พ่อเก่าก็มีเมียใหม่ พ่อใหม่ก็มีเมียใหม่

 

 

 

คุณครู..เจ้าสว่างอารมณ์ห้องคุณครูหายไปไหน 

      เสียงท่านพี่ครูชายท่านหนึ่งเอ่ยถามขณะนักเรียนกำลังเดินแถวขึ้นห้องเรียน

ใครหรือคะเจ้าสว่างอารมณ์ 

ครูตุ๊กแกถามไปด้วยความแปลกใจเพราะเด็กที่ห้องไม่มีใครมีชื่อ  หรือนามสกุลนี้สักคน

ก็เจ้าเด็กผู้ชายหน้าแปลกๆที่เพิ่งย้ายมาห้องคุณครูไง...หายไปไหน  ผมเห็นเขาวาดรูปแปลกๆดีว่าจะส่งเข้าประกวด....

อ๋อ...เจ้าดิ๊กใช่ไหม   ตั้งแต่เปิดเทอมยังไม่มาเลยค่ะ ...

        เปิดเทอมสัปดาห์นี้ก็ย่างเข้าสัปดาห์ที่ ๒ แล้ว แต่ยังไม่มีวี่แววว่าเจ้าสว่างอารมณ์ของท่านครูพี่ชาย หรือเจ้าดิ๊ก  จะมาเรียนพร้อมกับเพื่อนๆตามปกติ  หรือสิ่งที่ครูตุ๊กแกวิตกกังวลจะเป็นจริง

        ดิ๊ก  หรือ ดิ๊กกี้(ฉายาที่ครูตุ๊กแกตั้งให้เพราะเด็กๆในห้อง ป.๒ข อยากได้ชื่อที่เป็นภาษาอังกฤษ...) เด็กผู้ชายตัวขาวๆสูงๆออกท้วมๆ นิดหน่อย หน้าตาน่ารักเต็มไปด้วยรอยยิ้ม  ยิ้มจนบางทีเหมือนไม่ได้เอาตามาโรงเรียนเพราะยิ้มจนตาหยีแทบจะเป็นเส้นตรง   ยิ้มเหมือนโลกนี้ไม่มีเคยความทุกข์  นี่ล่ะมั้ง...ท่านครูพี่ชายถึงเรียกเจ้าสว่างอารมณ์

            ดิ๊กย้ายมาเมื่อกลางภาคเรียนที่ ๑ ประมาณกลางเดือนกรกฎาคม  วันแรกที่ดิ๊กย้ายเข้ามา ดิ๊กมากับแม่และได้เข้าเรียนห้อง ป.๒ขกับครูตุ๊กแก เพราะห้อง ป.๒ก มีนักเรียนมากกว่า แม่ของดิ๊กได้พูดคุยกับครูตุ๊กแกว่าต้องใช้อะไรบ้าง  ต้องซื้ออะไรเพิ่มเติมไหมเพราะรีบมาไม่ได้อะไรมาเลย นอกจากกระเป๋ากับชุดนักเรียน  จะต้องใช้เงินเท่าไรพ่อเขาให้ถาม พ่อเขารออยู่ที่หน้าโรงเรียน (ประมาณว่าเท่าไรก็ไม่เกี่ยง...สงสัยพ่อจะมีตัง) ครูตุ๊กแกจึงแนะนำว่าถ้าจะซื้อก็คงเป็นสมุดดินสอ  ส่วนหนังสือเรียนและชุดพละเดี๋ยวทางโรงเรียนมีให้  แต่ขอให้ปักชื่อและอักษรย่อของโรงเรียนที่เสื้อนักเรียนด้วย เพราะเห็นว่าที่เสื้อยังว่างเปล่าอยู่  และก็ถามอีกว่าจะซื้อกระเป๋าของโรงเรียนด้วยไหมคะ  เพราะเห็นกระเป๋าดิ๊กเก่ามากแล้ว  แต่คุณแม่ดิ๊กบอกว่าไม่เป็นไรพ่อเขากำลังจะซื้อให้ใหม่  …….

