ตราบใดที่ตัวหนอนไม่อาจอยู่ในดักแด้ได้นานๆ ความทุกข์ที่เกิดขึ้นก็ต้องผ่านพ้นไป เมื่อถึงเวลาผีเสื้อก็จะออกมาจากตัวดักแด้ ความเจ็บปวดที่มีก็จะพ้นผ่าน

พักหลังมานี้ฉันเริ่มหันมาสนุกกับงานอดิเรกชิ้นใหม่ ซึ่งก็คือการถ่ายรูปธรรมชาติ เหล่านายแบบนางแบบของฉันก็คือบรรดาสัตว์เล็กสัตว์น้อยทั้งหลายที่ผ่านตาเข้ามาไม่ว่าจะเป็นหมู่แมลง หมู่นกทั้งหลาย เริ่มต้นฉันเริ่มถ่ายรูปแมลงปอก่อน เพราะมันมักเกาะอยู่กับที่นิ่งนาน สักพักฉันก็เริ่มลองถ่ายภาพผีเสื้อดู เนื่องด้วยฉันชอบความสวยงามของผีเสื้อเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ประกอบกับความท้าทายที่ได้รับ สนุกมากค่ะเพราะผีเสื้อมักบินว่อนไปมาไม่ค่อยเกาะอยู่กับที่นานๆ หากวันไหนฉันได้ภาพผีเสื้อสวยๆสักตัว วันนั้นฉันยิ้มแฉ่งทั้งวัน

สำหรับฉันนอกจากความสวยงามของมันแล้ว ผีเสื้อยังเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลง การปรับปรุงตัวเองไปสู่สิ่งที่ดีกว่าอีกด้วย จากหนอนผีเสื้อที่ไม่น่าดูน่ามองเท่าไหร่กลับกลายเป็นตัวดักแด้ และในที่สุดก็เป็นผีเสื้อที่สวยงาม ในการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งของชีวิตก็เช่นกัน จากชีวิตที่เป็นปกติไปสู่การเปลี่ยนที่อาจไม่เหมือนเดิมเพื่อการเติบใหญ่ที่ดีงาม บางครั้งเราอาจรู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าสู่ทีมืด หรืออาจรู้สึกเหมือนเดินไปสู่ทางเปลี่ยว เหมือนหนอนผีเสื้อที่กำลังจะกลายเป็นตัวดักแด้อยู่ในสายใย ซึ่งในขณะนั้นอาจดูเหมือนจะเงียบเหงา ทุกข์ทน เจ็บปวด แต่ในความเป็นจริงหนอนตัวนั้นกำลังจะกลับกลายเป็นผีเสื้อ ดังนั้นในยามที่เราเดินผ่านความไม่คุ้นเคย มันอาจไม่รู้สึกดี อาจรู้สึกกลัว อาจรู้สึกสงสัย พยายามอย่าไปฝืนเพราะนั่นคือการเดินทางไปสู่ชีวิตใหม่ที่งดงาม ริชาร์ด แบช เขียนถึงตัวดักแด้เอาไว้ว่า สิ่งที่ตัวหนอนเห็นว่าเป็นวันสุดท้ายของชีวิต ผู้รู้เห็นว่าเป็นจุดกำเนิดของผีเสื้อ

ช่วงรอยต่อของชีวิตมักเต็มไปด้วยประสบการณ์ เมื่อเราผ่านความมืดมนที่สุดนั้นไป แสงสว่างก็จะเริ่มสาดส่อง ดั่งที่มีคนบอกว่าช่วงของกลางคืนที่มืดที่สุดคือช่วงก่อนสว่าง ในชีวิตของผีเสื้อช่วงที่มืดมนที่สุดคือช่วงที่เป็นตัวดักแด้ ก่อนที่จะเป็นผีเสื้ออันสวยงาม คนเราในยามที่เจอปัญหาหนักในระหว่างการเปลี่ยนแปลง หากเราอดทนได้ ความสุขสดใสก็จะตามมา ตราบใดที่ตัวหนอนไม่อาจอยู่ในดักแด้ได้นานๆ ความทุกข์ที่เกิดขึ้นก็ต้องผ่านพ้นไป เมื่อถึงเวลาผีเสื้อก็จะออกมาจากตัวดักแด้ ความเจ็บปวดที่มีก็จะพ้นผ่าน

