เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการและการเดินทาง อาการทางร่างกายที่ปรากฏดั่งเหมือนร่างกายแทบจะแหลกละเอียด หรือหักออกจากกันเป็นท่อนๆ... นี่น่ะเหรอที่เขาบอกว่าเป็นอาการของ "สายตัวแทบขาด"...

ความเมื่อยมาจากการเดินทาง

พักหลังๆ นี่ข้าพเจ้าพยายามที่จะเดินทางต่อๆ กัน จากจังหวัดหนึ่งไปอีกจังหวัดหนึ่ง ที่อยู่ใกล้เคียงกันเพราะคิดว่านี่น่ะสามารถช่วยประเทศชาติลดต้นทุนจากการว่าจ้างข้าพเจ้า ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง หรือค่าใช้จ่าย เป็นการกระจายออกและแบบร่วมกันเฉลี่ยในแต่ละองค์กร

การเดินทางเช่นนี้ ข้าพเจ้าได้เรียนรู้ต่อตนเองอย่างมากมาย

โชคดี ก็จะได้รับการดูแลอย่างดีจากผู้จัด ซึ่งข้าพเจ้าค่อนข้างให้ความสำคัญในเรื่องอาหารที่ปราศจากเนื้อสัตว์ และที่พักปลอดภัยและสะอาด ไม่ต้องแพงก็ได้...

โชคดีน้อยหน่อย...ก็ได้รับการปฏิบัติอย่างไม่ดีเท่าที่ควร เช่น ให้หารถเดินทางไปเอง หาที่พักแบบถูกแต่ไม่ปลอดภัย และไม่สะอาดด้วย นอนไอทั้งคืนเพราะที่ห้องพักเต็มไปด้วยฝุ่น หรือให้หาอาหารทานเองในมื้อเช้า ซึ่งสำหรับข้าพเจ้าแล้วมื้อเช้านี้จะสำคัญอย่างยิ่ง... มื้อเย็นนั้นไม่ทานเลย ทั้งเกรงใจผู้จัดต้องละทิ้งวิถีส่วนตัวมาดูแล เราเลยเลี่ยงมื้อนี้และไม่ต้องมาคอยอำนวยความสะดวกใดใดทั้งสิ้น

ตั้งแต่ปี ๔๙...จนถึงปัจจุบันต่อการเดินทางในเรื่อง R2R

ทำให้อารมณ์ ความคิด ของข้าพเจ้าโตขึ้น แปรพลังงานจากด้านลบมาเป็นบวกมากขึ้น ละออกจากตัวตนได้มาก บางแห่งขอแม้กระทั่งว่าไม่มีงบให้ ข้าพเจ้าก็จะคืนในส่วนที่เป็นค่าวิทยากรให้ เพื่ออยากให้ผู้จัดได้นำไปใช้ผลักดันในการขับเคลื่อน R2R

แต่...สิ่งที่ยอมไม่ได้...คือ การให้เซ็นต์เอกสารเท็จในเรื่องการรับค่าใช้จ่าย

บางครั้งก็อาจถูกมองว่าโง่จัง... แต่นั่นก็ทำให้อาการสายตัวแทบขาดมลายหายไปได้ เพราะการยังยึดมั่นในความถูกต้องภายใต้คุณธรรมและศีลธรรม

อุปสรรคมีเจอมากมาย ทั้งการถูกตรวจสอบเรื่องรายได้จากต้นสังกัด การขัดขวางจากการไม่ให้ทำ R2R หรือข้อกล่าวหาที่เป็นลบต่างๆ มากมายจากคณะผู้บริหาร

แต่...ทั้งสิ้นทั้งปวง ก็ไม่ได้ทำให้ข้าพเจ้าสั่นคลอน

เพราะ...ทุกอย่างต่างเป็นเรื่องราว "สมมติ" ขึ้นในธรรมชาติเพื่อให้ข้าพเจ้าได้เรียนรู้และน้อมกลับมาดูใจ พิจารณาใจ และมองเห็นใจตนเองได้อย่างแจ่มชัด อันปราศจากอารมณ์และความคิดทางลบ

บันทึกนี้...เกริ่นมาเพื่ออยากบอกต่อ R2R - Fa ทั้งหลายที่ได้เจอ แรงกระทบย้อนกลับแบบทางลบว่า...อย่าได้เป็นกังวลหรือทุกข์ใจต่อสิ่งที่มีกระทบ ขอให้ยึดมั่นต่อเจตนารมณ์อันดีงามที่เราได้ตัดสินใจก้าวย่างเพื่อเข้ามาเรียนรู้ในเรื่องนี้

ที่สุดแล้ว เราจะพบว่า "กำลังใจ" ที่เราได้นั้นไม่ได้มาจากไหนเลย หากแต่ได้มากจากภายในจิตในใจเรานี่เอง

 

๖ พย. ๕๓