะดีไหมคะ และอนาคตที่เหลืออีก 20 ปีจะก้าวหน้าหรือไม่ อีกทั้งจะคุ้มกับการลาออกจากครูมั้ยคะ อาจารย์ช่วยชี้แนะด้วยคะ
เรียนถามอาจารย์ครับ ตอนนี้ผมเป็นอาจารย์สอนที่รร.สาธิตของทางมหาลัยไม่ทราบว่าสามารถสมัครสวัสดิการกู้เงินของ ชพค.ได้หรือไม่รบกวนด้วยครับ
เกี่ยวกับ ชพค. ติดต่อที่สำนักงาน สกสค.จังหวัดที่ทำงานอยู่ครับ
กฏหมายได้รับการแก้ไขให้มีความเท่าเทียมกันมากยิ่งขึ้น ครูประถม-มัธยม-อาชีวศึกษา ฯลฯ สามารถเสนอผลงานเพื่อเลื่่อนระดับได้ เช่นเดียวกับอาจารย์มหาวิทยาลัย ขึ้นอยู่กับว่า เราถนัดแนวไหน อยากอยู่ที่ใด ใกล้บ้าน/ไกลบ้าน ใกล้ที่ทำงาน/ไกลที่ทำงาน ในกรุง/นอกกรุง/ชนบท เท่านั้นเองครับ.