เมื่อเขียนถึงผีเสื้อฉันนึกถึงหนังเรื่องโปรดเรื่องหนึ่งของฉัน Le Papillon – The butterfly หรือ ผีเสื้อ, เลอ ปาปิญองนำเสนอเรื่องราวมิตรภาพอันงดงามของชายแก่ผู้โดดเดี่ยว (จูเลียน) ที่มีชีวิตเงียบๆไปวันๆ กับเด็กหญิงเจ้าปัญหา (เอลซ่า) วัยเก้าขวบคนหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนบ้านใหม่ ชีวิตที่เงียบสงบ (แต่น่าจะเงียบเหงา) ของจูเลียนก็ดูวุ่นวายขึ้นมา (แต่ก็น่าจะมีชีวิตชีวาขึ้น) เมื่อเอลซ่ากับแม่ของเธอย้ายไปอยู่ในตึกเดียวกันกับจูเลียน แม่ของเด็กหญิงต้องไปทำงานและปล่อยให้เด็กหญิงอยู่คนเดียวบ่อยๆ สภาพแวดล้อมที่ขาดพ่อและแม่บีบบังคับให้เอลซ่าต้องเป็นผู้ใหญ่กว่าวัย เอลซ่าเริ่มไปเยี่ยมเยียนจูเลียนและทำความคุ้นเคยกับชายแก่ซึ่งในตอนแรกจูเลียนไม่มีปฎิกิริยาว่าจะชอบเด็กเอาเสียเลย

จนวันหนึ่งเมื่อจูเลียนมีภาระกิจที่เขาสัญญาไว้กับคนสำคัญในการตามหาผีเสื้อหายากพันธุ์อิสซาเบลลาบนภูเขาที่ในแต่ละปีจะมีช่วงเวลาสั้นๆที่จะดูได้ ซึ่งผีเสื้อชนิดนี้จะมีอายุแค่ 72 ชั่วโมงเท่านั้น เอลซ่าแอบติดรถจูเลียนมาด้วยโดยที่เขาไม่รู้ตัว แต่เมื่อจูเลี่ยนรู้และเขาไม่มีทางเลือกเพราะเอลซ่าขัดขวางการส่งตัวเธอกลับทุกครั้งไป เขาจึงปล่อยให้เด็กหญิงติดตามไปด้วย มิตรภาพระหว่างจูเลียนกับเอลซ่าเริ่มก่อตัวขึ้นด้วยคำถามหลากหลายและความอยากรู้อยากเห็นของเด็กหญิง จูเลียนเริ่มเข้าใจถึงความขาด ความไม่มั่นคงของเด็กหญิงที่น่าสงสาร ชายแก่เริ่มระบายความหลังว่าลูกชายเคยขอให้พ่อนำผีเสื้อมาให้เขาในขณะที่ป่วย การตามหาผีเสื้ออิสซาเบลลาพันธุ์นี้จึงเป็้นการรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับลูกชายที่จากไปก่อนถึงวัยอันควรนั่นเอง

เมื่อเอลซ่าหายไปแม่ของเธอจึงแจ้งตำรวจว่าลูกสาวของเธอถูกลักพาตัวไป ในที่สุดเหตุการณ์ก็ลงเอยด้วยความเข้าใจ โดยที่จูเลียนช่วยทำให้แม่ของเอลซ่าเข้าใจว่าเด็กหญิงต้องการความอบอุ่นแค่ไหน

ชายแก่ได้นำเอาหนอนผีเสื้อมาเลี้ยงจนกลายเป็นผีเสื้ออิสซาเบลลาที่สวยงาม เอลซ่าก็ได้ค้นพบถึงความรักความห่วงใยทีแม่ของเธอมีให้ในที่สุด

ดูตัวอย่างหนังเรื่องนี้พร้อมฟังเพลงน่ารักที่ฉันลองแปลดูนะคะ ท่านใดที่ถนัดภาษาฝรั่งเศสกรุณาช่วยชี้แนะด้วยค่ะ

หวังว่ารอยยิ้มในคลิปจะช่วยให้วันนี้ของคุณสดใสขึ้นค่ะ...

 