            หลังคุยกันเสร็จครูตุ๊กแกก็สงสัยเล็กๆว่าทำไมถึงรีบย้ายมาถึงขั้นไม่ได้อะไรมาเลย  แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร  สรุปเอาเองว่าสงสัยจะทะเลาะกับทางบ้านฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจึงย้ายมาหาที่อยู่ใหม่แบบรีบร้อน (เพราะเคยมีกรณีแบบนี้มาแล้วครั้งหนึ่งกับเด็กคนอื่น พ่อแม่เด็กทะเลาะกับตา ยาย จึงต้องอพยพย้ายลูกมาทำมาหากินทางบ้าน ปู่ ย่า) 

            แต่เหตุการณ์กับไม่เป็นดังที่คิด  หลังจากที่ได้พูดคุยสอบถามดิ๊กว่าใครเป็นคนมารับมาส่งดิ๊ก  ดิ๊กบอกว่า  ก็ตาคนที่ยืนหน้าโรงเรียน   (อ้าว......ก็ไหงแม่บอกว่าพ่อ  กลิ่นตุๆแฮะ)   และเมื่ออยู่ๆไปครูตุ๊กแกสังเกตว่าดิ๊กจะใส่กางเกงนักเรียนสลับกันแค่ ๒ ตัว  ตัวแรกไซด์พอดีกับดิ๊กแต่ไม่มีซิป ดิ๊กต้องใช้เข็มกลัดตัวใหญ่ๆกลัดมา(กันดิ๊กน้อยออกมาเต้นระบำ)  อีกตัวสภาพสมบูรณ์แต่ตัวใหญ่มาก ดิ๊กต้องรัดเข็มขัดจนขอบกางเกงย่นๆๆๆๆๆเข้าหากันเพื่อไม่ให้หลุด ส่วนเสื้อก็ตัวโคร่งๆแถมตามปกเสื้อก็ยังมีรอยเนาของเส้นด้ายอยู่  เคยถามดิ๊กว่าดิ๊กมีกางเกงนักเรียนกี่ตัว  ดิ๊กบอกว่ามี ๒ ตัว  แล้วแม่รู้ไหมว่ากางเกงซิปแตก  ดิ๊กบอกว่าแม่รู้แต่แม่ไม่มีเงินซื้อให้  อ้าว....ขัดกับคำพูดแม่ที่มาวันแรกอย่างแรง... (..กลิ่นชักตุๆเพิ่มขึ้นทุกที.. ) แต่ดูแล้วแม่ก็คงดูแลเรื่องความสะอาดทุกวันเพราะเสื้อผ้าของดิ๊กไม่สกปรก  ครูตุ๊กแกเลยไปขอกางเกงนักเรียนจากหลานๆหรือผู้ปกครองที่สนิทๆกันมาให้แต่ก็ไม่ได้เพราะต่างคนต่างก็ให้คนอื่นไปแล้ว 

             หลังจากที่ได้พูดคุยกับดิ๊กทุกๆวัน เป็นเวลาหลายๆวันครูตุ๊กแกก็หาที่มาของกลิ่นตุๆคือ  พ่อที่แม่พูดถึง หรือ ตาคนนั้นที่ดิ๊กพูดถึงและกลายมาเรียกพ่อในเวลาไม่ช้าไม่นานนั้นเป็นพ่อใหม่ของดิ๊ก  น่าจะเป็นคนแถวนี้  ส่วนแม่น่าจะไม่ใช่คนแถวนี้แต่บังเอิญไปพบรักกันเข้าเลยย้ายตามกันมาอยู่ที่นี่  นี่ล่ะมั้ง....วันแรกถึงได้บอกว่ารีบมา  แต่ครูตุ๊กแกก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมถึงต้องรีบมาทั้งๆที่ดิ๊กก็บอกว่า พ่อของดิ๊กก็มีแฟนใหม่เหมือนกัน  แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่เพราะดิ๊กบอกว่า อยู่ที่บ้านนี้ดีกว่าอยู่ที่บ้านเก่า  ครูตุ๊กแกเลยแกล้งๆถามว่า แล้วพ่อใหม่เคยตีดิ๊กไหม ดิ๊กบอกว่าไม่เคยตี  แต่เคยเตะ ดิ๊กเล่าด้วยหน้าตาที่ยิ้มแย้ม  อืม...สงสัยพ่อเขาคงจะเตะแบบหยอกเย้าเอ็นดูล่ะมั้งดิ๊กถึงยังยิ้มได้  เพราะดูๆแล้วดิ๊กก็ได้รับการดูแลอย่างดีเหมือนเด็กๆอื่นๆทั่วไป

