•  บทเรียนจากตลาดนัดความรู้กรมอนามัย

  • ผมเคยมีประสบการณ์การไปร่วมงานตลาดนัดความรู้ ที่ สคส.จัดมาครั้งหนึ่ง ชื่องานว่าการประชุมวิชาการจัดการความรู้ครั้งที่20 จัด ตลาดนัดความรู้การศึกษานอกโรงเรียน จัดขึ้นที่โรงแรมกานต์มณีพาเลซ กรุงเทพฯ เมื่อ 26 มกราคม 2549 ที่ผ่านมา ตอนนั้นผมไปเล่าประสบการณ์ของผม และฟังของคนอื่นเล่า อย่างมากก็ได้ฟังคนอื่นแจมด้วย บรรยากาศการเรียนรู้ออกจะมีน้อยไป มีของซื้อขายแลกเปลี่ยนกันน้อยว่างั้นเถอะ แต่ตลาดนัดความรู้ครั้งนั้นทำให้ผมได้ประสบการณ์เยอะมาก รู้ว่าตลาดนัดความรู้ เราผู้ไปตลาดต้องมีเครื่องมือที่จะใช้แลกเปลี่ยนหรือใช้ในการจับจ่ายใช้สอย เพราะถ้าไม่มีเครื่องมือตัวนี้ก็เท่ากับเราไม่ได้อะไรกลับบ้านเลย สินค้า ทรัพย์สินความรู้ ที่นำมาแลกเปลี่ยนล้วนอยู่ในตัวคนทั้งนั้น อยู่ใน best practice ที่นำร่วมงาน
  • แต่เมื่อผมได้ไปเห็นตลาดนัดความรู้ของกรมอนามัยครั้งนี้ รู้สึกว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างมาก ที่จัด ที่ขน กันมา ทั้งที่เป็น Explicite และ Tacit Knowledge  มีกิจกรรมการเรียนรู้มากมายดังที่ผมได้กล่าวแล้วในสามบทความข้างต้น ในพื้นที่กว้างขวางของห้องประชุม
  • เป้าหมายการไปครั้งนี้ของผมจึงคือการไปแลกเปลี่ยน และเรียนรู้อย่างตั้งใจครับ ซึ่งปรากฏว่าได้ความรู้ทั้งที่ตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจกลับมามากมาย
  • ผมได้รู้ว่ากรมอนามัยมีการจัดโครงสร้างการทำงาน KM อย่างดีในทุกระดับ จัดทัพการทำงานกันอย่างชัดเจนเพื่อก้าวสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ จับตัววางตายผู้ปฏิบัติในทุกระดับว่าใครคือคุณเอื้อ คุณอำนวย และคุณกิจ  ได้ยินเสียงบุคลากรที่เข้าร่วมประชุมสัมมนาพูดกันบ่อยมากในระหว่างงานตลาดนัดความรู้ ว่าใครคือ CKO ใครคือคุณอำนวย ใครคือคุณกิจ เป็น CoP ด้านใด ของหน่วยงานของตัว ซึ่งเรื่องนี้ผมคิดว่าไม่ใช่ว่าจะจัดให้มีคณะทำงานระดับบนสุดขององค์กรเพียงระดับเดียวแล้วจะขับเคลื่อนองค์กรให้เป็นองค์กรเรียนรู้ได้ มีหัวปลาใหญ่ หัวปลาเล็ก กระบวนการเรียนรู้ใหญ่ ย่อย ลดหลั่นกันลงมาทุกระดับ น่าศึกษามาก
  • จากการพูดคุยกับผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนา ทำให้ผมทราบว่ามีการเรียนรู้กันในทุกระดับขององค์กรกันอย่างเป็นวัฒนธรรม ใส่ใจกระบวนการเรียนรู้อย่างจริงจัง ไม่ใช่เหมือนอย่างบางที่ที่เพียงแค่ว่าได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงาน KM แล้วเท่านั้น โดยไม่ได้สนใจกระบวนการเรียนรู้แต่อย่างใด ผมได้เห็นพฤติกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของเหล่าผู้ปฏิบัติที่มาออกบูทว่า เขาทำกันอย่างจริงจัง ฟันฝ่าอุปสรรคมามากมาย มีทั้งท้อแท้ มีพลังใจ ซึ่งเป็นสีสันการทำงาน มีกระบวนการการส่งเสริมการทำงาน การเรียนรู้กันอย่างมีระบบ ไม่ถูกโดดเดี่ยว เพราะมีคุณอำนวย คุณเอื้อ คอยอำนวย หนุนเสริมการทำงานอย่างจริงจัง ผมว่าวัฒนธรรมเรียนรู้นี้ ทำยากมากใน KM ราชการ สำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับปัจจัยนี้เป็นสำคัญ แต่ผมได้เห็นวัฒนธรรมเรียนรู้ที่สร้างยากนี้ที่กรมอนามัยแล้วครับ
  • ผมเห็นบุคลิกของคนทำงานที่มีทักษะการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา ผมว่านี่คือรูปธรรมของการจัดการความรู้ ผลของการดำเนินงานที่เกิดขึ้นจริง จะเรียกว่าบุคคลิก KM ก็น่าจะเรียกได้ครับ เรียนรู้กันตลอดเวลาเลย ผมเชื่อว่าที่ทำงานก็คงมีบรรยากาศการเรียนรู้ มีบุคลิกอย่างนี้ไม่แพ้ที่เห็นที่ตลาดนัดความรู้
  • ตลาดนัดความรู้กรมอนามัยครั้งนี้ ทำให้ตอกย้ำความเชื่อผมว่า ความสำเร็จเล็กๆ จะเป็นแรงเหวี่ยงสำคัญที่จะทำให้องค์กรแห่งนี้เคลื่อนงาน KM ได้เร็วมากยิ่งขึ้นในโอกาสต่อไป เห็นชาวกรมอนามัยทำได้สำเร็จ เกิดพลังใจ ฮึกเหิม ก็ดีใจ อยากเป็นอย่างนั้นมั่ง  แต่ผมคิดว่ากว่าจะมาถึงขั้นนี้ได้คณะผู้เกี่ยวข้องทุกระดับคงต้องฟันฝ่ากันน่าดู เป็นบทเรียนว่าต้องฟันฝ่าให้หนักในช่วงต้นเพื่อให้เห็นความสำเร็จได้บ้าง ให้พอเป็นพลังใจ และให้คนอื่นๆในองค์กรได้เรียนรู้ร่วมกันฟันฝ่าต่อไป จะต้องนำบทเรียนนี้มาปรับใช้ในหน่วยงาน รวมทั้งโครงการจัดการความรู้แก้จนเมืองนคร  ให้มีจุดสำเร็จขึ้นตรงนั้นตรงนี้ได้เห็นรูปแบบการจัดตลาดนัดความรู้ ที่มีกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย ไม่พิธีรีตอง เอื้อต่อบรรยากาศการเรียนรู้ การประกวดกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ คงเป็นประโยชน์ต่อการประยุกต์ใช้ C&D ในงานของผมต่อไป ผมได้ทุกอย่างเกินเป้าหมายที่ผมตั้งไว้ครับ
  • ถึงแม้ว่าตลาดนัดจะเลิกแล้ว ทุกคนแยกย้ายก็จริง แต่ก็เลิกเพื่อที่จะกลับไปทำงานไปสร้างความรู้ใหม่เพื่อ มา ซื้อ ขาย แลกเปลี่ยนความรู้ เล่าความรู้ประสบการณ์กันต่อในนัดหน้า ซึ่งมันเป็นไปตามวงรอบของการจัดการความรู้ มิใช่หรือ
  • ขอบคุณกรมอนามัยเป็นอย่างมาก ผ่านทางหมอนนทลีและคุณศรีวิภาครับ ที่ทำให้ผมได้รับประสบการณ์ที่ดีๆในครั้งนี้