เด็กหญิง: Pourquoi les poules pondent des oeufs? ทำไมไก่ถึงออกไข่
คุณตา: Pour que les oeufs fassent des poules. เพราะว่ามันจะกลายเป็นไก่
เด็กหญิง: Pourquoi les amoureux s'embrassent? ทำไมคนรักถึงจูบกัน
คุณตา: C'est pour que les pigeons roucoulent. เพื่อให้นกเขาขันครู
เด็กหญิง: Pourquoi les jolies fleurs se fanent? ทำไมดอกไม้สวยๆถึงตาย
คุณตา: Parce que ca fait partie du charme. มันเป็นส่วนหนึ่งของเกมส์
เด็กหญิง: Pourquoi le diable et le bon Dieu? ทำไมถึงมีซาตานและพระเจ้า
คุณตา: C'est pour faire parler les curieux. เพื่อให้ลิ้นที่ยุ่งอยู่วุ่นมากขึ้น
เด็กหญิง: Pourquoi le feu brule le bois? ทำไมฟืนจึงถูกไฟไหม้
คุณตา: C'est pour bien rechauffer nos coeurs or. เพื่อให้เราอุ่นเหมือนอยู่ใต้ผ้าห่ม
เด็กหญิง: Pourquoi la mer se retire? ทำไมทะเลจึงมีน้ำลด
คุณตา: C'est pour qu'on lui dise "Encore." เพื่อให้มันได้ร้องขอน้ำ
เด็กหญิง: Pourquoi le soleil disparait? ทำไมต้นหลิวจึงหายไป
คุณตา: Pour l'autre partie du decor. เพื่อให้ต้นไม้อื่นโตขึ้นมา
เด็กหญิง: Pourquoi le diable et le bon Dieu? ทำไมถึงมีซาตานและพระเจ้า
คุณตา: C'est pour faire parler les curieux. เพื่อให้ลิ้นที่ยุ่งอยู่วุ่นมากขึ้น
เด็กหญิง: Pourquoi le loup mange l'agneau? ทำไมหมาป่าจึงกินแกะ
คุณตา: Parce qu'il faut bien se nourrir. เพราะหมาป่าต้องกินอะไรสักอย่าง
เด็กหญิง: Pourquoi le lievre et la tortue? ทำไมจึงมีเต่ากับกระต่าย
คุณตา: Parce que rien ne sert de courir. เพราะเต่าต้องเดินทางไกล
เด็กหญิง: Pourquoi les anges ont-ils des ailes? ทำไมนกอินทรีย์จึงมีปีก
คุณตา: Pour nous faire croire au Pere Noel. เพื่อให้เราเชื่อในซานตาคลอส
เด็กหญิง: Pourquoi le diable et le bon Dieu? ทำไมถึงมีซาตานและพระเจ้า
คุณตา: C'est pour faire parler les curieux. เพื่อให้ลิ้นที่ยุ่งอยู่วุ่นมากขึ้น
คุณตา: Ca t’a plu, le petit voyage? เธอเที่ยวสนุกไหม
เด็กหญิง: Ah oui beaucoup! มากมาก
คุณตา: Vous avez vu des belles choses? เราเห็นสิ่งน่ารักหลายอย่างใช่ไหม
เด็กหญิง: J’aurais bien voulu voir des sauterelles หนูอยากเห็นจั๊กจั่น
คุณตา: Des sauterelles ? Pourquoi des sauterelles ? Crickets? จั๊กจั่น ทำไมถึงอยากเห็น จั๊กจั่น
เด็กหญิง: Et des libellules aussi, และแมลงปอ
คุณตา: A la prochaine fois, d’accord. บางทีอาจเป็นคราวหน้า
เด็กหญิง: D’accord. คราวหน้า
เด็กหญิง: e peux te demander quelque chose? หนูถามอะไรอีกได้ไหม
คุณตา: Quoi encore? อะไรอีกล่ะ
เด็กหญิง: On continue mais cette fois-ci c’est toi qui chantes. คุณตาอยากร้องเพลงอีกไหม
คุณตา: Pas question. ไม่เอาแล้ว
เด็กหญิง: S’il te plait. ได้โปรดเถอะ
คุณตา: Non, mais non. ไม่ก็บอกว่าไม่
เด็กหญิง: Allez, c’est le dernier couplet. เป็นคำขอครั้งสุดท้าย
คุณตา: Tu ne crois pas que tu pousses un peu le bouchon? เธอไม่คิดว่ามันจะมากเกินไปแล้วหรือ
คุณตา: Pourquoi notre coeur fait tic-tac? ทำไมหัวใจเราถึงเต้น ติ๊ก ตั๊ก
เด็กหญิง: Parce que la pluie fait flic flac. เพราะเสียงของกิ่งไม้ดัง แคร็ก
คุณตา: Pourquoi le temps passe si vite? ทำไมเวลาจึงผ่านไปรวดเร็ว
เด็กหญิง: Parce que le vent lui rend visite. เพราะสายลมพัดพามันไป
คุณตา: Pourquoi tu me prends par la main? ทำไมเธอถึงชอบจับมือฉัน
เด็กหญิง: Parce qu'avec toi je suis bien. เพราะหนูรู้สึกดีที่อยู่กับคุณตา
คุณตา: Pourquoi le diable et le bon Dieu? ทำไมถึงมีซาตานและพระเจ้า
เด็กหญิง: C'est pour faire parler les curieux. เพื่อให้ลิ้นที่ยุ่งอยู่วุ่นมากขึ้น

 

ฉันมีภาพผีเสื้อที่หัดบันทึกไว้มาฝาก รวมทั้งในบันทึกนี้ด้วยค่ะ...