             หลังจากนั้นและผ่านๆมาทุกๆวัน ดิ๊กก็เข้ากับเพื่อนได้ราวกับว่าเรียนด้วยกันมาตั้งแต่อนุบาล  นี่ล่ะมังคะที่เขาว่า เด็กๆเหมือนผ้าขาว  ถึงจะทอมากจากต่างแหล่งกัน แต่ผ้าขาวก็ยังคงเป็นผ้าขาว ที่กองรวมกันได้อย่างกลมกลืน  และดิ๊กก็กลายมาเป็นลูกนอกมดลูกของครูตุ๊กแกเพราะดิ๊กจะเดินตามต้อยๆๆๆ  และก็คอยมายืนเมืองๆมองถามนั่นถามนี่อยู่ไม่ห่างจากครูตุ๊กแก  แม้ในเวลาที่ครูตุ๊กแกไม่ได้อยู่โรงเรียนหลายๆวัน เช่นไปราชการ ไปแข่งกีฬา หรือลงมาต้อนรับคณะศึกษาดูงาน(ที่มาเยอะมากๆๆๆๆๆๆ) เมื่อกลับมาคนที่ดีใจที่สุดคือเจ้าดิ๊ก  ดิ๊กจะส่งเสียงดังลั่นว่า ครูตุ๊กมาแล้ววววววววว...... ด้วยหน้าตาที่แผ่รังสีออร่ามาแต่ไกล  พร้อมกับวิ่งมาเกาะมากอดตามแต่โอกาสจะอำนวย  ผิดกับเจ้าลูกลิงที่เหลือเพราะทำเหมือนกับครูตุ๊กแกเป็นอากาศธาตุที่บังเอิญพัดผ่านมา(ก็ครูน่ะเล่นหายไปบ่อยๆ พวกหนูชินจนเลิกตื่นเต้นแล้ว)

และความเปลี่ยนแปลงก็เข้ามาหาดิ๊กโดยที่ครูตุ๊กแกไม่ทันได้เฉลียวใจ  ......

             ในสัปดาห์สุดท้ายก่อนปิดภาคเรียน  ขณะที่ครูตุ๊กแกกำลังทำหน้าที่ขายของในร้านสหกรณ์โรงเรียนก็เห็นดิ๊กนั่งทำหน้าปูเลื่อนๆอยู่ใต้ต้นไม้ในขณะที่เพื่อนๆกำลังวิ่งเข้ามาซื้อขนมอย่างสนุกสนาน  จึงให้เพื่อนไปเรียกดิ๊กมาถามไถ่จนได้ความว่าดิ๊กไม่มีเงินมากินขนมเพราะแม่ไม่มีเงิน  และก็เป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว  ครูตุ๊กแกจึงให้เงินค่าขนมดิ๊กและบอกดิ๊กว่าถ้าวันไหนแม่ไม่ให้ก็มาเอาที่ครู  และดิ๊กก็มารับเงินค่าขนมที่ครูตุ๊กแกอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น หลังจากนั้นดิ๊กบอกวว่า  ป้าให้เงิน(เดาว่าน่าจะเป็นพี่สาวพ่อหรือคนข้างๆบ้าน)  ถึงดิ๊กไม่มีเงินกินขนมแต่ดิ๊กก็ยังมีรอยยิ้มส่งให้เสมอทุกครั้งที่คุยกัน

               วันสุดท้ายของภาคเรียน...วันนี้ดิ๊กคลอเคลียอยู่กับครูตุ๊กแกทั้งวันผิดกับวันอื่นๆที่พอบอกให้ดีกไปเล่นกับเพื่อนดิ๊กก็จะไป  แต่วันนี้ไม่ใช่..ดิ๊กยังคงยืนยิ้ม ยิ้ม และยิ้ม ทุกครั้งที่ครูตุ๊กแกบอกให้ไปเล่นกับเพื่อน  จนเมื่อสบโอกาสไม่มีใครอยู่ตรงนั้นนอกจากดิ๊กกับครูตุ๊กแก  ดิ๊กจึงพูดออกมาว่า

..เมื่อคืนนี้  พ่อกับแม่ทะเลาะกัน  พ่อไล่แม่  แม่จะกลับไปอยู่ที่เก่า...

