ผ้าขาวเคารพในภูมิธรรมของหลวงตา และพอจะรู้แล้วว่า
บำเพ็ญตบะ-3
โสภณ เปียสนิท
...........................
ผ้าขาวเคารพในภูมิธรรมของหลวงตา และพอจะรู้แล้วว่า ท่านคือเจ้าอาวาสนั่นเอง เพราะทั้งวัดมีพระอยู่องค์เดียว หลวงตาบอกให้ไปพักผ่อนเสียก่อน เขายังรู้สึกเสียดายอยากคุยต่อ “ไปเถอะพักก่อน เอ็งยังอยู่ที่นี่อีกนาน” หลวงตาพูดเหมือนรู้อนาคตของเขา ทั้งที่เขาเองยังไม่ได้คิดอยู่ที่ใดนานนัก แต่วันแล้ววันเล่าที่เขาฝากตัวเป็นศิษย์รับคำสอนจากหลวงตาสาย เขากลับยินดีที่ได้อยู่ช่วยงานรับใช้รับคำสอนต่อไปเรื่อยๆ หลายครั้งแห่งการซักถาม เขาได้รับคำตอบที่จดจำขึ้นใจ ไม่จบสิ้น เช่น
ครั้งหนึ่งเมื่อถามหลวงตาว่า “คนเราเป็นชาวบ้านธรรมดาต้องบำเพ็ญตบะหรือไม่” หลวงตาตอบทันที “คนปล่อยใจให้คุ้นกับกิเลสไม่เผากิเลสกิเลสก็เผาเอา” “การเผารนกิเลส จะอธิบายให้ง่ายได้อีกหรือไม่” “เช่น เคยโกรธก็ต้องแก้ไขด้วยให้ความเมตตา เคยขี้เกียจก็ต้องแก้ไขด้วยความเพียร เคยขี้อิจฉาก็ต้องแก้ไขด้วยมุทิตาพลอยยินดี เคยยะโสโอหังก็ต้องถ่อมตน เคยขี้น้อยใจก็ต้องอนุโมทนาพลอยยินดี เคยกามกำเริบก็ลดด้วยอะสุภะ
เคยง่วงเหงาหาวนอนก็เร่งสติ” “ความไม่ดีมันคือกิเลส” “ความไม่ดีทั้งหลายที่เกิดขึ้นเพราะกิเลสที่อยู่ในใจของคน” “แต่กำจัดกิเลสมันยาก” “ใช่ กำจัดกิเลสทำได้ยากเพราะ อวิชาความไม่รู้ ไม่เห็นตัว ไม่รู้จัก บางทีมันกัดกินอยู่ยังไม่รู้ตัว คนเราคุ้นกับกิเลส” “เช่นอะไรครับ” “กินกาแฟคุ้นกับกาแฟ กินเหล้าคุ้นกับเหล้า เล่นการพนันคุ้นกับการพนัน” “แหม หลวงตายกตัวอย่างได้ดี” “คนนินทาเป็นประจำ คุ้นกับนินทา กินข้าวกินน้ำพริก คุ้นกับการกินข้าวกินน้ำพริก”
“คนเราเผารนกิเลสต่างกันไป” ผ้าขาวเคยถามหลวงตาแบบชวนคุย “ก็จริงอย่างเอ็งว่า คนโบราณบางพวกเห็นว่า การอยู่กับกิเลสให้ถึงที่สุดเป็นการกำจัดกิเลส บางพวกเห็นว่าการทรมานกายเป็นการเผารนกิเลส แต่ไม่เป็นผล” “หลวงตาจะบอกผมว่า..” “ต้องฝืนความต้องการ ฝืนความเคยชิน ฝืนความต้องการของกิเลส พระสอนว่าต้องใช้ธุดงควัตรกำจัดกิเลส ธุดงค์มี13 อย่าง” “ชาวบ้านทำได้ไหม” “ชาวบ้านเลือกทำตามเหมาะสม” “เช่นอะไรบ้างครับ” “เช่นการใช้เสื้อผ้าน้อยชิ้นลง เลียนแบบพระที่ใช้ผ้าบังสุกุล ปฏิบัติธรรมโดยไม่นอนทั้งคืนเป็นบางช่วง เป็นต้น” “ยังมีอย่างอื่นอีกหรือไม่” “มีซิ เช่นการฝึกสำรวมตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ต้องฝึกเอา” “เหตุใดต้องสำรวมด้วยเล่าหลวงตา”
เรียนคุณอุ้มบุญครับ
วันนี้มาแปลก
1. แจ้งว่าเกือบไม่เข้าห้องเรียน ทั้งที่ไม่เคยเป็นนักเรียนที่ไม่ขยันมาก่อน
2. แจ้งเรื่องฝุ่นผงเข้าตา มีความหมายเป็นสอง "ตานอก หรือตาใน"
3. หาคนช่วยสะกิด "ตานอกใช้คนข้างกาย ส่วนตาในใช้หลักธรรม" อิอิ
4. ท้ายสุดมาพร้อมกับคำคม "เพียงธรรมหนึ่งข้อต่อชีวิตให้สว่างไสว" เยี่ยมครับคมกริบ
สวัสดีค่ะ
ไม่ค่อยได้พบกันเลยนะคะ...สงสัยงานยุ่งๆใช่มั้ยคะ...ขอบคุณที่ไปให้กำลังใจในบันทึกตลอดนะคะ....วันนี้มาเรียนรู้ด้วยคนค่ะ.....
ขอบคุณที่แบ่งปันสิ่งดีๆค่ะ
เรียนคุณมาตายี
หลักของธรรมคือหลักใจ พระสอนไว้ดีอย่างยิ่ง แต่น่าเสียดายที่เราไม่ค่อยได้เรียนรู้เท่าไร ทีละเล็กทีละน้อยก็ยังดีนะครับ ผมว่า
สวัสดีครับอาจารย์ “คนเราเผารนกิเลสต่างกันไป” เผา- หรือลนไฟกิเลสต่างกันต้องรู้ทันความคิดจิตประหวัด
อาจารย์ครับ มาอ่านเป็นตอนๆๆท่าทางจะขายได้ดีแน่ๆๆ เรื่องสั้นเป็นชุดธรรมมะครับ
เรียนท่านผู้เฒ่า
ครับ
พระพยอมท่านใช้คำว่า "ถูกกิเลสไสหัว" ให้ทำผิดคิดร้ายต่างๆนานา แล้วก็พาตัวเองลงต่ำไปเรื่อย ขึ้นอยู่กับเราเองว่าจะยอมให้มันไสเราไปถึงไหน
เห็นด้วยกับคุณน้องขจิต เข้ามานี่ทีไรหาทางออกไม่เจอทุกทีค่ะ
ตามอ่านเป้นขนมไปเล้ยย อย่าลืมฝรั่งว่านะครับ you are what you eat/you are what you read.