การเขียนรายงานการวิจัยในชั้นเรียน

1.  ชื่อรายงาน       :  รายงานผลการพัฒนาทักษะการอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษ  ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 
                             โรงเรียนบ้านนาลับแลง  โดยใช้แบบฝึกการอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษ
2.  ผู้ทำการวิจัย    :  นางสาวจรีภรณ์  ทิศอาจ
3.  ทำการวิจัยเมื่อ   :  วันที่  16 พฤษภาคม  2553 - วันที่  30 กันยายน   2553
4.  ความสำคัญของปัญหา    : :  จากการสอนภาษาอังกฤษและทำการทดสอบวัดจุดประสงค์เรื่องการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ปรากฏว่านักเรียนทั้งหมด  7 คน  สามารถอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษในบทเรียน  และคำศัพท์ที่นักเรียนเคยเรียนมาแล้วในระดับชั้น ป.1ได้ถูกต้องจำนวน 2 คน  อ่านได้ถูกต้องบ้างไม่ถูกต้องบ้าง จำนวน 3  คน  ไม่สามารถอ่านได้ จำนวน 2  คน   จากการตรวจสอบ ปรากฏว่า  นักเรียนบางคนไม่ให้ความสำคัญในการท่องคำศัพท์และนักเรียน บางคนไม่รู้หลักในการเทียบเสียงระหว่างพยัญชนะ  สระในภาษาอังกฤษกับภาษาไทย  ดังนั้นจึงจัดทำการวิจัยเพื่อพัฒนาการอ่านภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จำนวน  7  คน  ให้สามารถอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษได้ถูกต้อง
5.  วัตถุประสงค์   :
        5.1 เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
        5.2 เพื่อเปรียบเทียบความสามารถก่อนการใช้แบบฝึกกับหลังการใช้แบบฝึกการอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ขอนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
6. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
6.1 นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศสูงขึ้น
        6.2 โรงเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยเฉลี่ยสูงขึ้น
7. หลักการ/แนวคิด/ทฤษฎี
7.1 การเรียนรู้จากง่ายไปหายาก
7.2 กฎการเรียนรู้ของธอร์นไดค์
7.3 กฎแห่งผล
7.4 การเสริมแรง           
8. วิธีดำเนินการ
8.1  กลุ่มเป้าหมาย   :   นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2  จำนวน  7 
8.2 ตัวแปรที่ศึกษา
        8.2.1 ตัวแปรต้น ได้แก่ แบบฝึกการอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษ
        8.2.2 ตัวแปรตาม ได้แก่ ทักษะการอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
        8.3 เครื่องมือที่ใช้
        8.3.1 แบบฝึก
        8.3.2 แบบทดสอบ
        8.4 วิธีสร้าง/การหาคุณภาพของเครื่องมือ
แบบฝึกที่ใช้ในการพัฒนาทักษะของนักเรียน  พัฒนาขึ้นโดยยึดวัตถุประสงค์การเรียนรู้  และนำไปให้ผู้เชี่ยวชาญ  คือ  นางนิรมล  ทิศอาจ  นางสาวอัญชลี ทองเอม และนางชโลบล  ทัศวิล  ตรวจสอบความถูกต้อง เหมาะสม  ได้ปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำ  แล้วจึงนำไปใช้จริง
        8.5 วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล
ตารางที่ 1  :  วิธีเก็บรวบรวมข้อมูลของผลที่เกิดจากการใช้แบบฝึกการอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2  โรงเรียนบ้านนาลับแลง

ข้อมูล/ผลที่จะเก็บ

วิธีการ

เครื่องมือ

จำนวนครั้ง/ระยะเวลาที่เก็บ

คะแนน

ทดสอบ

แบบทดสอบ

- ก่อนการฝึก 1 ครั้ง      

- หลังการฝึก 1 ครั้ง      

     8.6 การวิเคราะห์ข้อมูล : นำคะแนนการสอบก่อนการฝึก - หลังการฝึก ไปหาค่าเฉลี่ยและหาค่าร้อยละความแตกต่างของคะแนนก่อนการฝึกและหลังการฝึก
        8.7 สถิติที่ใช้
-  ค่าเฉลี่ย (X)
-  ค่าร้อยละความแตกต่างของคะแนนก่อนการฝึกและหลังการฝึก
8.8 เกณฑ์คุณภาพความสำเร็จ : นักเรียนทุกคนมีคะแนนหลังการฝึกสูงกว่าคะแนนก่อนการฝึก
ไม่น้อยกว่าร้อยละ  20
9.  ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
ตารางที่ 2  :  ค่าเฉลี่ยและร้อยละของความแตกต่างของคะแนนการอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษ  ของนักเรียน
                     ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2  โรงเรียนบ้านนาลับแลง  ก่อนและหลังการใช้แบบฝึกการอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษ

ชื่อ - สกุล

คะแนน

ก่อนการฝึก (30 )

คะแนน

หลังการฝึก

( 30 )

เพิ่ม(+)

ลด(-)

ร้อยละของความแตกต่าง

ของคะแนนก่อน - หลัง

การใช้แบบฝึก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สรุป/เฉลี่ย

 

 

 

 

                จากตารางพบว่า  ในภาพรวมของนักเรียน  มีคะแนนเฉลี่ยหลังการฝึกสูงกว่าคะแนนก่อนการฝึก  ร้อยละ  31.95  ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์คุณภาพความสำเร็จที่กำหนด (ร้อยละ 20)  เมื่อพิจารณานักเรียนรายคน  พบว่า  คะแนนหลังการฝึกสูงกว่าก่อนการฝึก  เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดทุกคน
10. สรุปและอภิปรายผล
10.1สรุปผลการใช้ : ผลการพัฒนาทักษะการอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 
โรงเรียนบ้านนาลับแลง  โดยใช้แบบฝึกการอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษ พบว่า นักเรียนทุกคนมีพัฒนาการสูงขึ้น  เป็นไปตามเกณฑ์คุณภาพที่กำหนดไว้
          10.2อภิปรายผล : ผลการพัฒนาทักษะการอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านนาลับแลง  โดยใช้แบบฝึกการอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษ  พบว่า  นักเรียนทุกคนมีพัฒนาการสูงขึ้น  เป็นไปตามเกณฑ์คุณภาพที่กำหนดไว้  ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่า แบบฝึกที่สร้างขึ้นมีการจัดลำดับขั้นตอน  และกระบวนการฝึกที่เหมาะสมกับการเรียนรู้ของนักเรียน
11. ข้อเสนอแนะ/การนำไปใช้
11.1นำแนวทางในการพัฒนาไปใช้แก้ปัญหาอื่น ๆ ในการจัดการเรียนการสอน
11.2ควรนำผลการวิจัย เผยแพร่ให้ครูผู้สอนที่พบปัญหาลักษณะเดียวกันไปทดลองใช้