              ครูตุ๊กแกคิดว่าทะเลาะกันเดี๋ยวคงดีกัน เลยปลอบใจดิ๊กไปว่า ไม่เป็นไรหรอกเดี๋ยวเย็นนี้กลับไปแม่กับพ่อก็คงดีกันแล้ว...ดิ๊กก็ยังคงส่งยิ้มกลับมา

            จนตอนเย็นก่อนกลับบ้าน ขณะที่ครูตุ๊กแก นั่งอยู่กับน้องอ้อครูประจำชั้น ป.๒ ข ด้วยกันก็เลยเรียกดิ๊กมาคุยเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง  คราวนี้สิ่งที่ดิ๊กเก็บมานานก็ได้พรั่งพรูออกจากปากดิ๊ก....เด็กผู้ชายตัวเล็กๆที่นอนมองแม่และพ่อใหม่ทะเลาะกันอยู่เป็นประจำ

            ดิ๊กบอกว่า.....

พ่อกับแม่ทะเลาะกัน แต่ก่อนแม่นอนกับพ่อ  ตอนนี้แม่มานอนกับดิ๊ก  แม่นอนหันหลังให้และแม่ก็นอนร้องไห้  ตอนเย็นผมไม่ได้กินข้าวเพราะข้าวที่หุงไว้ตั้งแต่เช้าบูด  จะได้กินก็ตอนมืดๆที่แม่กลับมาจากทำงาน

ตอนเย็นผมอยู่บ้านคนเดียว  เพราะพ่อไปอยู่กับผู้หญิงใหม่  เมื่อคืนพ่อไล่แม่  แม่บอกว่าวันอาทิตย์จะกลับไปอยู่ที่เก่า

ผมอยากอยู่ที่นี่  อยู่ที่เก่าเวลาอ่านหนังสือไม่ได้ครูก็ตี

พ่อเก่าก็มีเมียใหม่  พ่อใหม่ก็มีเมียใหม่...

และอีกหลายๆคำพูดที่ทำให้ครูตุ๊กแกและน้องอ้อต้องหันมามองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย 

        และนั่นก็เป็นครั้งสุดท้ายที่ครูตุ๊กแกได้เห็นหน้าดิ๊ก ได้พูดคุยกับดิ๊ก  เพราะตั้งแต่เปิดเทอมมาดิ๊กก็ยังไม่มาโรงเรียน ถามเด็กที่อยู่ข้างบ้านดิ๊กก็บอกว่าย้ายไปตั้งแต่ปิดเทอม  แม่คงพาดิ๊กไปแล้วจริงๆ  แล้วตอนนี้ดิ๊กจะเป็นอย่างไร  ดิ๊กจะได้เรียนต่อไหม  ครูคนใหม่หรืออาจจะคนเก่าจะรักดิ๊กเหมือนที่ครูตุ๊กแกรักไหม เพื่อนของดิ๊กจะดีกับดิ๊กเหมือนบรรดาเจ้าลูกลิง ป.๒ข ไหม ป้าไก่(ผู้ปกครองเด็ก) หาชุดนักเรียนมาให้ดิ๊กได้แล้วนะ  ครูยังหวังอยู่นะว่าเช้าวันหนึ่งในเร็ววันนี้ ครูจะได้เห็นดิ๊กจะกลับมาเรียนที่ห้อง ป.๒ข อีกครั้ง เพราะแม่ยังไม่ได้มาทำเรื่องย้ายดิ๊ก  ตอนนี้แม่อาจพาดิ๊กไปทำธุระที่อื่นอยู่ก็ได้  เนอะดิ๊กเนอะ.............